
โมฮัมหมัด-อาลีใจสลายเหตุสังหารหมู่ในนอรเวย์
โมฮัมหมัด อาลี ส่งจดหมายถึงชาวนอรเวย์ เศร้าใจเหตุสังหารหมู่นอรเวย์และเหตุผลของมือปืนที่ใช้ก่อเหตุ ทนายเผยมือปืนร้องขอจิตแพทย์ญี่ปุ่นประเมินสภาพจิต เชื่อเข้าใจมากกว่า
โมฮัมหมัด อาลี อดีตนักมวยแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงหนังสือพิมพ์ วีจี เดลี ในนอรเวย์ และได้รับการตีพิมพ์ในฉบับวันอังคารนี้ ว่า รู้สึกใจสลายจากเหตุการณ์ที่นายอานเดอร์ เบห์ริง เบรวิค ชาวนอรเวย์หัวขวาจัดสุดโต่งวัย 32 ปี ก่อเหตุวางระเบิดและสังหารหมู่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย นอกจากเพราะการเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์ อันรวมถึงคนหนุ่มสาวจำนวนมากอย่างไร้เหตุผลแล้ว ยังเพราะเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำอันน่าขยะแขยงครั้งนี้
โมฮัมหมัด อาลี วัย 69 ปีซึ่งเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ระบุว่า การร่ำรวยความหลากหลาย ทำให้โลกนี้น่าอยู่ และไม่ควรหวาดกลัวสังคมพหุวัฒนธรรม เพราะคนเราไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือศาสนาใด ต่างมีอุดมการณ์สามัญที่ไม่แตกต่าง นั่นคือปรารถนาให้ลูกหลานมีความสุข มีชีวิตที่ดี ความห่วงใยผู้อื่นที่ไม่โชคดีเหมือนเรา ปรารถนาในสันติภาพและความสง่างาม คนที่ก่อเหตุร้ายโดยอ้างศาสนาและเชื้อชาตินั้นคือคนที่ไม่เข้าใจว่า คนเรามีอะไรเหมือนกัน มากกว่าแง่มุมที่ทำให้ต่างกัน และวิธีการดีที่สุดในการระลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในนอรเวย์ คือการยื่นมือและโอบกอดผู้อื่น เฉลิมฉลองคุณค่าของความเป็นมนุษย์
โฆษกของอาลี กล่าวว่า อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท ซึ่งปัจจุบันป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน ได้สื่อความคิดของตนลงในจดหมายผ่านทางภรรยา
ด้าน นายไกเออร์ ลิปเปสตัด ทนายของนายเบรวิค เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอีกฉบับว่า ลูกความได้ร้องขอให้จิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นทำหน้าที่ประเมินสภาพจิตของเขา เพราะเชื่อว่าชาวญี่ปุ่นจะให้เกียรติและเข้าใจมากกว่าคนจากยุโรปด้วยกัน แต่ตำรวจบอกปัดคำร้องขอในเรื่องนี้
ขณะที่จิตแพทย์ชาวนอรเวย์ 2 คน ที่ได้รับแต่งตั้งให้ประเมินสภาพจิตของมือปืนแนวคิดขวาจัดสุดโต่งวัย 32 ปีรายนี้ จะเริ่มงานราวปลายสัปดาห์เป็นอย่างเร็วที่สุด โดยศาลมีกำหนดให้จิตแพทย์ส่งข้อคิดเห็นภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนว่า มือปืนมีสติดีพอที่จะเข้ารับการพิจารณาคดีในข้อหาฆ่าเหยื่อ 77 ศพและบาดเจ็บอีกหลายสิบคนหรือไม่
แต่ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหลายคน แสดงความเห็นว่า จากข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบุคลิกภาพของมือปืนและเหตุผลที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญ บ่งว่า คนผู้นี้น่าจะมีสภาพจิตดีพอที่จะต้องรับผิดในการกระทำที่ก่อขึ้น ซึ่งหมายถึงการที่เบรวิคจะต้องเข้ารับการพิจารณาคดีและรับโทษจำคุกได้ แทนการคุมขังในสถานบำบัดทางจิต
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานด้วยว่า นอกจากเบรวิคถูกจับตาเพื่อป้องกันฆ่าตัวตายแล้ว อาหารที่เจ้าหน้าที่และเพื่อนนักโทษในเรือนจำเตรียมให้ ยังต้องตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการวางยาพิษ



