
เชือดผู้เลี้ยงหมู"กักตุน-โขกราคา"พาณิชย์ส่งสอบเลี่ยงภาษี
พาณิชย์เชือดผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ในฉะเชิงเทรา ฐานกักตุนหมูและโขกราคาขายสูงเกินจริง โทษจำคุก 7 ปี พร้อมประสานสรรพากรสอบเลี่ยงภาษี คาดเดือนกันยายนปัญหาเนื้อหมูแพงคลี่คลาย ด้านผู้เลี้ยงวอนรัฐปล่อยราคาตามกลไก เชื่อแก้ปัญหาได้
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในร่วมกับกองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ตรวจสอบผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ในจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่าผู้เลี้ยงสุกรดังกล่าวมีสุกรมีชีวิตในครอบครองหลายพันตัว แต่ได้ปฏิเสธการจำหน่ายแก่ลูกค้าที่จะซื้อนำไปชำแหละ อีกทั้งยังจำหน่ายเกินราคาที่กรมการค้าภายในกำหนดที่ราคากิโลกรัมละ 79 บาท โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 83 บาท
ดังนั้น กรมจึงได้ดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ปฏิเสธการจำหน่ายและกักตุนสินค้า และจงใจจำหน่ายราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้ควบคุมผู้เลี้ยงสุกรดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สภอ.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อสอบสวนต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ประสานกรมสรรพากรและกรมปศุสัตว์ เพื่อตรวจสอบการหลีกเลี่ยงภาษี เนื่องจากพบว่ามีการออกเอกสารรับเงินรายได้ต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายจริง และให้กรมปศุสัตว์สุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกรไปตรวจสอบเพื่อหาสารเร่งเนื้อแดงอีกด้วย
"หากพบมีการจำหน่ายสุกร มีชีวิตและเนื้อสุกรเกินราคาแนะนำ แจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ กรมจะส่งเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที" นางวัชรีกล่าว
ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงปัญหาราคาเนื้อหมูแพง ว่า เป็นผลจากเกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้ปริมาณสุกรลดประมาณ 30% ซึ่งกระทรวงฯได้ออกประกาศห้ามส่งออกเนื้อหมู และต้องขออนุญาตนำสุกรมีชีวิตข้ามเขต โดยคาดว่าในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ ปัญหาจะคลี่คลาย เนื่องจากมีสุกรรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งไม่คิดว่าพ่อค้าจงใจบิดเบือนราคาตลาด เพราะมีสินค้าอื่นทดแทน เช่น การเลี่ยงไปบริโภคเนื้อไก่ และเนื้อวัวแทนได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กังวลว่าราคาเนื้อวัวจะแพงขึ้นมาอีก เพราะวัวรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดทดแทนจำนวนวัวที่ลดลงในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาไม่ทัน แต่ประชาชนก็ยังมีทางเลือกบริโภคอาหารโปรตีนอื่น โดยเฉพาะไก่ที่ยังมีปริมาณมากและราคาถูก
นายวรพจน์ สัจจาวัฒนา นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเพื่อการค้านครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัญหาโรคระบาดในสุกร และปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้เกิดการสูญเสีย ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงและผลิตหมูเป็นเพิ่มขึ้นราว 25% โดยสิ่งที่เกษตรกรต้องการให้ภาครัฐช่วยคือ การปล่อยราคาเนื้อหมูให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะเมื่อผู้ผลิตเห็นว่าตลาดสามารถแข่งขันได้อย่างเสรี ก็จะกล้าลงทุนเลี้ยงหมูส่งผลให้ปริมาณหมูมากขึ้น ระดับราคาก็จะปรับลดลงเองโดยอัตโนมัติ



