ข่าว

จำนำข้าว ผลประโยชน์ตกที่ใคร?

จำนำข้าว ผลประโยชน์ตกที่ใคร?

03 ส.ค. 2554

ทีดีอาร์ไอ เผยข้อมูลเด็ด 'วังวน' ผลประโยชน์นโยบายจำนำข้าว และเงื่อนไขทุจริตทุกระดับของข้าราชการ นักการเมือง

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นโยบายรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาทต่อตันของรัฐบาลเพื่อไทย
 กล่าวคือ ข้าวขาวความชื้น 25% ที่ตันละ 15,000 บาท ข้าวหอมมะลิตันละ 20,000 บาท และข้าวเหนียวตันละ 18,000 บาท

 ที่น่าสนใจไปกว่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการประกันราคา ที่ประชาธิปัตย์ชูเป็นนโยบายต่อเนื่อง ด้วยราคา (ประกัน) ข้าวขาวสูงสุด ที่ประมาณตันละ 11,000 บาท แล้ว

 ความจริง ราคารับจำนำข้าวต่ำมาตลอดหลายปี กระทั่งจุดเปลี่ยนอยู่ที่ ตั้งแต่กลางปี 2551 ราคารับจำนำข้าวนาปรังวิ่งไปถึง 14,000 บาทต่อตัน ขณะที่ข้าวนาปี ราคารับจำนำปรับลงมาที่ 12,000 บาท ในช่วงปลายปี 2551 ถึงต้นปี 2552 (ไตรมาสแรกของปี) ขณะที่ราคาข้าวหอมมะลิ รับจำนำที่ราคา 15,000 บาทต่อตัน

 สูงกว่าราคาตลาดเฉลี่ยทั่วประเทศ อยู่ที่ตันละประมาณ 2,500 บาท
 เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นรัฐบาล และเปลี่ยนแปลงเป็นการประกันรายได้แทน ราคาข้าวโดยเฉลี่ยก็อยู่ในระดับสูงกว่า 10,000 บาทต่อตัน เรื่อยมาจนถึงยุบสภาฯ

 แทบไม่ต้องสงสัยว่าทำไมนโยบายรับจำนำข้าว จึงได้รับความสนใจมากกว่าประกันราคา
 ส่วนถามว่า ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่ที่ใคร?

 ผลการศึกษาของ นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ผ่านงานวิจัย 'โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต' น่าจะเป็นคำตอบได้ดี

 ซึ่งข้อมูลที่ทีดีอาร์ไอนำมาศึกษาในงานวิจัยคือ โครงการรับจำนำข้าวเมื่อปี 2548/49 จำนวน 5.24 ล้านตันข้าวเปลือก พบว่า รัฐบาลใช้งบประมาณไปกับโครงการนี้ทั้งสิ้น 4.48 หมื่นล้านบาท และมีผลลัพธ์สุดท้าย ขาดทุน 1.91 หมื่นล้านบาท เพราะนำข้าวเปลือกไปแปรสภาพเป็นข้าวสารขายได้เงินเพียง 3.26 หมื่นล้านบาท

 รัฐขาดทุนเฉียด 2 หมื่นล้านบาท แต่ชาวนา โรงสี โกดัง และกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ประโยชน์ถ้วนหน้า ในรูปของ 'ผลตอบแทนส่วนเกิน' หรือ 'ค่าเช่าทางเศรษฐกิจ'

 งานวิจัยชิ้นนี้ ระบุว่า ชาวนา 5.26 แสนครัวเรือน หรือ 37.3% ขณะที่โรงสี โกดัง-เซอร์เวเยอร์ และผู้ส่งออก ได้ประโยชน์รวมกัน 45.75% แบ่งเป็นโรงสี 323 แห่ง หรือ 18.1% โกดัง-เซอร์เวเยอร์ 4.2% ผู้ส่งออก 17 ราย หรือ 23.4% ที่เหลือ 13.75 เป็นค่าใช้จ่ายของภาครัฐ และ 2.7% เป็นเงินสูญเปล่า

 สำหรับชาวนาที่ได้ประโยชน์ 5.26 แสนครัวเรือน พบว่า ชาวนา 10% ที่รวยที่สุด ได้ประโยชน์ถึง 20% ขณะที่ชาวนา 10% ที่จนที่สุด ได้ประโยชน์แค่ 1.7% และชาวนาที่มียอดจำนำเกิน 2 แสนบาท มี 59.7% ขณะที่ชาวนาที่จำนำต่ำกว่า 4 หมื่นบาท มีแค่ 2.7%

 จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผลประโยชน์ที่ได้เกือบทุกกลุ่มก้อนที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นเงินภาษีประชาชนแล้ว

 ที่สำคัญ ยังเอื้อต่อการทุจริตทุกระดับ แต่ไม่มีคนร้องเรียน เพราะ 'ผลประโยชน์ลงตัวทุกฝ่าย' ข้อเท็จจริงนี้ รองรับด้วยผลวิจัยของทีดีอาร์ไอ นั่นเอง