ข่าว

แม่สื่อหาคู่ให้คนพิการเติมเต็มส่วนขาด

แม่สื่อหาคู่ให้คนพิการเติมเต็มส่วนขาด

03 ส.ค. 2554

แม่สื่ออาสาหาคู่ให้คนพิการ เติมเต็มชีวิตส่วนที่ขาด : รายงานโดย กวินทรา ใจซื่อ

แม่สื่ออาสาหาคู่ให้คนพิการ หวังเติมเต็มชีวิตที่ขาด เพื่อให้ช่วยเหลือกันและกัน สามารถดำรงชีพได้อย่างมีความสุขเหมือนคนทั่วไป เผยพบสถิติผู้พิการเพศชายเพิ่มมากขึ้นจากการใช้ชีวิตประมาท ระบุที่ผ่านมายังไม่สามารถจับคู่ได้แม้แต่รายเดียว เหตุฝ่ายชายมีสเปกต้องสวย สูง ขาว หุ่นดี จบปริญญาตรี บางรายต้องการคู่ชีวิตที่ครบ 32

 ข้อความเชิญชวนผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดหาคู่แห่งหนึ่งระบุว่า “แม่สื่ออาสา ทำฝันคนพิการต้องการมีคู่ให้เป็นจริง ด้วยความเชื่อว่า ทุกคนต้องการความรักและความรักเป็นพลังแรงกล้าสิ่งหนึ่งในการสร้างพลังให้สู้ชีวิตในด้านอื่นๆ ไม่ว่าคุณจะพิการด้านใด ตอนนี้ต้องการผู้พิการฝ่ายหญิงจำนวนมาก สำหรับฝ่ายชายผู้พิการทั้งด้านสายตา และผู้พิการทางการเคลื่อนไหว หากสนใจ โทรติดต่อทีมงานที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1850-xxxx แจ้งว่า ติดต่อจับคู่ฟรีคนพิการนะคะ"

 น.ส.กุลชุลี ทรัพย์สินอุดม เจ้าของบริษัทกล่าวว่า ทำงานเป็นแม่สื่อมืออาชีพ เปิดบริษัทจัดหาคู่มาประมาณ 6 ปี ประสบความสำเร็จแต่งงานกันไปแล้วหลายคู่ ทำให้เกิดแนวคิดอยากทำบุญด้วยการหาคู่ให้แก่ผู้พิการ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ขาดโอกาสในการพบปะผู้คน จึงอยากเข้าไปช่วยเหลือให้คนพิการพบคู่ครองที่เหมาะสม เพื่อใช้ชีวิตช่วยเหลือกัน  เติมเต็มส่วนที่ขาด ดูแลกันและกัน ทำให้คนกลุ่มนี้มีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น

 ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่จัดทำข้อมูลหน่วยงานที่ต้องทำงานกับกลุ่มผู้พิการ ชี้แจงความตั้งใจที่ต้องการหาคู่ให้คนพิการ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ผ่านทางทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก รวมถึงใบปลิวปิดประกาศให้ทางหน่วยงานบอกเล่าสู่กลุ่มผู้พิการและญาติพี่น้องที่สนใจ โดยเริ่มต้นจากผู้พิการทางสายตา ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากบางหน่วยงานที่ทำงานกับผู้พิการ โดยคัดเลือกคนตาบอดที่มีความเหมาะสมและมีวุฒิภาวะ

 น.ส.กุลชุลี กล่าวว่า จากนั้นบริษัทจะดำเนินการคัดเลือกผู้พิการตามขั้นตอน ทั้งประวัติ อาชีพ ฐานะทางครอบครัว คนในฝันที่เขาต้องการเจอ ตลอดจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยแนวคิดเรื่องการใช้ชีวิตหลังแต่งงาน โดยผู้พิการที่เข้าร่วมโครงการ ไม่จำกัดว่าทำอาชีพอะไร อายุเท่าไร ที่สำคัญคือการจับคู่ต้องให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระกัน เช่น หากเป็นผู้พิการตาบอดจะจับคู่กับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว เป็นต้น เมื่อได้คู่ที่เหมาะสมจะให้ทั้งสองฝ่ายได้พบปะพูดคุยเรียนรู้กัน ซึ่งอาจจะชอบหรือไม่ชอบกันก็ได้     

 ที่ผ่านมามีผู้พิการที่สนใจต้องการคู่ครองจำนวน 22 คน เป็นชาย 20 คน เป็นผู้พิการสายตาและทางการเคลื่อนไหว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้พิการโดยกำเนิด แต่เกิดจากประสบอุบัติเหตุหรือพิการจากความประมาท แต่สำหรับผู้หญิงที่ร่วมโครงการมีเพียงแค่ 2 คน จำนวนหญิงชายจึงไม่สมดุลกัน   

 "อุปสรรคในการจับคู่เท่าที่พบเกิดจากความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ทำงานกับผู้พิการ ที่มองว่าการจับคู่ให้คนพิการเป็นเรื่องไร้สาระและเป็นการหลอกลวง ทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือ รวมทั้งพบว่ากลุ่มผู้พิการเองก็ต้องการเลือกคู่ที่ไม่ต่างจากคนปกติ คือ การเลือกลักษณะภายนอก ทั้งรูปร่างหน้าตาดี สูง ขาว หุ่นดี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป บางคนก็ต้องการคู่ที่เป็นคนปกติครบ 32 ซึ่งหายากมาก ทำให้ถึงปัจจุบันยังไม่ประสบความสำเร็จในการจับคู่คนพิการแม้แต่รายเดียว" แม่สื่อมืออาชีพกล่าว

 นางอุษา หงส์กาญจนกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น หน่วยงานที่ดูแลกลุ่มผู้พิการใน จ.ขอนแก่น กว่า 38,000 คน มองว่า ผู้พิการทั้งหญิงและชายจำเป็นที่ต้องมีครอบครัวไว้คอยดูแลซึ่งกันและกัน ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ไม่ต่างจากคนปกติ ที่ผ่านมาผู้พิการหากอาศัยอยู่ในชนบทหรือในชุมชนห่างไกลก็จะพบปะกับคนในชุมชนด้วยกัน จนเกิดเป็นความสนใจ ความรักและตัดสินใจแต่งงานอยู่กินสร้างครอบครัว อยู่ด้วยกันตามอัตภาพ  

 ส่วนผู้พิการที่มีการศึกษาจบในระดับปริญญาตรี ก็จะใช้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือเข้ามาช่วยสื่อสารกับโลกภายนอก คนกลุ่มนี้มีความรู้ความสามารถที่ติดต่อกันได้ แทบจะพูดได้ว่าไม่ต้องพึ่งพาคนปกติเลย เท่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่พบว่าคนตาบอดจะจับคู่กับคนตาดี ผู้พิการหูหนวกแต่งงานกับผู้พิการหูหนวก ผู้พิการโปลิโอแต่งงานกับคนปกติ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มผู้พิการจะมีพรสวรรค์ในการสื่อสาร มีระบบสัมผัสที่ดีเยี่ยม เพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหาย  

 "โครงการหาคู่ให้ผู้พิการก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะคนเราทุกคนเกิดมาย่อมมีความรัก โลภ โกรธ หลง เป็นเรื่องปกติ คนพิการก็อยากมีคู่เหมือนคนปกติ แต่ถึงจะพิการพวกเขาก็มีความคิดเป็นของตัวเอง มีโลกส่วนตัว จึงต้องระมัดระวังอย่าทำเกินเลยจนไปเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว" นางอุษากล่าว
 
 ด้านผู้พิการหนุ่มโสดวัย 26 ปี อย่างนายอนุชิต สิงห์ทอง พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลขอนแก่น พิการสายตามาตั้งแต่เกิด ใช้ชีวิตในการทำงานมานานกว่า 1 ปีแล้ว เล่าว่า หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ด้วยวัย 22 ปี ว่างงานอยู่ประมาณ 2 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ฟังเพลง หาความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตบ้าง หางานบ้าง จนปีที่แล้วได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลขอนแก่นให้มาทำงานเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะหาเงินใช้เองได้ไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัวอีกต่อไป    

 "ชีวิตการทำงานที่ผ่านมากว่า 1 ปี ก็ยังคงใช้ชีวิตระหว่างบ้านกับที่ทำงาน โดยเริ่มงานเวลา 08.00-16.00 น. เวลาว่างก็จะพักผ่อนด้วยการฟังเพลง ไปท่องเที่ยวกับครอบครัวบ้าง เมื่อเรียนจบ มีงานทำ ก็ถึงคราวที่คิดถึงเรื่องครอบครัวบ้าง ที่ผ่านมาเคยบอกรักผู้หญิงอยู่หนึ่งคน ที่คอยดูแลช่วยเหลือ จนเกิดความประทับใจ แต่ก็ถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าไม่เหมาะสมกัน ส่วนตัวหากจะมีคู่ชีวิตก็ต้องการคนปกติเพื่อมาเป็นตาแทนเรา ไม่ขอแต่งกับคนพิการด้วยกันแน่ เพราะจะเป็นภาระ" นายอนุชิตกล่าว   
นายอนุชิต กล่าวว่า หญิงในสเปกต้องอายุมากกว่า 1-2 ปี ขาวอวบ มีมนุษยสัมพันธ์ดี สวย จิตใจดี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร มีการงานมั่นคง ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันได้ เข้าใจข้อจำกัดของอีกฝ่าย เพราะถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่หากได้พูดคุยก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่วนที่มีบริษัทจะจัดหาคู่ให้คนพิการ ก็รู้สึกดีใจที่มีโครงการเช่นนี้ เพราะคนพิการที่มีครอบครัวส่วนใหญ่ก็เจอะเจอกันเอง ส่วนหนึ่งไม่มีโอกาสที่จะได้พบปะผู้คน และไม่สะดวกที่จะไปหาคู่เอง ซึ่งถ้ามีหน่วยงานที่ช่วยคัดเลือกคนให้ ก็เป็นทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกให้คนพิการมากขึ้น