
เจ้าของอสังหาฯสองแควขึ้นค่าแรง300บ.
นักธุรกิจเจ้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จ.พิษณุโลกประกาศขึ้นค่าแรงให้คนงานเป็นวันละ 300 บาท มีผลมกราคม 2555 ขณะที่สภาอุตสาหกรรมใต้ ยันยังไม่พร้อม ชี้กระทบธุรกิจ SME ที่มีมากกว่า 70% ในพื้นที่
(2ส.ค.) นายอมร ดอนจันทร์ไพร ผู้จัดการโครงการน้ำเพชรซอย 5 และโครงการ 99 ดี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในอสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดเปิดเผยว่า เดือนมกราคม 2554 ตนจะขึ้นค่าแรงให้กับลูกจ้างโครงการทุกคนเป็นวันละ 300 บาท เพื่อสนองตอบนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้ใช้แรงงาน ทั้งนี้ คนงานของโครงการมีทั้งพนักงานกรรมกรลูกจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงตั้งแต่ 160 บาท ถึงแรงงานพวกช่างฝีมือได้ค่าจ้าง 200-260 บาท ต่อวัน
ขณะเดียวกัน ได้ทำการแจกถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค-บริโภค ให้กับคนงานก่อสร้างของสองโครงการจำนวน 160 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใช้แรงงาน เนื่องในเดือนมหามงคลวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2554
นางหนูพร โพอินทร์สา ลูกจ้างผู้ใช้แรงงานงานโครงการ 99 ดี เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่เจ้าของโครงการจะขึ้นค่าแรงให้ ทุกวันนี้ทำงานเป็นกรรมกรทั่วไป ได้ค่าจ้างวันละ 170 บาท ได้ค่าน้ำมันวันละ 30 บาท ถ้าได้เงินเพิ่มมาอีกก็จะช่วยเพิ่มค่าครองชีพให้ครอบครัวได้
นางวาสนา นวลอ่อม อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 93/3 ม.10 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ ลูกจ้าง เปิดเผยว่า ทำงานโครงการนี้มา 10 ปีแล้ว ได้ค่าแรงวันละ 260 บาท ถ้าได้เพิ่มอีกวันละ 300 บาท ก็เป็นสิ่งที่ดี
ภาคอุตสาหกรรมภาคใต้ยันไม่ขยับค่าแรง300บาท
นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที กรรมการสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าจากผลการประชุมร่วมของสภาอุตสาหกรรม 14 จังหวัดภาคใต้ มีความเห็นตรงกันว่าภาคอุตสาหกรรมในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ยังไม่พร้อมปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมได้ตอบปฏิเสธที่จะปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากความไม่พร้อมของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ทั้งยังหวั่นว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการจ้างงาน และธุรกิจ SME ที่มีสัดส่วนกว่า 70% อย่างรุนแรง ทั้งยังจะเป็นปัจจัยทำให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมไม่สามารถขยายตัวได้ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาคใต้ได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนำเรื่อง และประเด็นปัญหาดังกล่าวไปร่วมหารือเพื่อหาทางกับรัฐบาลชุดใหม่
“การปรับเพดานค่าแรงขั้นต่ำในทันทีทันใดคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และการจ้างงาน โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตราการจ้างงานในกลุ่มปริญญาตรีลดลง จากปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 20% ในภาคอุตสาหกรรม โดยแรงงานส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมจะเป็นแรงงานระดับ ปวช.และ ปวส. ดังนั้นข้อเท็จจริงของเพดานการจ้างงานก็ยังไม่เห็นควรที่จะขยับเพิ่มเป็น 300 บาท
โดยในส่วนของจังหวัดระนองค่าจ้างขั้นต่ำสุดน่าจะอยู่ในระดับ 200 บาทต่อวันสำหรับแรงงานไร้ฝีมือ ส่วนแรงงานประเภทมีฝีมืออัตราค่าจ้างไม่ควรเกิน 250 บาทต่อวัน พิจารณาตามลักษณะข้อเท็จจริงของขนาดเศรษฐกิจของพื้นที่ ดังนั้นหากรัฐบาลชุดใหม่จะมีทางออกหากยังยืนยันที่จะเดินหน้านโยบายดังกล่าว แนวทางในการหากองทุนชดเชยส่วนต่างให้กับผู้ประกอบการในส่วนที่เกินเพดานความสามารถในการจ้างงาน ก็น่าจะเป็นอีกทางออกที่อาจจะแก้ปัญหาได้ แต่การขยับค่าจ้างขั้นต่ำทางออกที่ดีที่สุดคือการเจรจาร่วมของไตรภาคี และควรที่จะดำเนินการแบบขั้นบันไดจะดีกว่าแบบก้าวกระโดด”นายกฤษณะ กล่าว



