
ศาลปค.ลุยคดีวังน้ำเขียว-อช.สั่งรื้ออีก
ศาลปค.แผนกคดีสวล.นครราชสีมา พร้อมลุยกรณีวังน้ำเขียว ปธ.ศาลปค.สูงสุด เผย เปิดศาลสวล. พร้อมกันทั่วปท. 9 จว. ด้านกรมอุทยานฯไม่หยุด สั่งติดป้ายสั่งรื้อรีสอร์ตรุกป่าเพิ่ม 20 แห่ง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่ศาลปกครองนครราชสีมา ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางสายสุดา เศรษฐบุตร อธิบดีศาลปกครอง จ.นครราชสีมา เป็นประธานทำพิธีเปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ศาลปกครองนครราชสีมาอย่างเป็นทางการ โดยมีบรรดาหัวหน้าส่วนราชการต่างๆภายในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ทั้งนี้แผนกคดีสิ่งแวดล้อมศาลปกครองนครราชสีมา จะเริ่มเปิดทำการรับฟ้องคดีที่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับคดีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นางสายสุดา เปิดเผยว่า ความพร้อมของแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ในระยะเบื้องต้นนั้นจะใช้ตุลาการที่มีอยู่ภายในศาลปกครองนครราชสีมาไปก่อนในเบื้องต้นจากนั้นทางศาลปกครองกลางก็จะส่งตุลาการลงมาเพิ่ม ซึ่งคณะตุลาการผู้จะพิจารณาคดีในขณะนี้ ก็จะมีรองอธิบดีศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมาเป็นหัวหน้าแผนกคดีสิ่งแวดล้อม และก็จะมีหัวหน้าคณะตุลาการอีก 3 ท่าน และตุลาการผู้แถลงคดีอีก 2 ท่าน ซึ่งขณะนี้พร้อมแล้วที่จะรับฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นางสายสุดา กล่าวอีกว่าในพื้นที่รับผิดชอบของศาลปกครองนครราชสีมามีคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการฟ้องร้องโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมถึงที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ในเร็วนี้อย่างเช่นกรณีปัญหาพิพาทที่ดินวังน้ำเขียว ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน แต่ว่าในเรื่องดังกล่าวทราบว่าได้มีการดำเนินการในกระบวนการของศาลยุติธรรมอยู่แล้วบางส่วน แต่อย่างไรก็ตามหากมีการฟ้องร้องมาที่ศาลปกครองทางแผนกคดีสิ่งแวดล้อมก็พร้อมที่จะดำเนินการตามกระบวนการทันทีเช่นเดียวกัน ซึ่งทางศาลปกครองแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวันนี้พร้อมแล้วที่จะเริ่มทำหน้าที่โดยทันที
"แผนกคดีสิ่งแวดล้อมฯ นั้น มีตุลาการศาลปกครองที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านคดีสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะ (Green Judge) เป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดี เนื่องจากหลักทางวิชาการ ลักษณะคดี และนิติวิธีในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของตุลาการศาลปกครองในคดีประเภทนี้ จะมีความแตกต่างจากการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองทั่วไป ดังนั้น การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครอง จึงเป็นที่เห็นได้ชัดว่าจะทำให้คู่กรณีในคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้รับประโยชน์จากการพิจารณาพิพากษาที่รวดเร็วกว่าเดิมภายใต้มาตรฐานของหลักความถูกต้องและเป็นธรรมเป็นที่ตั้งตามที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายกำหนด สำหรับสถิติคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมล่าสุดสำรวจเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 4,634 คดี แล้วเสร็จ 3,657 คดี เหลือค้าง 977 คดี แยกเป็น ศาลปกครองสูงสุด 1,334 คดี แล้วเสร็จ 957 คดี เหลือค้าง 377 คดี ,ศาลปกครองกลาง 1,984 คดี แล้วเสร็จ 1.639 คดี เหลือค้าง 345 คดี ,ศาลปกครองในภูมิภาค 9 ศาล มี 1,316 คดี แล้วเสร็จ 1,061 คดี เหลือค้าง 255 คดี"นางสายสุดา กล่าว
ด้านนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาที่เดินทางมาร่วมพิธีเปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อมของศาลปกครองในวันนี้ กล่าวถึงกรณีปัญหาข้อพิพาทเรื่องของการบุกรุกที่ดินและการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ใน อ.วังน้ำเขียวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆจากผลการตรวจสอบในทุกๆด้าน ตอนนี้ต้องรอผลการบังคับใช้กฏหมายที่แต่ละหน่วยงานจะเข้าไปดำเนินการเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่าความผิดทุกกรณีในพื้นที่จะต้องดำเนินการไปตามกฏหมายอย่างเดียวไม่มีเรื่องของการไกล่เกลี่ยใดๆ ส่วนเรื่องที่กำลังมีกลุ่มชาวบ้านหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้ทางจังหวัดและทางรัฐบาลหาทางออกอื่นมาปรับใช้มากกว่าการบังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาดในขณะนี้นั้น
"ทางจังหวัดนครราชสีมาไม่ห่วงหรือกังวลในเรื่องนี้ และพร้อมที่จะรับฟัง ส่วนแนวทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไรก็ต้องมีการหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมายเพื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปหรือทางออกอื่นนอกเหนือจากการปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฏหมายเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีการบังคับใช้กฏหมายต่อผู้ที่มีความผิดชัดแจ้งอย่างเด็ดขาด ส่วนกรณีที่ยังไม่มีความชัดแจ้งก็จะต้องตรวจสอบต่อไป"นายระพี กล่าว
ผอ.ป่าไม้ที่8เร่งตรวจสอบ22รายรุกป่าวังน้ำเขียว
นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว นั้น ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบความชัดเจนว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่อยู่ในเขตป่าสงวนโซน ซีแล้ว เบื้องต้นเมื่อตรวจสอบจากแนวเขต พิกัด พร้อมกับตรวจสอบภาพถ่าย พบว่ามี 22 รายบุกรุกป่าโซนซี และหากตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดพบว่ามีหลักฐานยืนยันว่าบุกรุกป่าจริง จึงจะดำเนินการขอหมายศาล เข้าตรวจสอบพื้นที่ รวมถึงแนวเขตด้วย
ส่วนที่ชาวบ้านออกมาร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ทางกรมป่าไม้ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ของพื้นที่แล้ว ขอให้ประชาชนใจเย็นๆเพราะปัญหาการบุกรุกนี้ มีมานานแล้ว ทางกรมป่าไม้เองกำลังเร่งคลี่คลายปัญหาทั้งหมด ซึ่งต้องตรวจสอบทั้งประเภทการถือครองที่ดิน สิ่งก่อสร้างและรายละเอียดอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ หากมีหลักฐานยืนยันการใช้ประโยชน์ก็สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้
“เจ้าหน้าที่ต้องใช้ข้อบังคับกฎหมายดำเนินการ หากตรวจสอบรายละเอียดแล้วพบว่ามีการบุกรุกจริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งที่ดำเนินการอยู่ ได้ยึดหลักการช่วยเหลือ ให้โอกาสประชาชน และสามารถพูดคุยกันได้" นาย สุเทพกล่าว
อุทยานฯทับลานลุยติดป้ายสั่งรื้อรีสอร์ตรุกป่าอีก 20 แห่ง
แหล่งข่าวจากอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ในการดำเนินการกับกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลานตาม "โครงการคืนผืนป่าให้แผ่นดิน" ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารและทำหนังสือแจ้งไปยังผู้บุกรุก โดยในวันที่3ส.ค.54 เจ้าหน้าที่จะลงไปติดป้ายประกาศอุทยานสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามอำนาจในมาตรา 22 แห่ง พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพิ่มเติมอีกประมาณ 20 แห่ง
ทั้งนี้ จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ชุดคือ ชุดของเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 นครราชสีมา ซึ่งรับผิดชอบในโซนพื้นที่ จ.นครราชสีมาไปดำเนินการติดป้ายประกาศอุทยาน 10 แห่ง และ ชุดของเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี ซึ่งรับผิดชอบโซนพื้นที่ป่า จ.ปราจีนบุรี ดำเนินการติดป้ายประกาศอุทยานอีก 10 แห่ง ซึ่งคาดว่าส่วนที่เหลืออีกประมาณ 70 แห่งจะเร่งดำเนินการติดป้ายประกาศอุทยานฯ ให้ครบทั้งหมดในเดือนสิงหาคม นี้
แหล่งข่าวรายเดิม บอกด้วยว่า การดำเนินการกับผู้บุกรุกรายใหม่นั้น อยู่ระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากพบการบุกรุกก็จะแจ้งความเพิ่มเติม แต่ในเบื้องต้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บุกรุกรายใหม่แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีข่าวออกไปมากทำให้การบุกรุกป่าอุทยานน้อยลง และยังทำให้ผู้ที่กำลังอยู่ระหว่างการบุกรุกรีบถอนตัวออกนอกพื้นที่ไปแล้ว เพราะเกรงจะถูกดำเนินคดี
ส่วนกระแสการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างสูงนั้น ยอมรับว่า ประชาชนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือถูกปลุกระดมจากบางกลุ่ม ซึ่งทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนฟื้นฟู ลงพื้นที่พบปะทำความเข้าใจกับประชาชนวันละ 1-2 หมู่บ้าน เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง ว่า ไม่ได้ดำเนินการกับประชาชนที่เคยถือครองพื้นที่อยู่เดิม
"การดำเนินการของอุทยานฯ ขณะนี้เป็นคดีเก่าทั้งหมด และคดีอยู่ในชั้นศาล ไม่ใช่เพิ่งจะมาแจ้งความดำเนินคดี และไม่มีชาวบ้านในพื้นที่คนใดที่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีเลย ทั้งหมดเป็นกลุ่มนายทุนที่เข้ามาก่อสร้างบ้านพัก รีสอร์ต และปลูกยางพาราหรือพืชอื่นๆ ในเขตอุทยานฯ ฉะนั้นชาวบ้านไม่ต้องตกใจหรือกังวล ทุกคนยังสามารถอยู่ในพื้นที่เดิมต่อไปได้ตามปกติ" แหล่งข่าวรายนี้ ระบุ
ศาลปกครองสองแควเปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อมเช่นกัน
นาวาเอกวุฒิ มีช่วย อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้เปิดทำการแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองพิษณุโลก สำหรับคดีด้านสิ่งแวดล้อมที่พิจารณาคือ คดีบึงบอระเพ็ด ที่ไม่ควบคุมน้ำเสีย ศาลพิพากษาให้ชดใช้กับประชาชน คดีย้ายเรือนแพ ประชาชนร้องว่าการย้ายเรือนแพโดยมิชอบ เมื่ออตรวจสอบดูก็พบว่าเทศบาลนครพิษณุโลกทำถูกต้องจึงยกฟ้องไป ส่วนคดีที่อยู่ในชั้นศาลมีคดีเหมืองทอง ที่ จ.พิจิตร หรือคดีฟ้องร้องเหตุรำคาญทางเสียง กลิ่นเหม็น
เปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปค.9 จว.ทั่วประเทศ
ศาลปกครอง เปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น 9 ศาลทั่วประเทศ เพื่อรับฟ้อง และพิจารณาพิพากษาคดีสิ่งแวดล้อม
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า การเปิดทำการแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองนี้ เป็นการเปิดทำการพร้อมกันทุกศาลทั่วประเทศ 9 แห่ง ได้แก่ ศาลปกครองเชียงใหม่ ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครราชสีมา ศาลปกครองขอนแก่น ศาลปกครองพิษณุโลก ศาลปกครองระยอง ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ศาลปกครองอุดรธานี และศาลปกครองอุบลราชธานี รับฟ้องคดีปกครองพร้อมกันในวันนี้
"รัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติหลักการสำคัญทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในทางสิ่งแวดล้อมและอำนาจ หน้าที่ของรัฐไว้ในมาตรา 66 มาตรา 64 และมาตรา 85 โดยกำหนดให้ชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม มีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการจัดการบำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ตลอดจนการกำหนดรับรองสิทธิของบุคคลหรือชุมชนในการดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติ และต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของคน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐไว้ด้วยว่ารัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้าน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริม บำรุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน"
"ในส่วนของบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ ได้บัญญัติรับรองสิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยที่ 3/2552 เรื่องการรับรองสิทธิและเสรีภาพ และอำนาจศาลในคดีพิพาทตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มีเจตนารมณ์ให้สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองไว้มีสภาพบังคับ ได้ทันทีที่รัฐธรรมนูญประกาศให้มีผลใช้บังคับโดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติ กฎหมายอนุวัติการมาใช้บังคับก่อน และวินิจฉัยเรื่องสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไว้ว่า ในกรณีที่มีการดำเนินโครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ก็ดี หรือเป็นโครงการหรือกิจการที่ไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวด ล้อมตามที่กฎหมายกำหนด"
"การดำเนินโครงการหรือกิจการอาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ ชุมชนทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพต่อบุคคลหรือชุมชน บุคคลหรือชุมชนย่อมมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ดำเนินโครงการหรือกิจการนั้น จัดให้มีการศึกษาและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือการให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพให้ความเห็นก่อนดำเนินโครงการหรือกิจการได้"
นายหัสวุฒิ ระบุว่า รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบในการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี พิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2554 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2554 กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ประธานศาลปกครองสูงสุดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ตุลาการศาลปกครอง มีอำนาจออกประกาศจัดตั้งแผนกคดีขึ้นในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น และโดยที่ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สังคม เศรษฐกิจ และสาธารณชนในวงกว้าง การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลปกครอง จึงเป็นไปเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็น ไปโดยรวดเร็ว ทันต่อการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายไม่เฉพาะแต่คู่กรณีเท่า นั้น หากแต่ยังเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่ประชาชนที่อาศัย อยู่ในระบบนิเวศเดียวกันด้วย อันเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม และยังประโยชน์แก่การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ จึงเห็นสมควรจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองชั้นต้นทุกศาล และในส่วนของศาลปกครองสูงสุดนั้นเป็นศาลที่วางหลักสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่ง แวดล้อม และเป็นศาลที่ต้องพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมกรณีที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำ สั่งของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด จึงเห็นควรจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสูงสุดด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การฟ้องคดีต่อแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองเร็วและดีอย่างไร นายหัสวุฒิ กล่าวว่า การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมทำให้ขั้นตอนการพิจารณาคดี ตั้งแต่การฟ้องคดี จนถึงการมีคำพิพากษาของศาลเป็นขั้นตอนที่แยกการพิจารณาออกมาโดยเฉพาะจากคดี ปกครองประเภทอื่น จึงทำให้คดีเสร็จรวดเร็วและเหมาะสมกับคดีสิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อส่วนรวม ซึ่งรอช้าไม่ได้ ขณะที่ ตุลาการศาลปกครองที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านคดีสิ่งแวดล้อมเป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดี จึงมั่นใจได้ในความถูกต้องและเป็นธรรมของคำพิพากษา



