เหนือ-อีสานอ่วม'หมุ่ยฟ้า'ถล่มปินส์
ภาคเหนือ-ภาคอีสาน โดนพิษ 'นกเตน' อ่วม เจอน้ำท่วมหนักหลายพื้นที่ ปภ. สรุป 14 จว.โดนหนัก ลูกใหม่ "หมุ่ยฟ้า"ถล่มฟิลิปปินส์ ตายแล้ว 5 มนิลาท่วมหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคเหนือและภาคอีสานของไทย ได้ีรับผลกระทบจากพายุ 'นกเต็น' อย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยหลายจังหวัดประสบภาวะน้ำท่วมขัง และประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
นายคมสัน สุวรรณอัมพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ พบว่า มีผู้ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมขัง ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันใน 2 อำเภอ คือ อำเภอสันกำแพง ซึ่งถูกน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.54 ซึ่งทางปภ.เชียงใหม่ ได้ส่งเรือท้องแบนเข้าอพยพชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกับแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 2 ส.ค. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยพร้อมกับแจกถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง เป็นความช่วยเหลือในเบื้องต้น
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่อ.สันทราย พบว่าหมู่บ้านจัดสรรจำนวน 2-3 แห่ง คือ หมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์และหมู่บ้านรวมโชค ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 50-60 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำจึงทำให้เกิดน้ำท่วมขัง บริเวณชั้น 1 ของบ้านถูกน้ำท่วมเกือบหมด ซึ่งพบว่ามีประชานได้รับความเดือดร้อนหลายร้อยหลังคาเรือน และยังพบว่าถูกตัดน้ำและไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อนนกเตน ที่ทำให้ฝนตกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่ง ปภ.เชียงใหม่ ได้เสนอจังหวัดให้ประกาศให้ 10 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อเร่งเบิกเงินใช้จ่ายให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปริมาณแม่น้ำปิงที่จุดตรวจวัด P1 สะพานนวรัฐ ได้ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งมากขึ้นและไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม
ฝนตกต่อเนื่อง งดเดินรถเส้นทางรถไฟ เชียงใหม่-กทม.
นายสีลรัตน์ ดีวาจี นายสถานีรถไฟเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากฝนที่ตกต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 1ส.ค.54 ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเดินรถไฟเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯได้ เท่าที่ทราบเนื่องจากมีปัญหาน้ำท่วมทางรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่ ต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องว่าจะสามารถเดินรถเที่ยวแรกได้เมื่อใด
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าวันนี้จะหยุดเดินรถทั้งหมดกี่ขบวน คาดว่าช่วงบ่ายจะมีความแน่นอนและชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้โดยสารนั้นก็ได้มีการคืนตั๋วรถให้ตั้งแต่วานนี้แล้วที่ไม่สามารถเดินรถได้ บริเวณอาคารสถานีรถไฟเชียงใหม่ตอนนี้จึงไม่พบว่ามีผู้โดยสารมารอ เนื่องจากทราบล่วงหน้าแล้วแต่ก็มีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามบ้างแต่ไม่มากนัก
ขณะที่นายสมเดช ยุพิน นายสถานีรถไฟเด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำยมได้เพิ่มระดับสูงขึ้นและส่วนหนึ่งได้เอ่อไหลเข้าท่วมทางรถไฟ โดยบริเวณสถานีรถไฟบ้านปิน และสถานีรถไฟแก่งหลวง อ.ลอง พบว่าปริมาณน้ำได้ท่วมใกล้เคียงบริเวณหินรองรางรถไฟ จำเป็นต้องสั่งงดเดินรถบริเวณ 2 สถานีดังกล่าว เพราะเกรงว่าหินและดินอาจทรุดตัวได้
"ตอนนี้ต้องรอประเมินสถานการณ์ระดับน้ำ หากลดระดับก็จะมีการตรวจสอบความปลอดภัยและสั่งให้มีการเดินรถได้ตามปกติ คาดว่าอีก 4-5 ชั่วโมง น่าจะทราบความชัดเจน"
แหล่งข่าวสถานีรถไฟเด่นชัย กล่าวว่า เที่ยวรถจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ไม่สามารถเดินรถได้เลยตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.54 เนื่องจาก 2 สถานี คือสถานีรถไฟบ้านปินและสถานีรถไฟแก่งหลวง อ.ลอง ถูกน้ำท่วม และเกิดการกัดเซาะของดินบริเวณใต้รางรถไฟ ทำให้ดินด้านล่างหายไป รถไฟไม่สามารถผ่านไปได้ หากเปิดให้มีการเดินรถอาจทำให้เกิดการทรุดตัวได้ และเป็นอันตราย ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งอัดหินบริเวณใต้ราง หากแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถเดินรถได้จำนวน 3 ขบวน ขบวนแรกคาดว่าจะเริ่มเวลา 11.00 น.
น่าน น้ำป่าหลากท่วมย่านเศรษฐกิจเมืองน่านบางส่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4.59 ม.แต่เช้าวันนี้ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 4.55 ม. แต่น้ำห้วยลี่ ซึ่งเป็นน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเเมืองน่าน บริเวณตลาดเทศบาลบน ถนนอนันตวรฤทธิเดช บริเวณสี่แยก ธกส. และสามแยกโรงแรมฟ้าธนิน สามแยกอีซูสุ ถนนอริยวงศ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน แต่รถยังสามารถสัญจรไปมาแล้ว
โดยเมื่อคืนนี้ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 ซม.ทำให้ร้านค้าได้รับความเดือดร้อนจากรถที่ผ่านไปมา เนื่องจากหากวิ่งด้วยความเร็วน้ำจะกระเพื่อมเข้าไปโดนสิ่งของและสินค้าภายในร้านได้ แม้จะกั้นด้วยกระสอบทรายแล้วก็ตาม ส่วนบางร้านที่ยังไม่ได้กั้นต่างก็เร่งหากระสอบทรายที่เทศบาลน่านและอบจ.เตรียมไว้แจกจ่ายมาใช้กั้นแล้ว
ด้านเทศบาลเมืองน่าน เมื่อเห็นว่าเช้าวันนี้ระดับน้ำน่านได้ลดลงเล็กน้อยแล้ว จึงเร่งเปิดปากท่อให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ให้สามารถระบายลงตามท่อได้ เพื่อจะได้ไหลออกประตูระบายน้ำที่เร่งเปิดประตูระบายน้ำห้วยลี่ เพื่อให้ไหลลงน้ำน่าน เป็นการลดระดับน้ำที่ท่วมขังในย่านเศรษฐกิจให้ลดลง บรรเทาความเดือดร้อนระดับหนึ่งเพื่อให้เดือดร้อนน้อยที่สุด
ลำปาง น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากชาวบ้านที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำวัง ในตัวเมืองลำปาง ได้รับผลกระทบน้ำในแม่น้ำวังไหลเข้าท่วม จนชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำ ล่าสุด ที่ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง
ทั้งนี้ นายอดุลย์ กันธิดา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ยังได้ออกสำรวจพื้นที่หลายหมู่บ้านในตำบลลำปางหลวง หลังน้ำหลากจากลำน้ำแม่ตาล ลำน้ำแม่เถาวัลย์ และน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาขุตาลไหลเข้าท่วมบ้านราษฎรในพื้นที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะที่บ้านนางเหลียว หมู่ 4 ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ชาวบ้านต้องเร่งขนของไปไว้ในที่สูงเพื่อหนีน้ำ บ้านบางหลังได้ถูกน้ำไหลทะลักเข้าไปในตัวบ้าน ถนนบางเส้นในหมู่บ้านมีระดับน้ำสูงกว่า 80 เซนติเมตร
นายอดุลย์ กล่าวว่าจากการสำรวจทั้ง 13 หมู่บ้าน ที่หนักสุดคือบ้านนางเหลียว บ้านม้าและบ้านจู๊ด เบื้องต้นตนได้นำรถแบ็คโฮเข้าขุดเพื่อเร่งเปิดทางระบายน้ำแล้วเพื่อระบายที่ไหลให้ลงสู่น้ำวังแล้ว นอกจากนี้จะได้ให้เจ้าหน้าที่พนักงานเทศบาลนำกระสอบทรายแจกจ่ายกับชาวบ้านเพื่อกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านมากกว่านี้และหากฝนยังตกไม่หยุดติดต่อกันหลายวันเทศบาลจะได้นำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป
แพร่ น้ำแม่ยมเอ่อท่วมตัดขาดอำเภอวังชิ้นจ่อท่วมสุโขทัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.แพร่ มีผลกระทบเนื่องจากมีฝนตกในทุกพื้นที่ของ จ.แพร่ โดยแม่น้ำยมมีระดับน้ำที่สูงขึ้น และในวันนี้ตั้งแต่เวลา 02.00 น.เป็นต้นมา ระดับน้ำแม่ยมช่วงไหลผ่าน อ.วังชิ้น ก่อนที่จะเข้าสู่ จ.สุโขทัย เพิ่มระดับน้ำที่สูงขึ้น จนเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรใน อ.วังชิ้น ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยระดับน้ำบางจุดสูงถึง 3 เมตร ทำให้ทางอำเภอวังชิ้น ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือราษฎร อย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ น้ำจากแม่ยมได้เข้าท่วม ถนนสายเชื่อมระหว่างวังชิ้น บริเวณ ต.บ่อเหล็กลอง อ.วังชิ้น-กับ อ.เถิน จ.สุโขทัย และ ต.บ่อเหล็กลอง ไป อ.ศรีสัชนาลับ จ.สุโขทัย มีระดับน้ำ สูง 1เมตร
นอกจากนี้ น้ำจากแม่ยม ยังเอ่อเข้าท่วม บ้านเรือนราษฎรใน 17 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่1-10 ต.วังชิ้น หมู่ 1 และ หมู่ 5 ต.แม่เกิ๋ง และ หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 6 หมู่ 7 และหมู่ 10 ต.แม่ป้าก โดยมีระดับน้ำสูง 2-3 เมตร ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ถนน เข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด ขณะที่ยังมีฝนตกและระดับน้ำที่สูงขึ้น
นายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล นายอำเภอวังชิ้น กล่าวว่า ทางอำเภอวังชิ้น ได้นำกำลัง อส. อปพร นำเรือท้องแบบเข้าช่วยเหลือราษฎรตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และนำคนแก่และเด็ก ที่ไม่สามารถช่วยตัวเอง มาอยู่ในที่ปลอดภัย โดยนายชวน ศิรินันท์พร ผวจ.แพร่ ได้นำเรือท้องแบน จาก จ.กำแพงเพชร จำนวน 4 ลำเข้าสนับสนุน พร้อมทั้งอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งอำเภอวังชิ้นได้เร่งแจกจ่ายให้กับราษฎร เนื่องจากระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น และหากราษฎรที่อาศัยอยู่บ้านสองชั้นต้องให้ออกมาหากระดับน้ำสูงขึ้นจนท่วมถึงชั้นที่สองของตัวบ้าน
ทั้งนี้ ในส่วน บริเวณที่ว่าการอำเภอวังชิ้น น้ำแม่ยมได้เข้าท่วมสูงถึง 2 เมตร ประชาชนที่เข้ามาติดต่อจะต้องพายเรือเข้ามา แต่เจ้าหน้าที่ยังสามารถทำงานได้ และหากฝนยังตกต่อเนื่องจนระดับเพิ่มสูงขึ้น ก็จะต้องอพยพไปทำงานที่ชั้นที่สองของอำเภอวังชิ้น โดยประชาชนสามารถมาติดต่องานราชการได้ตลอดเวลา
นายสมคิด ผานุการณ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า ระดับน้ำ แม่ยมขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นวัดได้ที่ สถานีวัดระดับน้ำอุทกวิทยาวัดน้ำโค้ง อ.เมือง จ.แพร่ เมื่อเวลา 11.00 น.วัดได้ 10.30 เมตร โดยพื้นที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมจะถูกน้ำท่วมทั้งหมด และน้ำเหล่านี้จะไหลลงไปที่ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร ภายใน 1-2 วันนี้ โดยเฉพาะ จ.สุโขทัย จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
สุโขทัย น้ำท่วมหนัก-สพท.สุโขทัยเขต 1 สั่งปิด3โรงเรียน หลังน้ำท่วม
เวลา 07.00 น.วันที่ 2 ก.ค.ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่สูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเต็มทั้งสองฝั่งระดับน้ำสูงขึ้น โดยวัดจากจุดตรวจวัดระดับน้ำของกรมชลประทาน ณ.จุดตรวจวัดสถานี Y4 ด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ระดับน้ำสูงถึง 7.20 เมตร ทำให้เกิดภาวะแม่น้ำยมล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 1 , 2 , 4 และ หมู่ที่ 6 ต.ปากแคว อ.เมือง รวมทั้งระดับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งยังกำลังไหลบ่าเข้าท่วมถนนสายบายพาสรอบเมืองสุโขทัยอีกด้วย
โดยระดับน้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรหลายจุดรวมทั้งไหลบ่าข้ามถนนสายสุโขทัย - ศรีสำโรง ช่วงหน้าที่ทำการประปาและด้านหน้าสถานีไฟฟ้าสุโขทัยระยะทางยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงจากผิวถนน 50 - 60 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์เล็กผ่านได้ลำบาก ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน
เช่นเดียวกันที่ หมู่ที่ 4 บ้านสามหมื่น และหมู่ที่ 6 บ้านวังกุ้ง ต.ปากพระ อ.เมือง ก็ประสบปัญหาภาวะน้ำท่วมในพื้นที่สูงจากแม่น้ำยมล้นตลิ่งเช่นเดียวกัน รวมทั้งระดับน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมยังไหลบ่าข้ามถนนสาย 1293 ตอนสุโขทัย - บางระกำ ระยะทางยาว 1.6 กม. ระหว่างหลัก กม.ที่ 8.700 - 10.300 โดยระดับน้ำสูงกว่าระดับพื้นผิวถนน 40 เซ็นต์ติเมตร รถเล็กผ่านลำบากและต้องปิดการจราจรชั่วคราว
ด้านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัยเขต 1 สั่งปิดโรงเรียนจากผลกระทบภาวะน้ำท่วมได้แก่ โรงเรียนวัดปากแคว ต.ปากแคว , โรงเรียน เทศบาลวัดไทยชุมพล และโรวเรียนบ้านลัดทรายมูล
ขณะเดียวกันนายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ซึ่งออกติดตามสถานะการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิดได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเข้าพื้นที่ทำการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งออกประกาศเตือนชาวบ้านทั้งสองฝั่งของแม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดสุโขทัยให้เตรียมความพร้อมในการอพยพขนข้าวของขึ้นไว้ในที่สูงรวมทั้งระมัดระวังภาวะแม่น้ำยมล้นตลิ่งฉับพลันโดยติดตามข่าวสารของทางราชการที่ออกประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
อุตรดิตถ์ น้ำป่าจากเขาทะลักท่วมลับแล
เวลา 08.00 น.วันที่ 2 สิงหาคม 2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเจษฎา ศรุติสุต นายกเทศมนตรีตำบลศรีพนมมาศ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ได้ประสานขอกำลังพลจำนวน 50 นายจากค่ายพระศรีพนมมาศ (ป.พัน 20) พร้อมระดมเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน เข้าไปยังฝายกั้นน้ำทุ่งป่ายาง หมู่ 4 บ้านหัวร้อง ต.ฝายหลวง เพื่อช่วยกันนำท่อนไม้ ซากปรังหักพัง ซึ่งไหลมาปิดกันประตูระบายน้ำ ประกอบกับฝนที่ตกหนักติดต่อกันกว่า 2 วันที่ อ.ลับแล น้ำจากเทือกเขาน้ำตก ที่ล้อมรอบ อ.ลับแล จึงทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านและพื้นที่การเกษตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านและกำลังพล ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงเพื่อนำเศษไม้และซากปรังหักพังที่ปิดเส้นทางระบายน้ำออก เนื่องจากมีความหนาแน่นจนชาวบ้านสามารถลงเป็นเดินบนซากปรังหักพังดังกล่าวได้
ทั้งนี้ น้ำที่ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านมีสีแดง ขุ่นข้น ไหลลงสู่คลองแม่พูล คลองแม่พร่อง อย่างรวดเร็วและล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน นาข้าว ที่หมู่ 11 บ้านทุ่งเอี้ยง ต.ฝายหลวง และเขตเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ ชาวบ้านต่างเร่งเก็บสิ่งของขึ้นไว้ที่สูง ขณะที่เทศบาลตำบลศรพนมมาศระดมเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายออกแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำมาปิดกั้นบริเวณหน้า
นายเจษฎา ศรุติสุต นายกเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักตามภูเขาที่อำเภอลับแล ได้นำเศษไม้ ซากปรังหักพัง ที่ไหลตามน้ำมาปิดประตูระบายน้ำที่ฝายทุ่งป่ายาง มีความหนาแน่นจนชาวบ้านสามารถเดินทางไปเหยียบได้ ส่งผลทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ต.ฝายหลวง และ เทศบาลตำบลศรีพนมมาศกว่า 300 หลังคา พื้นที่การเกษตร ที่เป็นนาข้าวกว่า 5000 ไร่ จึงต้องเร่งนำซากปรังหักพังออกเพื่อเปิดเส้นทางน้ำ
ขณะเดียวกันฝนที่ยังคงต้องในพื้นที่ ได้แจ้งเตือนชาวบ้านเฝ้าระวัง เก็บสิ่งของไว้ที่สูงและผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ซึ่งอาศัยอยู่ตามบ้าน ย้ายไปที่โรงพยาบาลลับแลก่อนเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามอำเภอลับแล เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสีแดงอันดับ 1 ของจังหวัดอุตรดิตถ์และเคยเกิดดินโคลนถล่มมาแล้วเมื่อปี 2549 ดังนั้นจึงมีการแจ้ง
เตือนชาวบ้านให้เฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.ทองแสนขัน ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ชาวบ้านทยอยขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง กลับเข้าบ้านและทำความสะอาดและยังมีเพียงบางส่วนที่อาศัยอยู่ที่ลุ่ม ระดับน้ำยังคงท่วมขัง ทางเทศบาลตำบลทองแสนขันจึงนำเครื่องสูบน้ำบริการสูบน้ำออกเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าพักอาศัยตามปกติ โรงเรียนบ้านแสนขัน และโรงเรียนบ้านท่าช้าง เทศบาลตำบลทองแสนขัน ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงและหยุดการเรียนการสอน วันนี้ ( 2 ส.ค.) ครูและนักเรียนต่างช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียนและจะเปิดสอนในวันที่ 3 ส.ค.นี้
ขอนแก่น - ปภ.อีสานบนระดมชุมชนมีส่วนร่วมรับมือน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุโซนร้อนนกเตนที่พัดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง และลมพัดแรง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคามและขอนแก่น นอกจากนี้ ยังเฝ้าระวังพายุมุ่ยฟ้าที่กำลังเคลื่อนตัวมาใน 1 ถึง 2 วันนี้ด้วย
นายปรีชา ดิษฐ์เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 ขอนแก่น กล่าวว่า ในพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด อีสานตอนบน คือ สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคามและขอนแก่น นั้น ได้จัดเตรียมทั้งเรือท้องแบน เรือไฟเบอร์ รถแทรกเตอร์เพื่อขุดเปิดร่องน้ำ รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ส่งเรือท้องแบนกระจายไปทุกจังหวัดแล้ว ส่วนพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาสูง เช่นที่ อ.ภูผาม่าน อ.ชนบท จ.ขอนแก่น และอ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ที่มีความกังวลเนื่องจากอยู่ติดภูเขาสูง และหากน้ำฝนมีปริมาณมาก เกรงว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลากขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหานั้นทาง
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 ขอนแก่น ได้ขอความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติใน 4 จังหวัด 8 ชุมชน ร่วมโครงการศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยประจำชุมชน /หมู่บ้าน โดยได้อบรมให้ความรู้ รวมถึงการสังเกตเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ขั้นตอนการช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนขณะประสบภัยพิบัติ จัดเตรียมสถานที่ปลอดภัยในการอพยพชาวบ้านด้วย
ด้านนายพิทักษ์ศิลป์ ศรีพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 อุดรธานี กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบคือ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ พบว่าจากอิทธิพลของพายุนกเตน จนทำให้ฝนตกหนัก ในจังหวัดหนองคายนั้น ฝนได้ตกหนักมาตั้งแต่บ่ายวันที่ 31 ก.ค. 54 ทำให้มีน้ำเข้าท่วมพื้นที่ทางเศรษฐกิจในเขตตัวเมือง ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทุกหน่วยงานได้ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนตลอดทั้งวัน ล่าสุดสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปรกติแล้ว
ส่วน จ.อุดรธานีนั้น ยังคงมีปริมาณน้ำสะสมใน 3 อำเภอ คือ อ.นายูง อ.น้ำโสม เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา และอ.บ้านผือ โดยเฉพาะอำเภอบ้านผือนั้นเป็นจุดรับน้ำที่มาจาก 3 อำเภอ 2 จังหวัด คือ อ.สังคม จ.หนองคาย อ.นายูง และ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรใน อ.บ้านผือได้รับความเสียหาย ซึ่งทางศูนย์ปภ.เขต 14 อุดรธานี ได้จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว คอยให้ความช่วยเหลือในทุกจังหวัดอย่างทันท่วงทีแล้ว
นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนนั้นทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 ขอนแก่นและเขต 14 อุดรธานี ยังได้ประสานงานด้านการให้ความช่วยเหลือทั้งอุปกรณ์ สิ่งบรรเทาสาธารณภัย เพื่อช่วยกันอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วย
มหาสารคาม - เตือนชาวนาระวังน้ำท่วมหลังฝนตกไม่หยุด
นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามสถานการณ์และภาวะอากาศ กับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม 2554 พายุนกเตนในทะเลจีนใต้ เคลื่อนตัวมุ่งสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน และเข้าใกล้ตอนบนของประเทศไทย ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝนตกฉุกเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมาบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกฉุกหนาแน่น บางพื้นที่เกิดอุทกภัย ซึ่งถ้ามีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นอีกและเป็นฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เสี่ยงภัยจะทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
นายสุทธินันท์ กล่าวว่า เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากจากอิทธิพลพลของพายุ นกเตน สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนพืชผลทางการเกษตรของประชาชน ในระยะ 4-5 วันนี้ จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน และพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตราย อันเกิดจากภัยธรรมชาติในระยะ 4-5 วันนี้ โดยติดตามสถานการณ์ และสภาวะอากาศผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน สถานีโทรทัศน์ และเคเบิ้ลประจำท้องถิ่นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
ทั้งนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุนกเตน ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2251-7450-6 , 0-2241-7457-61 ส่วนโรงพยาบาลมหาสารคามเตือนประชาชนระวังโรคทางเดินหายใจเนื่องจากมีกากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
ปภ." สรุปพิษ "นกเตน" ทำน้ำท่วมหนัก 14 จังหวัด ปชช.ดับแล้ว 1 ราย
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงอิทธิพลของพายุโซนร้อน “นกเตน” (NOCK-TEN) ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. ถึงปัจจุบัน ว่า ในขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยรวม 14 จังหวัด 43 อำเภอ 134 ตำบล 492 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 1ราย
แบ่งเป็น จ.แพร่ ลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม ลำห้วยแม่ยาง ลำห้วยแม่หล่าย ลำห้วยแม่แคม ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแพร่ และร้องกวาง จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อน 3,593 ครัวเรือน 6,940 คน ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ สันทราย สันกำแพงดอยสะเก็ด แม่ออน พร้าว แม่ริม อมก๋อย ไชยปราการ และฮอด
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า จ.น่าน น้ำในอ่างเก็บน้ำแก่นล้นสปริงเวย์เข้าท่วมพื้นที่อำเภอภูเพียง จ.ลำพูน เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอลี้ จ.ลำปาง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลำปาง แจ้ห่ม งาว แม่เมาะ วังเหนือ และห้างฉัตร จ.แม่ฮองสอน
น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปาย และปางมะผ้า จ.อุตรดิตถ์ น้ำป่าจากภูเขาไหลลงสู่ห้วยน้ำพี้ เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ทองแสนขัน น้ำปาด และฟากท่า จ.พิจิตร
น้ำในลุ่มน้ำยมไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามง่าม โพธิประทับช้าง และโพทะเล จ.พิษณุโลก น้ำในลำน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่อำเภอชาติตระการ จ.นครพนม น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านแพง ท่าอุเทน และนาทม
นายวิบูลย์ กล่าวว่า จ.อุดรธานี น้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนายูง น้ำโสม และเพ็ญ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว และอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู จ.หนองคาย น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอโพนวิสัย และมีน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย บริเวณถนนประจักษ์ตลอดสาย ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้ว รถสามารถสัญจรผ่านได้แล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางพื้นที่
จ.บึงกาฬ น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเซกา และศรีวิไล และ จ.สกลนคร เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังบ้านเรือนในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร คำตากล้า และโคกศรีสุพรรณ
อธิบดี ปภ.กล่าวด้วยว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมปภ. โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย จัดส่งเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด ERT สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว และจัดเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ
"หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานและให้ความช่วยเหลือโดยด่วน"อธิบดีกรมปภ.กล่าว
“ประยุทธ์” บอกทหารให้ช่วยน้ำท่วมได้เลยไม่ต้องรอคำสั่ง
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 3 เป็นหลักในการดูพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง แต่น้ำท่วมในครั้งนี้คิดว่าลงเร็ว ตนได้สั่งการให้ใช้วิกฤตเป็นโอกาสเข้าไปประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ เข้าไปดูว่าใน จ.น่าน มีการบุกรุกพื้นที่ทำลายป่าหรือไม่ เพราะสาเหตุที่น้ำท่วมเพราะเราทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น
ทั้งนี้ได้สั่งการให้ระวังติดตามปริมาณน้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนของภาคเหนือตอนบน ตอนกลาง และ ตอนล่าง ซึ่งต้องเตรียมการเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่างด้วย โดยตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยกองทัพบกเตรียมการสนับสนุนเมื่อได้รับการร้องขอโดยทันที และหากประชาชนเดือดร้อนไม่ต้องรอสั่งออกไปได้เลย งบประมาณต่าง ๆ ค่อยจัดหาให้ในภายหลัง
"หมุ่ยฟ้า"ถล่มฟิลิปปินส์ตายแล้ว 5 มนิลาท่วมหนัก
กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เผชิญกับน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว หลังมีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเมื่อคืนวานเนื่องจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า โดยฝนที่ตกหนักรอบใหม่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองในกรุงมะนิลาเพิ่มสูงขึ้น และมีหญิงชราจมน้ำเสียชีวิตในย่านเกซอนซิตี้เมื่อคืนวาน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิต เนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้าที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในมะนิลาตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีเพิ่มขึ้นรวมเป็น 5 ราย
ทั้งนี้ ทางการต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมอพยพประชาชนที่อาศัยริมคลองแม่น้ำเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเกิดการจราจรติดขัดในถนนหลายสายของกรุงมะนิลา แม้ว่าทางการได้สั่งปิดโรงเรียนและหน่วยราชการหลายแห่งเป็นการชั่วคราว
สำนักงานพยากรณ์อากาศ รายงานว่า พายุหมุ่ยฟ้าไม่ได้พัดขึ้นฝั่งในฟิลิปปินส์ และขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่นอกชายฝั่งจังหวัดบาตาเนส บนเกาะที่อยู่ทางตอนบนสุดของฟิลิปปินส์ และมุ่งหน้าไปทางเกาะโอกินาว่าของญี่ปุ่น โดยมีความเร็วลมสูงสุด 160 กม./ชม.
อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศ แต่ทำให้พายุมรสุมทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในบริเวณภาคกลางและภาคเหนือที่เผชิญกับฝนตกหนักเนื่องจากพายุโซนร้อนนกเต็นพัดถล่มเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 66 รายหลังหน่วยกู้ภัยพบศพเพิ่ม 9 ศพเป็นชาวประมงที่หายไปในจังหวัดมาสบาเตะ ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 17 คน



