ข่าว

ธอส.สุดอั้นขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้0.25%

ธอส.สุดอั้นขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้0.25%

02 ส.ค. 2554

ธอส.สุดอั้นปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก 0.15-0.40% แข่งแบงก์พาณิชย์ ขณะที่เงินกู้ขยับ 0.25% มีผล 2ส.ค.นี้เป็นต้นไป นายกฯแนะธปท.ดูท่าทีการคลังก่อนขยับดอกเบี้ย

          (2ส.ค.) นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% มาอยู่ที่ 3.25% ต่อปี ส่งผลให้สถาบันการเงินในประเทศส่วนใหญ่ ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้

          ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามสภาวะตลาด และสามารถแข่งขันได้ ธนาคารจึงได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน ทุกประเภทอีก 0.15 - 0.40% ต่อปี มีผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน สำหรับยอดเงินฝากต่ำกว่า 3 ล้านบาท ประเภท 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี ขึ้นไปอยู่ที่ 2.25 % 2.50% 2.75% และ 3.25% ต่อปี

          ส่วนยอดเงินฝากตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน ประเภท 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี อยู่ที่ 2.50% 2.75% 3.00% และ 3.50% ต่อปี นอกจากนี้ เงินฝากประจำ และตั๋วสัญญาใช้เงิน ประเภท 3 ปี และ 5 ปี ปรับขึ้นเป็น 3.75% ต่อปี และ 3.85% ต่อปีสำหรับเงินฝากประจำสินเคหะ ปรับขึ้นจากเดิม 2.60% ต่อปี เป็น 2.75% ต่อปี กรณีฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 1.00% เป็น 3.75 % ต่อปี ส่วนเงินฝากกระแสรายวันปรับเพิ่มจากเดิม 0.25% ต่อปี เป็น 0.50% ต่อปี


          ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารได้ปรับขึ้นเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทแฟลตให้เช่า(เอ็มแอลอาร์) อีก 0.25% จากเดิม 6.875% เป็น 7.125% ต่อปี มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


นายกฯแนะธปท.ดูท่าทีการคลังก่อนขยับดอกเบี้ย
 
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ ถึงความต้องการให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในนโยบายว่า เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลใหม่แต่ตนอยากจะย้ำว่ามีเรื่องเร่งด่วนในใจของประชาชนคือเรื่องเศรษฐกิจทั้งปัญหาปากท้องและการระวังเศรษฐกิจภาพรวมเนื่องจากมีวิกฤติที่ยุโรปและสหรัฐที่ยังไม่เรียบร้อย

           ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณอาจใช้ยาแรงในการขยับอัตราดอกเบี้ยกว่าที่เคยใช้ นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องดูท่าทีของการคลังก่อน ทั้งนี้ตนย้ำมาหลายครั้งว่าเครื่องมือเรื่องของดอกเบี้ยก็ช่วยถ้าหากว่าเป็นความร้อนแรงของเศรษฐกิจ แต่ถ้าเป็นเรื่องของต้นทุนก็ไม่ช่วยเท่าไรก็ต้องแยกแยะ อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถตอบอะไรได้เพราะรัฐบาลยังไม่ได้ข้อยุติในนโยบายหลัก