
ผู้นำมือใหม่เฮติ (1)
คอลัมน์ : นอกบ้านผ่านเมือง : ผู้นำมือใหม่เฮติ (1) : บายไลน์ บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายถูกจับคู่เป็นแฝดต่างฝากับนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีแห่งแดนมะกะโรนี ในฐานะที่ต่างเป็นเจ้าพ่อสื่อที่ผันตัวเองมาเล่นการเมืองและมีประวัติด่างพร้อยเหมือนๆ กันในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนจนมีแต่ร่ำรวยมหาศาลผิดปรกติ "ปูแดง" ยิ่งลักษณ์ ผู้น้อง ก็อาจถูกจับเป็นแฝดต่างฝาต่างเพศกับนายมิเชล มาร์เตลลี ประธานาธิบดีแห่งแดนวิปโยคสองแสนศพเฮติ ในฐานะที่ต่างเป็นน้องใหม่บริสุทธิ์ทางการเมือง ที่จับพลัดจับผลูขึ้นมาเป็นผู้บริหารประเทศเมื่อคนจนพร้อมใจกันเทคะแนนให้จากสัญญาร้อยแปดพันประการที่ว่าจะทำให้ทันทีหากชนะเลือกตั้ง
แล้วสัญญานั้นก็กลับกลายเป็นบ่วงรัดคอตัวเองจนดิ้นไม่หลุด เมื่อประชาชนยุคใหม่มีความอดทนน้อยลง อีกทั้งรู้จักหาทางเอาคืนเพื่อบีบบังคับให้นักการเมืองต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ให้ได้
ดูอย่างนายมาร์เตลลีเป็นไร ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในช่วงฮันนีมูนการเมือง 100 วันแท้ๆ หลังสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ไม่ทันไรก็โดนดีเข้าจนได้ เมื่อถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งระดมปาขวดพลาสติกและก้อนหินใส่ระหว่างเยือนเมืองใหญ่อันดับสองทางตอนเหนือของประเทศ
ด้วยความเดือดดาลที่ว่า หลังได้สวมหัวโขนแล้ว นายมาร์เตลลีกลับลืมสัญญามากมายที่ให้ไว้ระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่า หากชนะเลือกตั้งแล้วก็จะเร่งสร้างบ้านใหม่ให้ประชาชนหลายแสนคนที่ยังไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อต้นปี 2553 ซึ่งจนป่านนี้คนจนกลุ่มนี้ก็ยังไร้บ้านและไร้งานทำเหมือนเดิม ไม่ต้องพูดไกลไปถึงลูกๆ ที่ยังไม่มีที่เรียน แม้นายมาร์เตลลีจะให้สัญญาเรื่องให้เด็กเรียนฟรีก็ตาม
"พวกเราจะไม่ยอมอดทนอีกต่อไปแล้ว เราจะไม่ยอมงอมืองอเท้าปล่อยให้ลูกของเรานอนรอความตายหรือไม่มีอนาคตอีกต่อไป" เหยื่อแผ่นดินไหว ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังต้องกางเต็นท์นอนหน้าทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงปอร์โตแปรงซ์มานานถึงปีครึ่งแล้วให้ความเห็น
ว่าไปแล้ว ชาวเฮติก็เหมือนกับชาวตากาล็อกฟิลิปปินส์และชาวประชาในแดนดินถิ่นลุ่มเจ้าพระยา ที่ต่างเบื่อนักการเมืองหน้าเก่าๆ ซึ่งไม่รู้จักคิดนอกกรอบเสียทีหรือตั้งหน้าตั้งตาทุจริตคอรัปชั่น พอมีน้องใหม่การเมืองที่สุดแสนใสซื่อบริสุทธิ์หลุดเข้ามาสร้างสีสัน ความแปลกใหม่และความหวังใหม่ อย่างโจเซฟ "อีแหรป" เอสตราดา ที่ขายความเป็นอดีตพระเอกหนังขวัญใจคนจนฟิลิปปินส์ อย่างปู ยิ่งลักษณ์ ที่ขายความเป็นนายกฯหญิงคนแรก และนายมาร์เตลลี ที่ขายความเป็นนักร้องดังขวัญใจชาวเฮติ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อของ "สวีท มิคกี"
คนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของทั้ง 3 ประเทศ จึงเทคะแนนให้จนต่างชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย



