ข่าว

'ตู่'ลั่น'ขอเลือกเป็นคนเสื้อแดง'

'ตู่'ลั่น'ขอเลือกเป็นคนเสื้อแดง'

02 ส.ค. 2554

"ตู่-นิสิต" พ้นคุกชั่วคราวกระโดดขึ้นเวทีปราศรัย ย้ำถ้าให้เลือกระหว่างการเป็น ส.ส.-รมว. ขอเลือกเป็นคนเสื้อแดง "จตุพร" มีชื่อนั่งกก.ประสานงานสภาฯเพื่อไทย "เทพไท"อัด"ตู่"ติดคุกยังไม่สำนึก

          บรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่า เมื่อเวลา 13.15 น.เจ้าหน้าที่เรือนจำได้เปิดประตูเรือนจำปล่อยตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย หลังเจ้าหน้าที่นำหมายปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลอาญามาแสดง

          โดย นายนิสิตและนายจตุพร สวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนข้อความหัวใจไม่เคยแพ้ และสวมกางเกงขาสั้น เดินออกจากเรือนจำ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากกลุ่มคนเสื้อแดงหลายร้อยคนที่มาปักหลักรอ พร้อมมอบดอกไม้และพระพุทธรูปบูชาเป็นกำลังใจให้นายจตุพร

          จากนั้นนายจตุพร และนายนิสิตได้ขึ้นไปยังรถปราศรัยเคลื่อนที่ซึ่งมี นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษทั้งสองถึงด้านหน้าประตูเรือนจำชั้นใน โดยนายนิสิตได้ขึ้นปราศรัยทักทายกับคนเสื้อแดงและขอให้คนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อปกป้องการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต่อไป เนื่องจากภารกิจของคนเสื้อแดงยังไม่จบสิ้น

          "ตนแม้ไม่ได้เป็น ส.ส.แต่เป็นสามี ส.ส.ทำให้ได้รับการประกันตัวออกมาโดยหลังจากนี้จะร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยกับคนเสื้อแดง" นายนิสิตกล่าว

          ด้าน นายจตุพร กล่าวปราศรัยว่า ขอขอบคุณคนเสื้อแดงที่มาเยี่ยมเป็นประจำทุกวันตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยพูดระหว่างการหาเสียงว่าถ้าแพ้การเลือกตั้งจะไปขุดรูอยู่ ตอนนี้จึงอยากถามว่ามีรูเป็นของตัวเองหรือยัง และคงจะได้สอบถามเมื่อตนได้เข้าสภา ที่ผ่านมานายสุเทพเคยพูดกับเพื่อนส.ส.ว่า ในสภามีจตุพรคนเดียวก็แย่แล้ว แต่ตอนนี้คนเสื้อแดงเข้าสภามากมายไม่ว่าจะเป็น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นพ.เหวง โตจิราการ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย

          นายจตุพร กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากไปยังนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่เคยตั้งคำถามไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าจะนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ ตอนนี้อยากให้บุคคลทั้งสอง เปลี่ยนคำถามใหม่ ควรถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนิรโทษกรรมให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ซึ่งออกคำสั่งสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีประชาชนบาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมากหรือไม่

          ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้คนเสื้อแดงสนับสนุนรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และขอให้ช่วยกันปกป้องรัฐบาลจากการถูกทำลายหรือล้มล้างเช่นเดียวกับที่รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยถูกกระทำมาก่อน

          “คนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าเผาบ้านเผาเมือง ทำให้ผมคิดมาโดยตลอดว่าคนเสื้อแดงคงเป็นได้สองอย่างคือตายกับติดคุกแล้วไม่ได้ประกันตัว วันนี้ถ้าให้เลือกระหว่างการเป็น ส.ส.รมว. หรือคนเสื้อแดง ผมขอเลือกเป็นคนเสื้อแดง” นายจตุพร กล่าว

ปล่อยตัว'ตู่-นิสิต'แล้วแดง500คนรอรับ

          2 ส.ค.54 เวลา 12.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คนเสื้อแดง ประมาณ 500 คน  มารอรับนายจตุพร พรมพันธ์  และนายนิสิต สินธุไพร ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัว ในเวลาประมาณ 14.00 น. โดย นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์  ผู้ประสานงาน นชป.ได้นำรถเวทีปราศรัยเคลื่อนที่มาจอดบริเวณหน้าประตูเรือนจำชั้นใน และอาศัยอยู่บริเวณหน้าเรือนจำเรียกร้องให้คนเสื้อแดงเดินหน้าต่อสู้

          เพื่อขจัดระบบอำมาตย์ให้หมดสิ้นไปจากการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ มีนางพรมภัสสร พรมพันธุ์ ภรรยา นายจตุพร มารอรับ พร้อมกับแกนนำนปช.อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ , นางธิดา ถาวรเศรษฐ ,นายสุพร อัตถาวงศ์ ได้เดินทางมารอต้อนรับ นายจตุพร อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  
 
          ทั้งนี้ คนเสื้อแดงที่เดินทางมาถึงในช่วงเที่ยง ได้สั่งซื้อส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ปูเสื่อนั่งกินฉลองอิสรภาพให้นายจตุพร ส่วนบริเวณถนนงามวงศ์วานด้านหน้าเรือนจำ การจราจรค่อนข้างติดขัด เนื่องจากคนเสื้อแดงนำเสื้อมาวางจำหน่ายริมถนนตลอดแนวเรือนจำ

 

ศาลให้ประกัน"จตุพร-นิสิต"6แสน 

 

          นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 1 ล้านบาท และใบรับรองความเป็น ส.ส. 44 บช. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)  ขอปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร จำเลยที่ 2 คดีร่วมกับแกนนำ นปช.ก่อการร้าย

          ขณะที่นายคารม พลทะกลาง ทนายความของนายนิสิต สินธุไพร จำเลยที่ 8 คดีร่วมกันก่อการร้าย ก็ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 1 ล้านบาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีด้วย

          ต่อมาเวลา 11.30 น. ศาลอาญา พิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยทั้ง 2 ระหว่างการพิจารณาคดี โดยตีราคาวงเงินประกัน คนละ 6 แสนบาท พร้อมทั้งระบุเงื่อนไงห้ามมิให้จำเลยทั้ง 2 กระทำการใดๆอันอาจก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และห้ามนายนิสิต จำเลยที่ 8 เดินทางออกนอกราชอาญาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลด้วย

          ด้านนายวิญญัติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นประกันตัวนายจตุพร มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งศาลได้ให้เหตุผลว่า ถึงแม้จะได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการรับรองจากทาง กกต. ครั้งนี้หลัง กกต. รับรองผล จึงนำใบรับรองมามอบให้ศาลเพื่อพิจารณาประกอบการปล่อยตัวชั่วคราว จึงมั่นใจว่าศาลจะให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเอกสาร การรับรองสิทธิการเป็นส.ส.ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ขณะที่ตนจะเดินทางไปรับตัวจำเลยทั้ง 2 ซึ่งคาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวจาเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในช่วงบ่ายของวันนี้

 

กกต.ไม่หวั่นถูกฟ้องหลังปล่อย”ตู่”เข้าสภา

          นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีบุคคลหลายกลุ่มจะฟ้องร้องกกต.หากรับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.ว่า สามารถทำได้ ซึ่งก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ผู้ที่จะฟ้องก็ต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่จากการที่กกต.รับรองนายจตุพร ส่วนการที่กกต.มอบหมายให้กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองไปดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคของนายจตุพรนั้น คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน และเมื่อได้ข้อมูลแล้วกกต.จะพิจารณามีมติส่งเรื่องไปยังประธานรัฐสภา ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า นายจตุพรสิ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ส.หรือไม่ ตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ แต่หากส.ส.บางคนที่ยังเห็นว่ากกต.ทำงานล่าช้า ในมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญก็ยังให้สิทธิ์ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน 10 ของที่สภามีอยู่ เข้าชื่อกันเพื่อร้องต่อประธานสภาเพื่อให้พิจารณาว่านายจตุพรสิ้นสุดสมาชิกภาพส.ส. เพื่อให้ประธานสภาฯส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสมาชิกภาพได้เช่นกัน

           “แต่หากนายจตุพร เข้าโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือกระทำการใดๆ หลังจากได้เป็นส.ส.แล้ว แต่ปรากฏภายหลังว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายจตุพร สิ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. สิ่งที่นายจตุพรได้โหวตไว้ก็ไม่ถือว่ากระทบต่อสิ่งที่เคยทำไปแล้วตามมาตรา 92 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ” นายสมชัย กล่าว

           เมื่อถามว่า ส่วนกรณีที่ส.ส.บางคนพูดกันว่า ทำไมให้อำนาจกกต.ในการพิจารณาให้ใบแดงได้นั้น นายสมชัย กล่าวว่า เมื่อพ้น 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง การพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านหรือร้องเรียน หากกกต.มีมติให้มีการเลือกตั้งใหม่(ใบเหลือง) หรือให้ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง(ใบแดง) กกต.ก็จะต้องส่งไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากกกต.ไม่มีอำนาจขาดแล้ว แต่โดยส่วนตัวก็คิดว่าไม่อยากให้กกต.ได้อำนาจในการตัดสิทธิ์เลือกตั้งใคร หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ เพราะเป็นภาระที่หนัก เสี่ยงต่อการถูกฟ้องได้ง่าย ทั้งนี้ส่วนตัวไม่เคยหวงอำนาจ

 

"จตุพร" มีชื่อนั่งกก.ประสานงานสภาฯเพื่อไทย

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคมีคำสั่งแต่งตั้งนั้นรวมทั้งสิ้น 37 คนประกอบด้วย 1.นายวิทยา บุรณศิริ ประธานกรรมการ 2.พล.ต.อ.วิรุฬห์ ฟื้นแสน กรรมการที่ปรึกษา 3.นายอุดมเดช รัตนเสถียร กรรมการที่ปรึกษา 4.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมการที่ปรึกษา 5.นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กรรมการที่ปรึกษา 6.นายสุนัย จุลพงศธร กรรมการที่ปรึกษา 7.นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ กรรมการที่ปรึกษา 8.นายไพจิต ศรีวรขาน รองประธานกรรมการ 9.นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รองประธานกรรมการ 10.นายนพคุณ รัฐไผท รองประธานกรรมการ 11.นายขจิต ชัยนิคม กรรมการ 12.นายจตุพร พรหมพันธุ์ กรรมการ 13.นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ กรรมการ 14.นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ กรรมการ 15.นายนิยม วิวรรธดิฐกุล กรรมการ

           16.นางบุญรื่น ศรีธเรศ กรรมการ 17.นายปวีณ แซ่จึง กรรมการ 18.น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ กรรมการ 19.นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข กรรมการ 20.ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย กรรมการ 21.นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมการ 22.นายพีระเพชร ศิริกุล กรรมการ 23.นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมการ 24.น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ กรรมการ 25.นายสงวน พงษ์มณี กรรมการ 26.นายอนันต์ ผลอำนวย กรรมการ 27.นายอนุชา สะสมทรัพย์ กรรมการ 28.นางอนุสรา ยังตรง กรรมการ 29.นายอิทธิรัตน์ จันทร์สุรินทร์ กรรมการ 30.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกคณะกรรมการ 31.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว โฆษกคณะกรรมการ 32.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง โฆษกคณะกรรมการ 33.นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เลขานุการ 34.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ผู้ช่วยเลขานุการ 35.นางพรพิมล ธรรมสาร ผู้ช่วยเลขานุการ 36.นายนิยม ช่างพินิจ ผู้ช่วยเลขานุการ และ37.น.ส.ทัศนีย์ สุวรรณเมฆ ผู้ช่วยเลขานุการ

 

'เทพไท'อัด'จตุพร'ติดคุกยังไม่สำนึก

          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ได้รับการประกันตัวจากศาลว่า เป็นกระบวนการตามกฎหมายเมื่อกกต.รับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขามารายงานตัวต่อสภาฯ และเมื่อได้เป็นส.ส.เต็มตัวแล้วก็จะต้องได้รับเอกสิทธิคุ้มครองจากสภาฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

          แต่ถ้าดูจากท่าทีของนายจตุพรหลังจากได้รับการปล่อยตัวขึ้นบนหลังคารถปราศรัยปลุกระดมกับคนเสื้อแดงต่อไปอีกนั้น แสดงให้เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่นายจตุพรถูกคุมขังในเรือนจำไม่สามารถทำให้นายจตุพรรู้สึกสำนึกในความรับผิดชอบชั่วดีของตนเองต่อสังคม ทั้งๆ ที่ควรจะสงบปากสงบคำมีความสำรวมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากกว่านี้

          ส่วนที่นายจตุพรการพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ นั้น นายเทพไทกล่าวว่า  เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลใดๆ เพียงแต่ใช้บุคคลทั้งสองเป็นเหยื่อปลุกระดมให้คนเสื้อแดง ซึ่งไม่ทราบว่าจากนี้ไปประเทศไทยภายใต้การบริหารรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะเกิดความปรองดองได้อย่างไร ถ้าเมื่อฝ่ายกุมอำนาจรัฐยังเกิดความเคียดแค้นอาฆาตมาดร้ายกับฝ่ายตรงกันข้ามของตัวเอง

          นโยบายการปรองดองที่แก้ไข ไม่แก้แค้นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เป็นเพียงแค่ลมปากหลอกลวงประชาชนเพื่อหวังคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ดังนั้น อยากให้นายจตุพรได้รู้สำนึกในการทำหน้าที่ส.ส. ควรกลับเข้าไปอยู่ในสภาฯ ทำหน้าที่ส.ส.ร่วมกับแกนนำนปช.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ทำหน้าที่ตามกรอบของกฎหมายและบทบาทของส.ส.จะดีกว่า

          ส่วนกรณีที่นายจตุพรออกมาเยาะเย้ยนายสุเทพว่าควรไปขุดรูอยู่นั้น นายเทพไท กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำตามที่นายจตุพรพูด เพราะคนอย่างนายสุเทพกล้าพิสูจน์ความจริงในที่แจ้ง ไม่จำเป็นต้องไปทำตาม ถ้ารัฐบาลชุดนี้จะดำเนินการใดๆ ทางกฎหมายก็พร้อมยืดอกต่อสู้ โดยไม่หนีคดีเหมือนนายใหญ่ของตัวเองอย่างแน่นอน