ข่าว

ตลาดค้ากล้ายางใต้คึกคักคำสั่งซื้อทะลักดันราคาพุ่ง

ตลาดค้ากล้ายางใต้คึกคักคำสั่งซื้อทะลักดันราคาพุ่ง

02 ส.ค. 2554

ตลาดค้ากล้ายางภาคใต้สุดคึกคัก เกษตรกรจากภาคเหนือ-อีสานในโครงการรัฐแห่สั่งซื้อ แถมมีคำสั่งซื้อจากจีนและลาว เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ จนผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดันราคาสูงสุดต้นละ 50 บาท พุ่งจากราคา 30 บาทในปี 2553

          แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ค้ากล้ายาง จ.สุราษฎร์ธานี  เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคำสั่งซื้อกล้ายางจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าร่วมโครงการปลูกยางพารากับรัฐบาลจำนวนมาก เนื่องจากตอนนี้เข้าสู่ฤดูการปลูกยางแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่จัดส่งกล้ายางให้เกษตรกร ซึ่งคาดว่าปัญหาการขาดแคลนกล้ายางจะสูงถึง 16 ล้านต้น

           นายเทียบจิตต์ จันทรภูติผลากร ผู้อำนวยการสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ขณะนี้พันธุ์กล้ายางพาราในพื้นที่ภาคใต้ราคาไม่แน่นอน บางแห่งต้นละ 45-50 บาท จากเดิมราคาปี 2553 เฉลี่ยที่ 25-30 บาท ปัจจัยที่ทำให้ราคาขยับขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลปลูกยางพารา และซ่อมแซมยางที่ปลูกอีกระลอก โดยนอกจากคำสั่งซื้อที่มาจากแหล่งปลูกในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ยังมีคำสั่งซื้อมาจากจีนและ ส.ป.ป.ลาวด้วย เนื่องจากคุณภาพของกล้ายางเป็นยอมรับในเรื่องผลผลิต

           ด้านนายประเสริฐ นุชา เจ้าของแปลงเพาะกล้ายางอำเภอบ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า กระบวนการผลิตพันธุ์ยางมีหลายขั้นตอนและใช้เวลาเป็นปี ตั้งแต่การเตรียมแปลงกล้ายาง แปลงกิ่งตา ติดตายางจนกระทั่งเป็นยางชำถุง ขณะนี้มีต้นทุนการผลิตประมาณต้นละ 10-20 บาท ราคาจำหน่ายต้นละ 35-40 บาท โดยที่บางแห่งต้นละ45-50 บาท และมีคำสั่งซื้อกว่า 1 แสนต้น แต่ผลิตให้ได้แค่ 4 หมื่นต้น