
ฆ่าขายแบบไทยๆ
ฆ่าขายแบบไทยๆ : ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
คนจีนทำมาค้าขายอยู่ที่ไหนก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เดินทางไปในแต่ละประเทศ เราจึงพบเห็นชุมชนชาวจีนที่เรียกกันว่า "ไชน่าทาวน์" อยู่ทุกครั้ง แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็มีเยาวราชเป็นไชน่าทาวน์ ใครอยากหาอะไรที่เป็นจีนๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไม้สอย หรืออาหารการกินและขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีทั้งหลาย รับรองได้ว่าไปเยาวราชแล้วเป็นไม่ผิดหวัง
ร้านค้าขายทองรูปพรรณที่ล้วนแต่มีเจ้าของเป็นคนจีน ก็กระจุกตัวกันอยู่ที่ย่านเยาวราช จนทำให้เกิดคำเรียกขานกันไปทั่วประเทศว่า “ทองเยาวราช” ส่วนคนจีนที่ค้าขายพวกเครื่องอะไหล่รถยนต์ทุกชนิดทุกยี่ห้อ ก็ไปรวมกลุ่มร้านค้ากันอยู่แถบย่านวรจักร ถ้าอะไหล่เก่าใช้แล้วก็ตรงไปได้ที่บริเวณที่เรียกกันว่าสวนหลวง หรือรู้จักกันในครั้งแรกเริ่มเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้วว่า “เซียงกงสวนหลวง”
ซึ่งมีที่มาจากย่านการค้าเครื่องจักรกล และอะไหล่รถยนต์ใช้แล้วดั้งเดิม ที่ตั้งอยู่บริเวณตรอกเซียงกงหลังโรงภาพยนตร์นิวโอเดียน จนมาถึงทุกวันนี้ไม่ว่ากลุ่มร้านค้าเครื่องยนต์และอะไหล่เก่าใช้แล้วจะไปตั้งอยู่ที่ไหน ก็ยังถูกเรียกขานว่าเป็นเซียงกงไปทุกที่ เช่น เซียงกงบางนา, เซียงกงรังสิต เป็นต้น
คนอินเดียหรือที่เรียกกันว่าแขกก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะทำการค้าขายอะไรก็รวมกลุ่มกันอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง โดยไม่เกรงว่าการค้าขายสินค้าแบบเดียวกัน จะทำให้ต้องมาแย่งชิงลูกค้ากันเอง เช่นคนอินเดียที่ค้าขายผ้าก็จะรวมกันอยู่ที่ย่านพาหุรัด
คนจีนแต่ไหนแต่ไรมายึดถือคติการทำการค้าว่า “แข่งขันแต่ไม่เข่นฆ่า” การรวมกลุ่มร้านค้าที่ขายสินค้าชนิดเดียวกัน เอาไว้ในพื้นที่เดียวกันจึงเป็นเรื่องดี ลูกค้าหรือผู้บริโภคที่ต้องการหาสินค้าชนิดนั้นๆ ก็สามารถมุ่งตรงเข้าไปยังแหล่งจำหน่ายได้ โดยไม่ต้องกลัวผิดหวังหรือเสียเที่ยว ส่วนจะเลือกซื้อหรือใช้บริการจากร้านไหน ก็ขึ้นอยู่กับการบริการต้อนรับลูกค้าและความพึงพอใจในแง่มุมต่างๆ
วิธีคิดของคนจีนที่ทำการค้ายังเป็นวิธีการที่น่าศึกษาสำหรับการขยายพื้นที่การค้า เพราะเมื่อมีลูกจ้างที่ทำงานด้วยกันมานาน ต้องการแยกตัวไปเปิดร้านใหม่เป็นของตนเอง เพื่อตั้งต้นชีวิตของครอบครัวและตนเองขึ้นมาบ้าง เถ้าแก่หรือเจ้านายดั้งเดิมก็จะสนับสนุน ด้วยการหาสินค้าบางส่วนออกไปให้จำหน่ายโดยยังไม่ต้องชำระเงิน ขายได้เมื่อไหร่จึงค่อยจ่ายเงินทองค่าสินค้ากัน หรือเมื่อมาสั่งสินค้าครั้งใหม่ก็เอาเงินมาชำระค่าสินค้าครั้งก่อนหน้าเป็นต้น
บางครั้งทั้งที่รู้กันอยู่แก่ใจของทั้งสองฝ่ายว่า สินค้าที่ให้ไปเป็นทุนล่วงหน้าคือสินค้าที่ตกรุ่นล้าสมัยหรือขายยาก แต่ลูกจ้างหรือเถ้าแก่รายใหม่ที่ได้รับน้ำใจก็รู้สึกดีและเป็นหนี้บุญคุณ กิจการเจริญเติบโตขึ้นมาเมื่อไหร่ก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสินค้าผ่านร้านเถ้าแก่คนเดิม
ในขณะเดียวกันกับที่คนเชื้อชาติต่างๆ รวมตัวรวมกลุ่มกันทำการค้าอยู่บนพื้นที่เดียวกัน เพื่อสร้างโครงข่ายที่เข้มแข็งและสร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภคได้ชัดเจน ผู้ทำการค้าชาวไทยกลับเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม นอกจากจะไม่รวมกลุ่มกันทำการค้าแล้ว ยังกีดกันจนถึงขั้นเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงพื้นที่ทางการค้าอีกด้วย
ซึ่งหากการเข่นฆ่าแย่งชิงกันทุกวิถีทางนั้น เป็นการแย่งชิงผลประโยชน์หรือกำไรที่มูลค่ามหาศาลก็ยังพอทำเนา แต่หลายครั้งเราพบว่าการแย่งชิงเข่นฆ่ากันนั้น เกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์เพียงน้อยนิด แต่ที่ต้องถึงขั้นทะเลาะตบตีเข่นฆ่ากันขึ้นมานั้น เพียงเพราะแค่เกิดความรู้สึกทนไม่ได้ ที่จะต้องถูกใครสักคนเข้ามาเบียดทับพื้นที่การค้าของตนเองเท่านั้น
ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือกรณีการทะเลาะเบาะแว้งต่อยตีกัน เพียงแค่แย่งชิงพื้นที่การขายกล้วยแขกบนท้องถนน หรือการฆ่าฟันเพื่อแย่งสิทธิการรับส่งคนโดยสารของรถมอเตอร์ไซค์หรือรถรับส่งคนโดยสารตามคิวต่างๆ ซึ่งลักษณะการทำการค้าแบบไทยๆ เช่นนี้ จึงสมควรที่จะถูกเรียกขานว่า “ฆ่าขาย” มากกว่าที่จะเป็นการ “ค้าขาย” เช่นชนเชื้อชาติอื่นๆ เขาทำกันครับ



