
เรื่องตลกๆเกี่ยวกับรังนก
เรื่องตลกๆเกี่ยวกับรังนก : โลกสาระ โดย กวี จงกิจถาวร
ตอนผู้เขียนไม่สบายต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานานถึง 6 เดือน ได้รับของฝากจากผู้มาเยี่ยมเป็นรังนกสีแดงและสีเขียวรวมทั้งหมด 247 ขวด โชคดีมากที่ไม่ได้ดื่ม แต่มอบให้ญาติโยมเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยม ถ้าขืนดื่มหมดมีหวังอาจจะนอนที่โรงพยาบาลต่อ
น่าสนใจว่าทำไมเวลาคนไทยไปเยี่ยมคนป่วยต้องซื้อรังนกไปฝาก ทั้งที่รู้ว่ารังนกในขวดมีส่วนผสมรังนกแท้น้อยมาก ดื่มไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร น่าจะซื้อของฝากที่กินได้มีประโยชน์หรืออิ่มท้องยังดีเสียกว่า
ตอนไม่สบายนั้น ได้รับของฝากมากมาย แต่ของฝากที่ประทับใจที่สุดคือก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาข้างโรงเรียนเพาะช่าง เพื่อนซี้เรียนหนังสือชั้นประถมเอามาฝากสองห่อ ราคา 50 บาท แต่เพื่อนต้องจ้างมอเตอร์ไซค์อีก 300 บาทให้มาส่งที่โรงพยาบาล สมัยเรียนหนังสือกับเพื่อนชอบแวะมากินก๋วยเตี๋ยวเจ้านี้
นี่คือของฝากที่มีค่าที่สุดในช่วงที่ไม่สบาย ไม่ใช่ของฝากที่เป็นรังนก สมัยเด็กๆ เวลาคุณพ่อไปเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาล คุณพ่อจะซื้อโอวัลติน หรือนมตราหมีไปให้ เพื่อให้คนไข้ดื่ม หวังว่าสุขภาพจะดีขึ้น แต่สมัยนี้มันไม่ใช่ คนชอบซื้อรังนกเพราะเชื่อว่ามีประโยชน์ตามคำโฆษณา ซึ่งไม่จริง
บังเอิญวันก่อนเห็นข้อความเล็กๆ ที่ปิดประกาศว่า "ผลวิจัย ม.มหิดล รังนกสำเร็จรูปชื่อดัง ใส่รังนกแท้แค่ 1%" ตรงทางขึ้นทางด่วน อ่านแล้วโดนใจมากๆ เลย อยากรู้ว่าเป็นใคร ทำไมจึงกล้าหาญชาญชัยแบบนี้ เสียเงินเสียทองเพื่อเตือนคนชอบคิดว่าเป็นรังนกแท้
อดีตเพื่อนนักข่าวบอกว่า นายเธียร ลิ้มธนากุล เป็นผู้ทำ น่านับถือมากคนนี้ ต้องมาช่วยรณรงค์กันเต็มที่ ที่ตลกมากกว่านี้คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปล่อยให้บริษัทมีชื่อเสียงทำอย่างนี้ได้อย่างไร แย่มากๆ เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลแน่นอน ต้องโทรหาเพื่อนนักข่าวคนเก่งค่ายมติชน คุณประสงค์ เลิศรัตนะวิสุทธิ์ ให้มาดูแลเรื่องนี้ เพราะเขาอ่านเอกสารเก่ง สืบสวนเก่ง และรู้เรื่องกฎหมายดี เชื่อใจได้เลย มันต้องมีเรื่องเน่าๆ อย่างอื่นโผล่ขึ้นมา ต้องมีสินค้าอีกมากมายที่แหกตาชาวบ้าน งานนี้ต้องมีผู้ใหญ่ของอย.ออกมารับผิดชอบ
จะกินรังนกของแท้ ยังจำได้แม่จะนำรังนกมาแช่น้ำก่อนล่วงหน้าหนึ่งวันให้มันพองเพื่อทำความสะอาด จริงอยู่รังนกดูเหมือนกับวุ้นแต่ก็ไม่ใสแบบวุ้นที่ขายกันในขวด ต้องค่อยๆ คัดเอาขนนกเล็กๆ เรียวที่เหลืออยู่ บางครั้งเป็นคราบเลือดจากคอนกที่ต้องออกมาพร้อมกับสเลดตอนทำรัง หลังจากนั้นต้มน้ำร้อนและต้องใช้น้ำตาลกรวด
เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับรังนกคงจะยังไม่จบ เพราะมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้เรียกร้องให้อย.ทบทวนการออกใบอนุญาตและพิจารณาเปลี่ยนข้อความบนฉลาก มันทำให้สับสนต่อผู้บริโภค เกิดความเข้าใจผิด



