ข่าว

 ลุ้นจับทั้งแก๊งฆ่าแกนต้านโรงถ่านหิน

ลุ้นจับทั้งแก๊งฆ่าแกนต้านโรงถ่านหิน

02 ส.ค. 2554

ลุ้นจับ..ครบวงจรคดีฆ่าแกนต้านโรงถ่านหิน : ตะลุยข่าวโดยโตะรายงานพิเศษ

          คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ มือปืนบุกยิง นายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านโรงงานถ่านหินในพื้นที่ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จนเสียชีวิต ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สามารถติดตามจับกุมทีมสังหารได้แล้ว 3 คน ซึ่งทั้งหมดถูกจัดเป็นทีมสังหารหน้าใหม่ มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จากการสอบสวนทั้ง 3 คน เบื้องต้นให้การซัดทอดถึงคนใกล้ชิดนายทองนาครายหนึ่งว่าเป็นผู้ใช้จ้างวาน เพื่อต้องการหยุดยั้งการต่อต้านโรงงานถ่านหินโดยเฉพาะ

           ภาพจากกล้องวงจรปิด คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ทำให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ภายใต้การควบคุมสั่งการของ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. ทราบเบาะแสของทีมสังหารแกนนำต่อต้านโรงงานถ่านหินในครั้งนี้ โดยภาพที่เห็น มีชาย 2 คน อายุไม่น่าจะเกิน 25 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีเหลืองดำ 125 จีทีเอ็กซ์ เป็นพาหนะบุกเข้าไปลงมือสังหารเหยื่อ โดยมีรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ ทะเบียน ถร 4250 กรุงเทพมหานคร อีกคันทำหน้าที่คุ้มกันมือปืน

           ตำรวจได้ติดตามหาเบาะแสของทีมสังหารชุดนี้ชนิดพลิกแผ่นดิน กระทั่งทราบว่าทีมสังหารชุดนี้มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้จัดกำลังออกไล่ล่า และสามารถจับกุมทีมสังหารได้แล้ว 3 คน ได้แก่ นายนิพนธ์ ยันตะละพะ หรือหมู คนขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ นายจักรพงศ์ ขวัญพันธ์งาม หรือพงศ์ คนขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และนายสุชชเดช ทับไกร หรืออี๊ด ซึ่งทำหน้าที่รับงาน ส่วนมือปืนคือนายโยธิน เทพเรียน หรือบอย ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

           จากการสอบสวนทีมสังหารให้การซัดทอดถึงคนใกล้ชิดนายทองนาค รายหนึ่งว่าเป็นผู้ใช้จ้างวาน เนื่องจากต้องการยับยั้งการเคลื่อนไหวต่อต้านโรงงานถ่านหินซึ่งผู้ตายมีบทบาทเป็นแกนนำคนสำคัญ โดยผู้ใช้จ้างวานผู้นี้ได้ว่าจ้างนายเล็ก ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร ให้จัดหาทีมสังหารให้ในราคา 3 แสนบาท ก่อนที่ผู้ใหญ่เล็กจะว่าจ้างนายสุชชเดช ให้รับช่วงในการจัดหาทีมสังหารต่อในราคา 1.5 แสนบาท

           ในวันเกิดเหตุนายนิพนธ์ทำหน้าที่ขับรถยนต์ปิกอัพคุ้มกัน โดยมีนายจักรพงศ์ เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าให้นายโยธินซึ่งเป็นมือปืนนั่งซ้อนท้าย บุกเข้าไปยิงนายทองนาคจนเสียชีวิต หลังสังหารเหยื่อแล้วเสร็จนายจักรพงศ์ได้ขี่รถจักรยานยนต์นำนายโยธินมาส่งต่อให้แก่นายนิพนธ์ พาหลบหนี กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมได้  

           "ก่อนนายทองนาคจะถูกยิงเสียชีวิต ได้เข้ามาพบตำรวจและได้แจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าถูกผู้ใกล้ชิดรายหนึ่งซึ่งเคยร่วมรณรงค์ต่อต้านโรงงานถ่านหินมาด้วยกันข่มขู่ หลังจากผู้ใกล้ชิดคนนี้ได้เปลี่ยนอุดมการณ์ไปหาประโยชน์จากกิจการถ่านหิน โดยการลงทุนซื้อรถบรรทุกจำนวนหลายคันมารับเหมาขนส่งถ่านหิน ซึ่งที่ผ่านมาบุคคลผู้นี้ได้เจรจาขอให้นายทองนาคหยุดเคลื่อนไหวต่อต้านโรงงานถ่านหินมาเป็นระยะแต่ไม่สำเร็จ ล่าสุดเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนบุคคลผู้นี้จึงข่มขู่ให้ผู้ตายยุติบทบาท แต่กลับถูกปฏิเสธอีกจึงเกิดเหตุฆาตกรรมกันขึ้น" แหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดี เปิดเผย  

           ขณะที่นายบอย มือปืนที่ลงมือสังหารนายทองนาคนั้น ตำรวจทราบเบาะแสแล้วว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ด้านผู้ใหญ่เล็กซึ่งเป็นผู้จัดหามือปืนนั้น ล่าสุดกำลังเจรจากับตำรวจเพื่อขอเข้ามอบตัว ส่วนผู้ใช้จ้างวาน ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะขออำนาจศาลออกหมายจับได้

           "พยานหลักฐานในขณะนี้มีความชัดเจนว่า ผู้ใช้จ้างวานไม่น่าจะเป็นใครอื่น นอกจากผู้ใกล้ชิดของนายทองนาค ซึ่งเคยเป็นแกนนำต่อต้านโรงงานถ่านหินด้วยกันมาก่อน แต่ระยะหลังได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปทำธุรกิจรับจ้างขนส่งถ่านหิน เพราะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมหาศาล ซึ่งเร็วๆ นี้น่าจะสามารถออกหมายจับมาดำเนินคดีได้" แหล่งข่าวรายเดิม ระบุ

           นายทองนาค เสวกจินดา ถือเป็นแกนนำคนสำคัญในการต่อต้านโรงงานถ่านหินใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวต่อต้านมานานกว่า 2 ปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เพิ่งนำชาวบ้านในพื้นที่ชุมนุมต่อต้านโรงงานถ่านหินครั้งใหญ่ โดยมีการปิดถนนพระรามที่ 2 เรียกร้องขอเปิดโต๊ะเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเพื่อให้ออกคำสั่งปิดโรงงานถ่านหินทั้งหมด

           หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้มีคำสั่งให้ปิดโรงงานถ่านหินและห้ามมีการขนส่งถ่านหินผ่านพื้นที่ แต่ปรากฏว่ารถบรรทุกของผู้บงการฆ่าครั้งนี้กลับขนส่งถ่านหินตามปกติ กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายทองนาคได้ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันสกัดรถบรรทุกไว้และได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทจับกุมดำเนินคดี สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้บงการรายนี้เป็นอย่างมาก กระทั่งเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม หลังจากนายทองนาคกลับจากเป็นพยานศาลปกครอง คดีฟ้องร้องบริษัทเอกชนที่นำถ่านหินเข้ามาในพื้นที่ ต.ท่าทราย ก็ถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพัก