ข่าว

ตำรวจกับรัฐบาลใหม่

ตำรวจกับรัฐบาลใหม่

02 ส.ค. 2554

ตำรวจกับรัฐบาลใหม่ : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน

           ตามปกติในช่วงเดือนนี้ เดือนหน้า องค์กรตำรวจแทบไม่เป็นอันทำงาน เพราะอยู่ในช่วงการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพล
 
            แต่เวลานี้เหลือแต่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายใครได้  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง ก็กำลังฟอร์มทีมบริหารประเทศ

            ความเคลื่อนไหวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงรีๆ รอๆ ดูทิศทางลมกันก่อน การขับเคลื่อนงานบางส่วนอาจมีปัญหาบ้างแต่ภาพรวมก็ยังเป็นไปตามปกติ

            เมื่อใดที่รู้ว่าใครมากำกับงานตำรวจหรือรัฐบาลหน้าตาออกมาอย่างไร เมื่อนั้นตำรวจจะเรียนรู้ว่า ควรทำงานอย่างไร ใครมีอิทธิพลในรัฐบาล การเกาะเกี่ยวจึงเริ่มขึ้น

            องค์กรตำรวจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเหมือนองค์กรการเมืองเข้าไปทุกที เพราะการบริหารงานของรัฐบาลบางอย่างต้องใช้ตำรวจขับเคลื่อน จึงต้องหาผู้บริหารที่เข้าขาไว้ใจได้มาทำงาน

            อย่างรัฐบาลที่ผ่านมาก็ใช้อำนาจบางอย่างผ่านสตช. ตำรวจเหมือนแก้วสารพัดนึก ถ้าได้คนใจถึงพึ่งได้ ทุ่มเทให้แก่รัฐบาล งานต่างๆ ก็ง่ายขึ้น

            ทุกครั้งที่มีรัฐบาลใหม่ จึงมีการคัดสรรนายตำรวจที่พร้อมร่วมเป็นร่วมตายกับผู้บริหารประเทศ อย่างช่วงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นชัดว่า ใช้ใครเป็นลูกมือ เป็นอาวุธให้แก่รัฐบาล

            ยิ่งเมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จ ยังมีงานที่รอให้สะสางอีกมาก โดยเฉพาะคดีความต่างๆ และกรณีที่คนเสื้อแดงเคยประกาศจะนำพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านจะจริงจังเป็นรูปธรรมเพียงใด

            ขณะเดียวกันยังมีกระแสข่าวออกมาเป็นระลอกว่า อาจมีการเปลี่ยนเก้าอี้ระดับตร.บางคน เนื่องจากคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อยากคืนความชอบธรรมให้พี่ชายคือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1

            เพราะมีสัญญาณสู้เต็มตัวนี่เอง ทำให้สตช.เริ่มนิ่ง ดูโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีตัวจริงมากกว่า ข่าวปล่อยในแต่ละวันถึงตอนนั้นรู้เรื่องแน่นอนว่า องค์กรตำรวจจะเป็นเช่นไร

            ถ้ามีการเปลี่ยนแแปลงเกิดขึ้นในสตช. นั่นหมายความว่า นับแต่นี้ไปองค์กรตำรวจจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลผ่านอำนาจทางการเมืองเต็มตัว เก้าอี้ผู้นำองค์กรจะยึดโยงอยู่กับรัฐบาล

            หากผู้นำคนไหนปรับตัวเข้ากับนักการเมืองได้มากฝ่ายกว่าก็ได้เปรียบ แต่หากทำงานแบบกบ กระโดดไปกระโดดมา ก็คงเป็นไปตามอายุไขรัฐบาล

            เก้าอี้ผู้นำอาจเป็นตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต มากกว่าข้าราชการประจำ!!