ข่าว

"มาร์ค"สั่งผู้ว่าฯเบิกงบ50ล.แก้พิษนกเตน

"มาร์ค"สั่งผู้ว่าฯเบิกงบ50ล.แก้พิษนกเตน

01 ส.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"สั่งปภ.เร่งช่วยน้ำท่วมเเละสั่งผู้ว่าฯเบิกงบ 50ล้านมาใช้แก้ พายุ "นกเตน" ทำพิษงดถ่ายภาพหมู่ส.ส. ปภ. คาด "นกเตน" หมดฤทธิ์ 3 วันนี้ สั่งวอร์รูมช่วยเหลือปชช.เร่งด่วน จับตาพายุ "มุยฟ้า" กำลังก่อตัว อยุธยาเร่งป้องกันน้ำเจ้าพระยาท่วมโบราณสถาน

          (1ส.ค.) นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.แถลงข่าวหลังการประชุมครม.วาระพิเศษว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เรียกอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ชี้แจงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือและอีสาน รวมทั้งยังสั่งให้ส่วนราชการต่าง ๆ ประสานงานและดำเนินการเร่งรัดช่วยเหลือประชาชนและเร่งระบายน้ำ  รวมทั้งยังระบุให้ผู้ว่าฯใช้งบฉุกเฉินไปช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว

 

ผบ.ทบ.สั่งทหารระดมช่วยเหลือประสบภัยน้ำท่วม

           พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน นกเตน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ การเกษตรเสียหาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยทหารในพื้นที่ประสบเหตุระดมกำลังทหารพร้อมยุทโธปกรณ์ เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน และพร้อมรับมือน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยให้เป็นไปตามความต้องการและทันเหตุการณ์ โดยทางจังหวัดทหารบกน่าน ได้ส่งกำลังพลพร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เข้าช่วยประชาชนขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ และอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในบ้านหนองเต่า ต.ม่วงตี๋ด อ.ภูเพียง จ.น่าน ส่วนที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ที่แม่น้ำยมได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พร้อมกันนี้ทางมณฑลทหารบกที่ 32 ได้ส่งทหาร 50 นาย พร้อมเครื่องมือหนักเข้าเก็บซากวัสดุและกิ่งไม้เพื่อเร่งระบายน้ำออก

           สำหรับที่จังหวัดทหารอุตรดิตถ์ ได้ส่งกำลังทหาร 60 นาย พร้อมยานพาหนะเพื่อช่วยอพยพประชาชน 50 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ใน 4 ตำบล คือ ต.ผักขวง ต.ป่าคาย ต.บ่อทอง ต.น้ำพี้ เพื่อไปยังพื้นที่ตั้งของศูนย์อพยพชั่วคราว ขณะเดียวกันได้มีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ให้ระวังและเตรียมรับมือกับสภาพน้ำท่วมที่อาจจะรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามกองทัพบกจะเข้าในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

พายุ"นกเตน"ทำพิษงดถ่ายภาพหมู่ส.ส.

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดส.ส.ให้มาถ่ายรูปหมู่ร่วมกันในเวลา 14.00 น. ก่อนที่จะเข้าร่วมรัฐพิธี เปิดสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 24 ณ พระที่นั่งอนันนตสมาคม แต่ปรากฎว่าฝนได้ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้า ทางสำนักงานเลขาสภาฯจึงได้แจ้งผ่านไมโครโฟนกับส.ส.ที่ทยอยเดินทางมาว่า เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้งดการถ่ายภาพหมู่ในวันนี้ ส่วนจะถ่ายภาพหมู่ในวันใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเดิมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมายกำหนดการทำให้บรรดาส.ส.ต่างแต่งตัวด้วยชุดเต็มยศ ทยอยเดินทางมายังอาคารรัฐสภา ตั้งแต่เวลา 13.00 น.

 

ปภ. คาด‘นกเตน’หมดฤทธิ์3วันนี้

           นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงอิทธิพลพายุโซนร้อน “นกเตน” กำลังส่งผลกระทบในหลายจังหวัดของประเทศไทยว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดทั้งหมด 10 จังหวัด อาทิ หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี แพร่ น่าน ส่วนจังหวัดใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกเช่นกันอาจกินบริเวณถึงภาคกลางถึง จ.สุพรรณบุรี กาญจนบุรีได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่เคลื่อนตัวมาจากทะเลอันดามันและปกคลุมพื้นที่อ่าวไทยตอนบนทำให้มีฝนตกหนักในบางจังหวัด วัดปริมาณน้ำฝนได้เกือบ 100 มิลลิเมตร

           นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนความเสียหายที่ได้รับรายงานเบื้องต้นมีน้ำท่วมขังในเขตอำเภอเมืองหลายจังหวัด ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่อิทธิพลของพายุทั้งสองลูกไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศไทยมีเมื่อที่ผ่านมา ขณะที่ความช่วยเหลือ กรมปภ.ได้ต้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันวาตภัยดินโคลนถล่มไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อประเมินสถานการณ์พายุที่จะเข้ามาในประเทศ และประสานไปยังอีก 11 ศูนย์อำนวยการฯทั่วประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลจากพายุทั้งสองลูก ให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนทันที อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพายุทั้งสองลูกคาดว่าจะอ่อนกำลังลงในช่วง 3 วันนี้

           อธิบดีกรมปภ.กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เรากำลังจับตาดูพายุตัวใหม่ที่กำลังก่อตัวชื่อ “มุยฟ้า” ซึ่งมีแนวโน้มเคลื่อนตัวมาจากประเทศไต้หวัน และอาจจะเข้าประเทศเวียดนาม ว่าจะเป็นพายุโซนร้อน หรือดีเปรสชั่น หรือมีผลกระทบกับประเทศไทยด้วยหรือไม่ ซึ่งกรมปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเกาะติดพายุตัวนี้เพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจะมีการแจ้งประชาชนให้ทราบอีกครั้ง

 

นกเตนแผลงฤทธิ์เหนือ-อีสานตอนบนน้ำท่วม

           ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้รับอิทธิพลของพายุโซนร้อน“นกเตน”ส่งผลให้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยในเขตภาคเหนือ ที่จังหวัดแพร่ ฝนที่ตกหนักทำให้แม่น้ำยมมีระดับสูงขึ้น และเริ่มไหลลงสู่เขตเทศบาลเมืองแพร่  กอรปกับมีฝนตกในเขตอำเภอเมืองแพร่จำนวนมาก  ทำให้เกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองแพร่ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ปัจจุบันในเขตเทศบาลเมืองน้ำได้ลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำยม ทั้งนี้ ระดับน้ำที่สถานี Y1.C สะพานบ้านน้ำโค้ง เมื่อเวลา 11.00 น.(1 ส.ค.) วัดได้ 9.35 ม. (ระดับตลิ่ง 8.20 ม.) สูงกว่าตลิ่ง 1.15 ม. คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ ส่วนที่จังหวัดน่าน ฝนที่ตกหนักทำให้มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำห้วยแฮตจำนวนมาก ทำให้มีน้ำไหลล้นอาคารระบายน้ำสูง 88 ซม. เกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนริมห้วยแฮตสูงประมาณ 20-30 ซม. บริเวณบ้านทุ่งน้อย หนองบัว แสงดาว ต.ห้วยแก้ว และบ้านหนองเต่า ต.ม่วงติ๊ด  ปัจจุบันฝนเริ่มหยุดตก คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันพรุ่งนี้

                สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่จังหวัดนครพนม  มีน้ำท่วมในเขตลุ่มน้ำสงคราม ตั้งแต่อำเภอบ้านแพง นาทม ศรีสงคราม ท่าอุเทน และอ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนใหญ่เกษตรกรไม่ทำการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝน คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ประมาณ  4-5 วัน ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสงคราม จังหวัดสกลนคร เกิดน้ำท่วมชุมชนริมหนองหาร อ.เมือง และอ.โคกศรีสุพรรณ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ปริมาณน้ำส่วนนี้จะระบายลงสู่ประตูระบายน้ำสุรัสวดี ก่อนที่จะไหลลงสู่ลำน้ำก่ำและแม่น้ำโขงเป็นลำดับ หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในอีกประมาณ 20 วันข้างหน้านี้  จังหวัดหนองคาย ฝนที่ตกหนักทำให้ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย มีน้ำท่วมสูงประมาณ 70 ซม. กรมชลประทานได้ส่งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 6 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำท่วมลดลงเหลือประมาณ 30 ซม. คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 2 สิงหาคม
 
           สำหรับพื้นที่รอบนอก ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มบริเวณอ.ท่าบ่อ ประมาณ 2,000 ไร่ น้ำจะไหลลงสู่ลำห้วยโมง คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3 วัน จังหวัดอุดรธานี  ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ซึ่งได้เร่งระบายน้ำผ่านทางระบบระบายน้ำที่กรมชลประทานได้ก่อสร้างไว้ ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว คงเหลือน้ำท่วมในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง สำหรับอ่างเก็บน้ำลำพันชาด ที่มีความจุ 47 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 54 ล้าน ลบ.ม.( 116 %) มีน้ำล้นทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน(Spillway) สูงประมาณ 58 ซม. ได้เร่งระบายน้ำผ่านท่อส่งน้ำฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา เต็มศักยภาพ 6.45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่ล้นจะลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำแต่อย่างใด
    
           กรมชลประทาน จะได้เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เร็วที่สุด ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทุกแห่ง ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 24,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

บึงกาฬ - แม่น้ำโขงล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่การเกษตรแล้ว

               เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนได้เริ่มตกลงมาอีกรอบในช่วงเช้า ทำให้ชาวบ้านต่างหวั่นวิตกกันว่าอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำรอยเดิมขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะน้ำในแม่น้ำโขงน้ำเริ่มจะเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าพื้นที่ทำการเกษตรบ้างแล้ว ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงในจุดตรวจวัดน้ำโขงที่บ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ วัดได้ 11.50 เมตร ซึ่งสูงเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 50 เซนติเมตรแล้ว 

           นายกิตติพงษ์  แก้วประดิษฐ์ อายุ 47 ปีชาวบ้านท่าโพธิ์ หมู่ที่ 6 ต.บึงกาฬ กล่าวว่าถ้าหากมีฝนตกมาเพิ่มอีกในวันนี้ น้ำในแม่น้ำโขงหนุนสูงขึ้นมาเพิ่มเช่นนี้ จะทำให้ชาวนาที่มีพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ริมน้ำโขงได้รับความเดือดร้อนแน่นอน  เหมือนเมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา ข้าวในนาถูกน้ำท่วมตายหมด

                นายประจักษ์  ปุกสันเทียะ ผู้อำนวยการแขวงการทางบึงกาฬ เปิดเผยว่า ฤทธิ์พายุนกเตนทำให้ถนนหลายสายของแขวงการทางบึงกาฬเกิดการชำรุด เช่นถนนหมาย 2094 ใกล้เขตเทศบาลศรีพนา อ.เซกาและถนนหมายเลข 2026 สาย เซกา-หนองหิ้ง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ถนนถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหาย เช่นเดียวกันกับถนนหลวงหมายเลข 222 บึงกาฬ-พังโคน ช่วย อ.ศรีวิไล-อ.พรเจริญ ถูกน้ำท่วมและกัดเซาะพังเสียระยะทางประมาณ 1 กม.กำลังเร่งปรับปรุงซ่อมแซม รถสามารถเเล่นวิ่งผ่านไปมาได้

           ส่วน นายอัมพร  พินะสา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ กล่าวว่าหลังจากฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมโรงเรียนหลายแห่งเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะได้สั่งปิดการสอนการสอนโรงเรียนที่พื้นที่ อ.ศรีวิไล แต่พอวันนี้น้ำเริ่มลดลงมาก จึงไม่กระทบการเรียนของเด็ก  จึงไม่มีการสั่งปิดการเรียนการสอนแต่อย่างใด

 

ดินโคล่นถล่มปิดทับถนนสายแม่สอด - อุ้มผาง

           ได้เกิดดินถล่มบริเวณถนนสายอำเภอแม่สอด - อำเภออุ้มผาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 58 สวนป่าช่องแคบ ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ และหลักกิโลเมตรที่ 128 อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อันเนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักของอิทธิพลพายุนกเตน  โดยล่าสุดทางเจ้าหน้าที่แขวงการทางตาก ที่ 2 อำเภอแม่สอด ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และทำการเคลียร์เส้นทางสัญจรได้เหมือนเดิมและแจ้งเตือนประชาชน นักท่องเที่ยว ให้ระมัดระวังการสัญจรไปมาเส้นทางดังกล่าว เพราะอาจเกิดปัญหาดินโคลน ถล่ม ทับกีดขวางเส้นทาง ซึ่งอาจจะได้รับอันตรายได้ อย่างไรก็ดีมีบางจุดที่ดินถล่มทำให้รถยนต์ของนักท่องเที่ยวติดอยู่บนเส้นทางตลอดทั้งคืน

 

ลำพูนส่อแววน้ำท่วมวิกฤตมากกว่าปี 49

           เมื่อเวลา 15.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านป่าซาง หมู่ 1 ต.ป่าซาง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ที่ชาวบ้านอาศัยริมถนนเลียบลำน้ำแม่ทา(หลังตลาดสดป่าซาง) เรื่อยไปจนถึงที่ว่าการ อ.ป่าซาง หลังจากได้เกิดน้ำแม่ทาเอ่อล้น ถนนบางจุดยังคงมีน้ำไหลผ่านเชี่ยวกรากอย่างรุนแรงส่งผลให้ถนนชำรุด รถยนต์และจักรยานยนต์ยังสามารถวิ่งผ่านไปมาในช่วงเช้า และช่วงบ่ายฝนได้หยุดตกหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำลดลงแล้ว 3 เซนติเมตร

           อย่างไรก็ตาม คาดว่าคืนนี้ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.ปริมาณน้ำแม่ทา จะสูงขึ้นจากปกติ กล่าวคือ ช่วงเช้าที่ผ่านมาปริมาณน้ำแม่ทาอยู่ที่ 4 เมตร จะสูงขึ้นไปอีก ถึงระดับที่ 4.99- 5 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติแล้ว ขณะที่บ้านทาปลาดุก ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน น้ำยังทรงตัว พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ประชาชนอพยพมาที่ปลอดภัย

           ขณะที่ระดับน้ำแม่กวง ที่จุดวัดระดับน้ำ P 5 หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน ปริมาณน้ำกวงอยู่ที่ 4.40 เมตร จะมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นถึง 5.20เมตร เนื่องจากน้ำแม่กวงไหลจากบ้านโป่ง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผ่านลำพูน และคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมปีนี้จะรุนแรงกว่าปี 2549 เพราะปริมาณน้ำที่มากนั่นเองเนื่องจาก มีร่องหรือหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศไทยเกิดฝนตกหนัก ในพื้นที่ต่างๆ มีแนวโน้มเกิดปัญหาน้ำท่วมมากและยาวนาน เกิด

 

อยุธยาเร่งป้องกันน้ำเจ้าพระยาท่วมโบราณสถาน

           ตั้งแต่ช่วงเช้าปรากฏว่ามีฝนตกลงมาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอดทั้งวัน สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้คนงานระดมกำลังกันนำบังเกอร์คอนกรีตป้องกันน้ำท่วมมาติดตั้งที่บริเวณหน้าโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม อ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้น และอยู่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 70 ซ.ม. โดยการติดตั้งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน โดยบังเกอร์มีความยาวประมาณ 400 เมตร จำนวน 132 แผ่น หลังจากติดตั้งแล้วจะมีการเสริมแนวกระสอบทรายด้วย

           ส่วนรอบนอกพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บริเวณ อ.บางบาล บางส่วน แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ทยอยขนข้าวของขึ้นที่สูงแล้ว นายสิทธิพล เสงี่ยม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดการว่าหากปริมาณน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยาในระดับ 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ก็อาจจะส่งผลทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ อ.บางบาล ผักไห่และเสนา ในช่วงสับดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้ได้ประสานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการเตรียมการรับมือแล้ว ชาวบ้านปลูกกล้วยใน อ.บางบาล หลายหมู่บ้านก็เกรงว่าน้ำจะท่วมก่อนที่จะได้เห็นผลกล้วย แต่ก็ต้องทำใจ