ข่าว

ขอบคุณร่มเงา แทนคุณแมกไม้ “มฤคทยาวัน”

ขอบคุณร่มเงา แทนคุณแมกไม้ “มฤคทยาวัน”

02 ส.ค. 2554

ขอบคุณร่มเงา แทนคุณแมกไม้ “มฤคทยาวัน”

           ทุกก้าวที่เราเหยียบย่ำพื้นดิน และทุกการกระทำที่อาจพลาดพลั้งทำร้ายเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่โดยไม่ได้ตั้งใจ อาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยของคนในเมืองใหญ่ แต่สำหรับพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ในเขตที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์แล้ว การสักการะต้นไม้เป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยข้าราชการฝ่ายใน พระบรมมหาราชวัง

           คุณหญิงเสริมศรี บุนนาค เล่าว่า ทั้งหมดก็เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาบริเวณพื้นที่ และขอขมาในการกระทำที่ล่วงเกินเหล่าต้นไม้ที่คอยให้ร่มเงามนุษย์ตลอดมา โดยในส่วนของพื้นที่พระตำหนักฤดูร้อน ภายในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่สร้างขึ้นมานานกว่า 90 ปี ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่สืบทอดประเพณีนี้มาอย่างเคร่งครัดและเปิดโอกาสให้เหล่าชาวไทยได้สัมผัสประเพณีอนุรักษ์นี้ให้ใกล้ชิดมากขึ้นในช่วงก่อนเข้าพรรษา ในเวลาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เป็นประจำมากว่า 4 ปีแล้ว

           "ในความเป็นจริงเราทุกคนไม่รู้หรอกว่าเหล่าเทวดาที่คอยคุ้มครองพื้นที่เหล่านี้มีจริงหรือไม่ แต่ในทุกๆ วันเราอาจจะเหยียบย่ำต้นไม้ใบหญ้า อาจไปทำร้ายเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เราก็ต้องหาอะไรมาทดแทนบุญคุณที่เขาให้เราเหยียบย่ำไปบ้าง โดยประเพณีในวังจะมีการไหว้ขอขมาทุกปีซึ่งเราพยายามทำสืบทอดกันมาให้ถูกต้องที่สุด และยังอยากให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญและเข้าร่วมด้วยทุกๆ ปี" คุณหญิงเสริมศรีกล่าว

           ทางด้าน พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้แทนพิเศษสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บอกถึงที่มาของประเพณีนี้ว่า พิธีต้องจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปีในวังหลวงฝ่ายใน ห้ามคนนอกเข้า แต่ด้วยรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระราชประสงค์จะสืบทอดประเพณีนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ จึงนำมาจัดกันที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้ประชาชนทั่วๆ ไปได้มีส่วนร่วมในพิธีด้วย แต่ที่เปลี่ยนมาทำก่อนเข้าพรรษานั้นถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่จะบอกทุกคนว่าอย่าตัดต้นไม้ในช่วงนี้ เพราะเมื่อเข้าหน้าฝนแผลต้นไม้ที่โดนตัดจะถูกความชื้นมากอาจติดเชื้อแผ่กิ่งก้านไม่สวยหรือตายได้ และถือเป็นมงคลแก่ชีวิตที่จะได้ขอขมาปีละ 1 ครั้งอีกด้วย

           "เราสามารถผูกต้นไม้ได้ทุกต้นทั่วทั้งพระที่นั่ง ทั้งต้นมะขาม ไทร กร่าง จามจุรี ตะโก จริงๆ แล้วมีอายุมากว่าพระที่นั่งเสียอีก ซึ่งปกติแล้วในที่นี่มีการตัดต้นไม้อยู่เป็นประจำเฉพาะบริเวณกิ่งที่ไม่ดี นอกจากนี้เราปลูกฝังเรื่องอนุรักษ์ต้นไม้ในพื้นที่และฟื้นฟูพืชพันธุ์ที่ตายไปจากสภาพแวดล้อมขึ้นมาด้วย อย่างเช่นโครงการทำปุ๋ยอินทรีย์จากใบจามจุรีเพื่อนำมาปรับปรุงดินบริเวณรอบๆ พระที่นั่ง โดยนำพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ปลูกต้นปอเทืองหรือต้นแฝกไว้เพื่อให้รากแทรกลงไปในดินที่ได้ 2-3 เมตร แล้วก็ไถกลบและปลูกใหม่อย่างนี้เรื่อยๆ เป็นเวลา 2-3 ปี จนได้หญ้าสีเขียวจากนั้นก็เริ่มรดน้ำจืดเพื่อไม่ให้น้ำทะเลซึมเข้ามาทำลายเนื้อดินเหมือนสมัยก่อน" พิพัฒพงศ์ กล่าว

           ทั้งนี้ นอกจากจะมาสืบสานประเพณีโบราณในทุกปีแล้ว ประชาชนทั่วไปยังสามารถเข้ามาเรียนรู้กิจกรรมและนิทรรศการดีๆ เกี่ยวกับประเพณีในวัง ทั้งงานออกร้านผลิตภัณฑ์ การแสดงดนตรีไทยที่เกี่ยวกับพรรณไม้ พร้อมสัมผัสความเป็นอยู่ที่ย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 6 ทั้งการนุ่งผ้าซิ่น การร้อยพวงมาลัยตามขนบชาววัง และชมความเป็นอยู่ของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยนั้นอีกด้วย เรียกว่าได้ทั้งบุญและความรู้ดีๆ จากพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงแห่งนี้กลับบ้านไปพร้อมๆ กันภายในวันเดียว