
มติ4ต่อ1กกต.รับรอง'ตู่'เป็นส.ส.แล้ว
มติกกต. 4 ต่อ 1 รับรอง จตุพร เป็น ส.ส. แต่ตั้ง กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องคุณสมบัติ เพื่อชงเรื่องส่งศาล รธน. เผยเสียงข้างน้อยคือ "ประธาน กกต." พร้อมประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งใหม่และนับคะแนนใหม่ด้วย
(1ส.ค.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวภายหลังการประชุมกกต. ว่า หลังจากกกต.ได้รับการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยจากนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าเพื่อไทยแล้ว ที่ประชุมกกต.จึงมีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 ให้ประกาศรับรองให้นายจตุพร เป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปก่อน เนื่องจากครบกำหนด 30 วันที่กกต.มีอำนาจในการพิจารณาเพื่อรับรองผลการเลือกตั้ง
นอกจากนี้กกต.ยังมีมติให้ด้านกิจการพรรคการเมืองตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำร้องคัดค้านของนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงอีก 2 คำร้องคัดค้าน คือ เรื่องร้องคัดค้านของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ และคำร้องของนายถวิล ไพรสนต์ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับทำความเห็นส่งมายังที่ประชุมกกต. เพื่อพิจารณาส่งให้ประธานสภาฯ แล้วเป็นกระบวนการของสภาฯที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
ส่วนส.ส.ที่กกต.รับรองไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น กกต.ก็ยังจะทยอยพิจารณาในเรื่องร้องคัดค้านต่อโดยกกต.มีเวลาในการพิจารณา 1 ปี แต่ขั้นตอนก็จะเพิ่มมากขึ้น เพราะจะต้องส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้สืบพยาน ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามกกต.ก็จะต้องทำงานต่อไป ส่วนเรื่องแรงกดดันก็น่าจะลดลง
นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กกต.ยังได้มีมติประกาศผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่กกต.ได้มีมติให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ 2 เขตและนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 1 เขต เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.หนองคาย ที่นายสมคิด บาลไธสง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้รับเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.สุโขทัย นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับเลือกตั้ง ขณะที่การนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ยะลานั้นนายอับดุลการิม เด็งระกีนา ผู้สมัคร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้รับเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามผู้ที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สามารถเดินทางมารับใบรับรองผลการเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ส.ค. ที่ชั้น 5 ของสำนักงานกกต.
ต่อมาในเวลา 19.30 น. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงผลการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเสียงข้างมากประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.อีกจำนวน 4 คน ประกอบไปด้วย นายสมคิด บาลไธสง เป็น ส.ส.เขต 2 หนองคาย นายจักรวาล ชัยวิรัตนนุกูล เป็น ส.ส.เขต 3 สุโขทัย และ นายอับดุลการิม เด็งระกีนา เป็น ส.ส. เขต 2 ยะลา นอกจากนี้ที่ประชุมกกต.ยังมีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 โดย4เสียงข้างมากเห็นชอบให้ประกาศผลการเลือกตั้งแก่นายจตุพรเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ส่วน 1 เสียงข้างน้อยไม่เห็นชอบให้ประกาศผลการเลือกตั้งแก่นายจตุพร เพราะวันที่ 3 ก.ค.ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนั้นนายจตุพรถูกคุมขังโดยหมายศาลซึ่งถือว่ามีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
นายบุณยเกียรติ กล่าวว่า ทั้งนี้ กกต.ยังมีมติเสียงข้างมากให้ด้านกิจการพรรคการเมืองได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของนายจตุพรว่าจะพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ และให้พิจารณาว่ากรณีของนายจตุพรจะต้องพิจารณาดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ที่จะต้องส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากนี้กกต.อีก 1 เสียงยังขอให้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอาศัยอำนาจตามมาตรา 245 (1) และมาตรา 257 (2) เพื่อขอให้2หน่วยงานส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยข้อกฎหมายขัดกันตามมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญ ขัดกับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 8 วรรคหนึ่ง มาตรา 19 และมาตรา 20 (3)ที่เกี่ยวกับเรื่องความเป็นสมาชิกภาพพรรคการเมือง ส่วนคำร้องของนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และนายวิรัตน์ กัลยาศิริที่มีหนังสือคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้งนายจตุพรเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม โดยกกต.มีมติเสียงข้างมากให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วต่อไป
นายบุณยเกียรติ กล่าวว่า หากนายจตุพรได้รับการประกันตัวก็สามารถเข้าประชุมสภาได้ทันที ส่วนจะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่กฎหมายจะดำเนินการต่อไป เพราะขณะนี้กกต.ได้หมดหน้าที่พิจารณาตรงนี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงข้างมาก 4 เสียง ประกอบด้วย นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น นายสมชัย จึงประเสริฐ นายประพันธ์ นัยโกวิท และนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ส่วนเสียงข้างน้อย1 เสียงที่มีมติไม่รับรองคือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวนายวิญญัติ ชาติมนตรี นายคารม พลทะกลาง ทนายความของนายจตุพร ได้ร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย จากนั้นก็เข้าพบนายบุณยเกียรติเพื่อขอรับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.ของนายจตุพร แต่นายบุญยเกียรติระบุว่าให้มารับหนังสือรับรองในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10.00 น. ทั้งนี้นายวิญญัติ กล่าวว่า หากได้รับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งตนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอให้ปล่อยตัวนายจตุพรทันที
ด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายความนปช. เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ส.ค.หลังจากที่ตนมารับหนังสือรับรองในเวลา 10.00 น.จากกกต.แล้วก็จะเดินทางไปยื่นของประกันตัวที่ศาลอาญารัชดา ซึ่งจะเตรียมหลักทรัพย์ประมาณ 1 ล้านบาทในการประกันตัวนายจตุพร พร้อมกับแนบหนังสือรับรองการเป็นส.ส.ให้กับศาลได้พิจารณาปล่อยตัวด้วย
ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.30 น. นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ได้ยื่นเรื่องร้องคัดค้านการรับรองนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เพิ่มเติม ต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. เพื่อให้นำเรื่องไปประกอบการพิจารณาในการประชุม กกต. ในช่วงบ่ายของวันนี้ ที่จะมีการประชุมพิจารณารับรองนายจตุพร เป็น ส.ส. โดยมี นายเมธา ศิลาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้ง ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องคัดค้าน
น.พ. ตุลย์ กล่าวว่า การที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้การรับรองต่อ กกต. ว่า นายจตุพร ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อยู่นั้น ถือว่า เป็นการให้การเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อหวังผลให้ กกต.รับรองนายจตุพร เป็น ส.ส. และจะได้ใช้สิทธิ์การคุ้มครอง เพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดีอาญาในช่วงเปิดประชุมสภาฯ ทั้งนี้ ตนเห็นว่านายจตุพร เป็นผู้ขาดคุณสมบัติที่จะเป็น ส.ส. เพราะขาดจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อันเนื่องมาจากถูกคำสั่งของศาลให้จำคุกในวันที่รับสมัคร ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (3 ) และในวันเลือกตั้ง มาตรา 100 (3) ซึ่งขาดจาการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ตามมาตรา 20 ของพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม หากกกต. มีมติรับรองนายจตุพร เป็นส.ส. ตนจะดำเนินการกับกกต. อย่างถึงที่สุด



