
สนามอิเหนาเกมส์อืดชี้ปัญหา"จราจร-อาหาร"
อินโดนีเซีย เจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ต้องลุ้นสนามแข่ง 6 สนามยังเสร็จแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ กกท. พร้อมเตือนทัพกีฬาไทย ต้องเพื่อเวลาเหตุรถติด พร้อมกับเตรียมการเรื่องอาหาร
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะมีหน้าที่รับผิดชอบเตรียมนักกีฬาไทยเพื่อแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 11-22 พฤศจิกายน ได้ส่งคณะทำงานนำทีมโดย ร.อ.หญิงอุษณีย์ วงษาลังการ ผู้อำนวยกองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ กกท. เดินทางไปสำรวจข้อมูลสนามแข่งขัน ที่พัก อาหาร การจราจร การเดินทาง ที่เมืองปาเล็มบัง และกรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย 2 เมืองดังกล่าวอินโดนีเซียกำหนดเป็นสถานที่แข่งขัน 44 ชนิดกีฬา ชิงชัยมากถึง 545 เหรียญทอง โดยทัพนักกีฬาไทยอยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมตามแผนฝึกซ้อมที่แต่ละสมาคม จัดทำร่วมกับคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย ที่มี "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการกกท. เป็นประธาน
ร.อ.หญิง อุษณีย์ เปิดเผยว่า ชนิดกีฬาที่แข่งขันเมืองปาเล็มบัง ยังต้องลุ้นการก่อสร้างสนามว่าจะสมบูรณ์ทันเวลาที่เหลืออีก 3 เดือนกว่าหรือไม่ เพราะ กรีฑา, ว่ายน้ำ, เทนนิส, ยิงปืน, เปตอง และวอลเลย์บอลชายหาด ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จเพียงแค่ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ปัญหาของเมืองปาเล็มบัง คือสภาพการจราจรที่หนาแน่น การเดินทางไปแข่งขันของทัพนักกีฬาไทยควรเผื่อเวลาไว้พอสมควร บรรยากาศโดยทั่วไปของปาเล็มบัง คล้ายต่างจังหวัดของไทย การประชาสัมพันธ์ถือว่าเป็นจุดเด่นเพราะมีการประดับประดาธงสัญลักษณ์ซีเกมส์ ตลอด 2 ข้างทาง
ผอ.กองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ กล่าวต่อไปว่า กรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอินโดนีเซีย ใช้สนามแข่งขันที่สนามกีฬาแห่งชาติ เสนายัน ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุง ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ ยังเป็นสังเวียนแข่งขันแบดมินตันอีกหนึ่งชนิดกีฬา ที่พักนักกีฬา ส่วนหนึ่งจะใช้โรงแรมตรงข้ามสนามกีฬาเสนายัน แต่ส่วนใหญ่จะเข้าพักที่หมู่บ้านนักกีฬา ที่กำลังก่อสร้าง แต่ที่น่าหนักใจ 4 กีฬาของไทย เรือใบ, โบว์ลิ่ง, บาสเกตบอล และยูโด ต้องเผชิญปัญหาการเดินทางไปแข่งขันค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง ปัญหาอีกประเด็นหนึ่งคือ สภาพการจราจรที่รถติดมาก อาจกระทบต่อโปรแกรมแข่งหากไม่บริหารจัดการเรื่องเวลาให้ดี
"เรากำลังสรุปข้อมูล และรูปประกอบจัดทำเป็นวีซีดี เพื่อรายงานผู้ว่าการ กกท. รวมถึงมอบให้ทุกสมาคมที่เกี่ยวข้อง ส่วนการประชุมคณะกรรมการเตรียมนักกีฬา ครั้งถัดไปยังไม่กำหนดวันชัดเจน แต่ได้สรุปความคิดเห็นเพื่อเสนอให้ที่ประชุมหาแนวทางเตรียมแผนสำรองกรณีสภาพ การจรจาแออัดจนไปแข่งขันไม่ทัน เป็นเรื่องแรก อีกเรื่องคือ อาหาร เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยถูกปากนักกีฬาไทย"



