ข่าว

 เล็งชงรัฐคูปองส่วนลดอุ้มคนจนใช้ซื้อสินค้าราคาถูก

เล็งชงรัฐคูปองส่วนลดอุ้มคนจนใช้ซื้อสินค้าราคาถูก

01 ส.ค. 2554

กรมการค้าภายในรับนโยบายหนุนสินค้าเกษตรราคาแพง กระทบราคาสินค้าแน่ เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ทำคูปองส่วนลดแจกให้คนมีรายได้น้อยนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ลดผลกระทบจากสินค้าขึ้นราคา พร้อมสานต่อโครงการธงฟ้า

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงแนวทางการดูราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ว่าขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยจะปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด หรือจะเข้าไปแทรกแซงราคาสินค้าด้วยการออกมาตรการช่วยชดเชยค่าครองชีพจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้บริโภค เนื่องจากต้องยอมรับว่าหากรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้สินค้าเกษตรมีราคาแพง เช่น การประกาศราคารับจำนำข้าวในราคาที่สูง ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

 ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีนโยบายที่จะดูแลค่าครองชีพประชาชน แนวทางหนึ่งที่กรมการค้าภายในอาจจะนำเสนอ คือการจัดทำคูปองส่วนลดราคาสินค้ามาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย นำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปโดยใช้คูปองดังกล่าวเป็นส่วนลด ซึ่งหากรัฐบาลเห็นด้วยก็อาจจะต้องหารือถึงรูปแบบและวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งสินค้าสำหรับอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น น้ำมันพืช ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำตาลทราย แก๊สหุงต้ม เนื้อหมู

 นอกจากนี้ กรมการค้าภายในอาจจะเสนอให้กระทรวงพาณิชย์สานต่อโครงการธงฟ้าต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนมาก เนื่องจากเป็นโครงการที่นำสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด เบื้องต้นอาจจะมีการนำเสนอของบประมาณจากรัฐบาลใหม่จำนวน 800 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดงานด้วย

 อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเลือกแนวทางการปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกลตลาด โดยไม่มีมาตรการแทรกแซง รัฐบาลมีความจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องของจังหวะเวลาในการปรับขึ้นราคาสินค้าให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนรุนแรง ส่วนอัตราเงินเฟ้อภายในปีนี้ คาดว่าอาจจะขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีการปรับขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ทั่วประเทศ โดยเป้าหมายอาจจะขยับจากเป้าหมายในปีนี้ 3.2-3.7% เป็น 4% แต่ไม่สูงถึงระดับ 7-8% ตามที่เป็นข่าวแน่นอน

 รายงานข่าวแจ้งว่า ราคาสินค้าหลายรายการมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้น จากนโยบายที่พรรคเพื่อไทยนำมาหาเสียงในช่วงการเลือกตั้งหลายนโยบายจะส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าปรับขึ้น เช่น นโยบายรับจำนำข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการข้าวถุงได้ออกมาแสดงความห่วงใยว่าราคาข้าวที่ปรับขึ้นอาจจะส่งให้ราคาข้าวถุงปรับขึ้นได้ เนื่องจากต้นทุนราคาข้าวเปลือกแพงขึ้น โดยอยู่ระหว่างรอดูสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาข้าวถุงก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกรมการค้าภายในที่จะอนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคาข้าวถุงหรือไม่

 นอกจากนี้ จากนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทของรัฐบาลใหม่ ยังได้ส่งผลให้แรงงานในฟาร์มไก่ขอปรับเพิ่มค่าแรงไว้ล่วงหน้า แม้ว่านโยบายดังกล่าวจะยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องยอมตามคำเรียกร้อง เพราะเกรงว่าแรงงานจะหนีไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น โดยภาระที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการได้หาทางออกด้วยการปรับเพิ่มราคาไข่ไก่ ทำให้แนวโน้มราคาไข่ไก่เริ่มมีทิศทางปรับขึ้น