ข่าว

 โยนชาวสวนขอรัฐชดเชยส่วนต่างลำไยอบแห้งปี53

โยนชาวสวนขอรัฐชดเชยส่วนต่างลำไยอบแห้งปี53

01 ส.ค. 2554

ธ.ก.ส.โยนเกษตรกรเรียกเงินชดเชยส่วนต่าง หลังตัดสินใจขายลำไยอบแห้งที่นำเข้าระบบแพคกิ้ง เครดิตให้เอกชน แก้ปัญหาลำไยค้างสต็อกปี 53 เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

           นายประเทือง คงรอด  รองประธานองค์กรเครือข่ายผู้ปลูกและผลิตลำไยภาคเหนือ เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาลำไยอบแห้งค้างสต็อกปี 2553 จำนวน 6.5 หมื่นตัน และลำไยอบแห้งสีทอง 20 ตัน ที่เกษตรกรได้นำเข้าระบบแพคกิ้ง เครดิต (Packing Credit) ไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) หลังจากกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร จ.เชียงใหม่-ลำพูน ยื่นหนังสือเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขผลไม้ภาคเหนือเร่งหาแนวทางจัดการปัญหาลำไยอบแห้งค้างสต็อกเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สรุปว่าไม่สามารถดำเนินการตามที่เครือข่ายเกษตรกรฯเรียกร้องให้ชดเชยส่วนต่างลำไยอบแห้ง ที่เกษตรกรนำเข้าระบบแพคกิ้ง เครดิต ไว้กับ ธ.ก.ส.ได้

            ส่วนลำไยอบแห้งที่เกษตรกรนำเข้าระบบแพคกิ้ง เครดิตนั้น เบื้องต้นลำไยอบแห้งเกรดเอเอ ใช้ราคากลางกิโลกรัมละ (ก.ก.) 105 บาท แต่ ธ.ก.ส.จ่ายให้ 75% หรือ 79 บาท เกรดเอ ใช้ราคากลาง  ก.ก.ละ 35 บาท ธ.ก.ส.จ่ายให้ 62% หรือ 47 บาท และเกรดบี ใช้ราคากลาง ก.ก.ละ 45 บาท ธ.ก.ส.จ่ายให้ 50% หรือ 23 บาท เมื่อคณะอนุกรรมการฯ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาลำไยอบแห้งค้างสต็อกได้ ซึ่งสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ครบกำหนดที่เกษตรกรต้องชำระหนี้เงินกู้ ทำให้ธ.ก.ส.จึงตัดสินใจขายลำไยอบแห้งทั้งหมดให้แก่เอกชนที่มารับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง

            ทั้งนี้ หากเก็บลำไยอบแห้งทั้งหมดไว้ในสต็อก ปัญหาคือมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายได้ ธ.ก.ส.จึงตัดสินใจระบายลำไยทั้งหมด ส่วนเงินส่วนต่างจะให้เกษตรกรไปเรียกร้องขอเงินชดเชยจากรัฐบาลชุดใหม่แทน