ข่าว

 ในหลวงทรงตั้ง“มูลนิธิน้ำ”ช่วยเหลือราษฎร

ในหลวงทรงตั้ง“มูลนิธิน้ำ”ช่วยเหลือราษฎร

01 ส.ค. 2554

ในหลวงทรงตั้ง“มูลนิธิน้ำ”ช่วยเหลือราษฎร : ชาวบ้านร้านตลาด โดย ภาณุมาศ ทักษณา

          ข่าว ในหลวงทรงตั้ง “มูลนิธิน้ำ” แนะปลูกพืชแก้ดินถล่มเมื่อเช้าวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 นั้น ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อทวยราษฎร์เช่นเดียวกับผม วันนี้ชาวไทยต่างทราบดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรเข้ารับการถวายการรักษาจากคณะแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช พระองค์ยังทรงงานเพื่อช่วยเหลือราษฎรมิได้หยุดหย่อน โดยในเดือนมิถุนายนทรงพระกรุณาให้คำแนะนำบรรดาข้าราชการในการแก้ไขปัญหาการจราจรในย่านพรานนก และแยกโรงพยาบาลศิริราชมาแล้ว

           ในเดือนกรกฎาคมนี้ พระองค์ก็ทรงพระกรุณาให้คำแนะนำในการบริหารจัดการน้ำแก่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) ที่นำคณะกรรมการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในเย็นวันที่ 25 กรกฎาคม อันเป็นที่มาของข่าว ในหลวงทรงจัดตั้ง “มูลนิธิน้ำ” เพื่อศึกษาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ก่อนเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนนำไปปฏิบัติ พร้อมกันนี้พระองค์ยังทรงห่วงใยถึงกรณีนี้มีดินถล่มในภาคใต้ โดยทรงพระราชทานคำแนะนำให้ราษฎรเลือกปลูกพืชคลุมดินที่เหมาะสมคือเลือกพันธุ์ที่มีรากแก้วอุ้มดินอุ้มน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและดินถล่มอีกด้วย

           พระราชกรณียกิจที่ในหลวงทรงมีเพื่อทวยราษฎร์ของพระองค์นี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ การที่ผมนำเรื่องนี้มาพูดถึงอีกครั้งไม่เพียงแต่ต้องการให้ชาวบ้านร้านตลาดบางคนที่อาจไม่ทันได้รับทราบข่าวอันเป็นมงคลแก่ชีวิตได้รับทราบเท่านั้น แต่ผมอยากตอกย้ำข่าวนี้ให้เข้าไปสะกิดความรู้สึกรับผิดชอบของบรรดานักการเมืองและข้าราชการ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามาแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้มีความสำนึกว่า หน้าที่ของนักการเมืองนั้น โดยเนื้อแท้แล้วคือการประสานการทำงานร่วมกับบรรดาข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอันที่จะบำบัดทุกข์และบำรุงอย่างเต็มกำลังความสามารถ

           ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากนั้น ผมเชื่อว่า นักการเมืองและข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนรู้และเห็น ไม่ต่างไปจากชาวบ้านร้านตลาดที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งและน้ำท่วมทุกปี คำถามที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ เพราะเหตุใดหรือ นักการเมืองที่เข้าไปเป็นรัฐบาลจึงไม่พยายามหาวิธีการที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วง หรืออย่างน้อยก็ทำให้บรรเทาเบาบางลง จนกลายเป็นเหตุให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทของในหลวงอย่างนี้

           ผมได้พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมด้วยการจัดงบประมาณขุดลอกแม่น้ำลำคลองมาหลายครั้งแล้ว ล่าสุดก็เสนอแนะให้ตั้งการชลประทานแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหาน้ำ ซึ่งผมจะรอดูว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว รัฐบาลจะมีทีท่าอย่างไรในเรื่องนี้ แต่ถ้ารัฐบาลใหม่ไม่เห็นด้วย ก็อยากจะร้องขอรัฐบาลสนับสนุน กรมเจ้าท่า ของ ท่านอธิบดีถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ ที่มีโครงการขุดลอกและปรับสภาพแม่น้ำสายต่างๆ ด้วยนะครับ คุณถวัลย์รัฐให้ข่าวว่า หากจะปรับปรุงแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศจำนวน 54 สาย ซึ่งมีระยะทางรวมกันยาวกว่า 1 หมื่นกม.และแม่น้ำสายรองอีกกว่า 2,000 กม.นั้น ต้องใช้งบประมาณกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

           ผมฟังดูแล้วเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้ประโยชน์ในระยะยาวทั้งด้านการขนส่งทางน้ำและการพัฒนาการเกษตรของชาตินั้น ผมว่าคุ้มครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลใหม่ใส่ใจในปัญหาพื้นฐานของชาติควบคู่กับการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ไปด้วย ...หันมาเอาจริงเอาจังกับ “น้ำ” ที่ไม่ต่างไปจากเส้นเลือดของคนไทยเถอะครับ...ในหลวงอันเป็นที่เทอดทูนบูชาของคนไทยจะได้ทรงพักผ่อนพระวรกาย หลังทรงงานหนักมาอย่างยาวนานบ้าง