เลือกใหม่ได้ส.ส.คนเดิมยะลาปชป.ชนะ
เลือกใหม่ "สุโขทัย-หนองคาย" ได้ส.ส.หน้าเดิม นับใหม่เขต 2 ยะลา ปชป.ชนะ 620 แต้ม ส.ส.แสดงตนที่สภา489คนแล้ว
วันที่ 31 ก.ค. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการลงพื้นที่ตรวจการจัดเลือกตั้งซ่อมจ.สุโขทัย เขต 3 ว่า ตนได้ตระเวนดูการจัดหน่วย และเตรียมการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่พบงผิดปกติอะไร จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ขณะที่แม้จะมีฝนตกลงมากที่จะเป็นอุปสรรคของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งบ้างแต่ก็คิดว่าประชาชนน่าจะมาใช้สิทธิไม่น้อยกว่า 70% และคิดว่าการนับคะแนนใหม่น่าจะเสร็จได้ไม่เกิน 20.00 น. ซึ่งการตรวจเยี่ยมตนได้เปลี่ยนแผนจากเดิมที่ตั้งใจจะไปดูการนับคะแนนใหม่ที่เขต 2 จ.ยะลา แต่เมื่อมีผู้ใหญ่ในกกต.ไปดูแลอยู่แล้ว ประกอบกับที่ จ.ยะลา ก็เป็นการนับคะแนนใหม่อย่างเดียวซึ่งเป็นอำนาจของกรรมการประจำหน่วยที่ต้องดำเนินการ ถ้าตนไปก็เกรงว่าจะมีปัญหาโดยแจ้งให้ประธานกกต.จังหวัดยะลาทราบแล้ว ว่าตนจะไปตรวจดูการเลือกตั้งใหม่ที่เขต 3 จ.สุโขทัย
และทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00 น. นายอภิชาต ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ศาลาการเปรียญวัดคลองกระจง หมู่ที่ 8 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย พร้อมคณะต่อจากนั้นได้เดินทางกลับ กทม.
ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าว่า คิดว่า กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งทั้งเขต 2 หนองคาย เขต 3 สุโขทัย รวมถึงเขต 2 ยะลาได้เร็วหากผลการเลือกตั้งใหม่ออกมาใครเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง เพราะเวลานี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเลย จึงเชื่อว่าน่าจะประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั้งหมดได้ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ตามกรอบ 30 วัน พร้อมกับกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
ผลเลือกตั้งสุโขทัยภูมิใจไทยมาเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตามผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล จากพรรคภูมิใจไทยได้ 34,232คะแนน ขณะที่นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ 22,882คะแนน
นับคะแนนใหม่เขต2ยะลาปชป.ชนะ
การนับคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ยะลา หลังจากมีการร้องคัดค้าน เนื่องจากมีคะแนนห่างกันแค่ 48 คะแนน และมีบัตรเสียจำนวนมากนั้น กกต.ยะลา ได้จัดให้มีการนับคะแนนใหม่ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม ที่อาคารศรีนิบง ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีกองเชียร์จากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มารอลุ้นผลคะแนนกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนายซูการ์โน มะทา ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย และนายอับดุลการิม เด็งระกีนา ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนับคะแนนบัตรเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่บางชุดนับเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากการกาบัตรมีปัญหาไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย จึงมีการทำบันทึกเหตุการณ์เพื่อให้ กกต.กลางวินิจฉัยบัตรดังกล่าวอีกครั้ง
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนับครบ 100% ณ เวลา 20.20 น. ผู้ที่ได้คะแนนอันดับ 1 คือ ผู้สมัครหมายเลข 10 นายอับดุลการิม เด็งระกีนา พรรคประชาธิปัตย์ 28,269 คะแนน หมายเลข 1 นายซูการ์โน มะทา จากพรรคเพื่อไทย 27,649 คะแนน ห่างกัน 620 คะแนน จากเดิมผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่นายอับดุลการิมเคยชนะนายซูการ์โนเพียง 48 คะแนน จนทำให้มีการร้องให้นับคะแนนใหม่
ฝนกระหน่ำหนองคายย้ายหน่วยหนีน้ำ
ขณะที่บรรยากาศการเลือกตั้งใหม่ที่เขต 2 จ.หนองคาย ก็ประสบปัญหาอุปสรรคจากฝนที่ตกหนักเพราะอิทธิพลของพายุนกเตน เช่นเดียวกัน ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์อย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะในเขต ต.เซิม อ.โพนพิสัย หลายหมู่บ้านน้ำท่วมสูงถึง 50 ซม. บางหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 100 ซม. โดยเฉพาะบ้านเซิม หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.เซิม อ.โพนพิสัย ทำให้ชาวบ้านออกมาใช้สิทธิ์ลำบาก เพราะน้ำท่วมบ้านเรือนและหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ต้องขนหีบบัตรหนีน้ำท่วมไปยังสถานีอนามัยตำบลเซิม ใช้เป็นหน่วยเลือกตั้งแทน
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ นายสมคิด บาลไธสง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 41,924 คะแนน ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ได้คะแนนน้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่เคยได้ 45,927 คะแนน
ส.ส.รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 491 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการรับหนังสือรับรอง จาก กกต. ว่า วันนี้ เดินทางมารับหนังสือเพียง 4 คน คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายเหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย , จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ แนวร่วม นปช. ซึ่งได้รับเลือกเป็น ส.ส.สุรินทร์ เขต 6 พรรคเพื่อไทย และ นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคเพื่อไทย
โดยยอดรวม ส.ส. ที่เข้ารับหนังสือรับรองแล้ว รวมทั้งสิ้น 491 ราย แบ่งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 123 คน และส.ส.แบบแบ่งเขต 368 คน จากจำนวน ส.ส.ที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว 496 คน ซึ่ง
ขณะนี้ยังคงเหลือ ส.ส.ที่ไม่ได้เดินทางมารับหนังสือรับรอง 5 คน แบ่งเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คือ นายอัสนี เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 4 คน ประกอบด้วย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคเพื่อไทย และนายวรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์
ส.ส.แสดงตนที่สภา489คน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าแสดงตนของส.ส. ที่ผ่านการรับรองผลเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่าตลอดทั้งวันมีส.ส.เข้ามาแสดงตน รวม 9 คน อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, น.พ.เหวง โตจิราการ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย รวมจำนวน ส.ส.ที่มาแสดงตนแล้วทั้งสิ้น 489 คน จากยอดที่กกต. ประกาศรับรองทั้งหมด 496 คน ทำให้คงเหลือ ส.ส.ที่ยังไม่ได้มาแสดงตน 7 คน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้แจ้งว่ามีส.ส. จำนวน 5 คนได้แจ้งมาว่าจะเข้ามาแสดงตนในช่วงเช้าวันที่ 1 สิงหาคม
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นายประเชิญ ติยะปัญจนิตรักษาการเลขาพรรค แจ้งว่าได้ประสานไปยังส.ส.ของพรรค ทั้ง 7 คนทราบถึงกำหนดการ ทั้งเรื่องของการถ่ายภาพร่วมกันและการเข้าร่วมงานรัฐพิธี ในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 1 สิงหาคม เบื้องต้นคาดว่าส.ส.ของพรรคจะทะยอยเดินทางไปเจอกันที่รัฐสภาตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน ส่วนวันที่ 2 สิงหาคมนั้น ได้ประสานไปแล้วเช่นเดียวกันให้มาร่วมประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภา
"สดศรี"เตือนสื่อฯ อย่าตั้งคำถามเชิงข่มขู่
นางสดศรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้รับโทรศัพท์พูดจาลักษณะข่มขู่ว่า ที่ต้องปิดมือถือเพราะมีโทรศัพท์พื้นฐานที่หมายเลขขึ้นต้นด้วย 02 และลงท้ายด้วย 89 โทรไปหาตนเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.ช่วงเวลาประมาณ 22 .00 น. เมื่อรับสายก็มีการแนะนำตัวเองว่า อยู่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งแต่ไม่ระบุชื่อว่าเป็นใคร และเขาไม่ได้ขอโฟนอินโดยได้ถามตนว่า “กลัวไหมเสาร์-อาทิตย์ นี้ จะมีคนเสื้อแดงเข้ามา” ตนก็บอกไปว่าไม่กลัว ซึ่งได้มีการพูดคุยนาน 3 นาที ตนจึงวางสายโทรศัพท์ ซึ่งหากเป็นผู้สื่อข่าวจริงๆทำอย่างนี้ไม่น่าจะถูกต้อง
ตนได้โทรหารือกับนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ที่จะช่วยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล กกต. หรือช่วยเช็คข่าวให้ด้วยว่าคนที่โทรมาเป็นใคร เพราะตนไม่รู้จักกับตำรวจเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักนายธนพิชญ์ซึ่งรู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเยอะพอจึงคิดว่าน่าจะช่วยเหลือตนได้ อย่างไรก็ดีตนไม่ได้คิดจะกล่าวหาคนเสื้อแดง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมานางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการณ์ ประธาน นปช.ก็มักจะพูดตลอดเวลาว่า ถ้าไม่ประกาศภายใน 30 วันจะเอาเรื่อง ซึ่งวิญญูชนโดยปกติ สามารถคิดได้ว่าเป็นการข่มขู่
“หากว่าดิฉัน หรือกกต.คนอื่นๆเป็นอะไรไปในช่วงเวลานี้ ก็น่าจะมาจากคนที่โทรศัพท์เข้ามาในตอนนั้นแน่ ซึ่งคุณธนพิชญ์ จะเป็นพยานได้ อีกทั้งดิฉันเองก็ได้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ในช่วงเวลานั้นเอาไว้แล้วด้วย เช้านี้ก็โทรไปเช็คหมายเลขนั้นซึ่งเป็นเบอร์ของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งจริง หากใครจะฟ้องเพราะคิดว่าทำให้เกิดความเสียหายก็ฟ้องได้เลย เพราะดิฉันก็จะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้เช่นกัน เพราะเห็นว่าการกระทำเช่นนั้นไม่ได้เป็นการหวังดีกับเรา ” นางสดศรี ระบุ
นางสดศรี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนก็รู้สึกไม่พอใจสื่อฯจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ที่โทรมาสัมภาษณ์ แล้วคำถามลักษณะคล้ายกับคนที่โทรมาหาตนในคืนวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งการตั้งคำถามมีลักษณะไม่เป็นกลาง
ทั้งนี้ ตนได้โทรไปบอกกับผู้บริหารของโทรทัศน์ช่องดังกล่าวแล้วว่า การทำงานขอให้เตือนคนของสถานีด้วย อย่ามาตั้งคำถามแบบแบ่งแยก เช่น “ กกต.จะถ่วงเวลาไว้ทำไม” “ ถ่วงเวลาไว้เดี๋ยวเสื้อแดงก็มาหา ” อะไรทำนองนี้ ทั้งที่กกต.ไม่ได้ถ่วงเวลา ตนก็ไม่พอใจกับคำถามในเชิงลักษณะเป็นเหมือนการข่มขู่กัน ตอนนี้จึงคิดว่าจะปิดมือถือไปเลยจะดีกว่า



