ข่าว

ลุ้น'รุกป่าวังน้ำเขียว'ประเดิมคดีแผนกสวล.

ลุ้น'รุกป่าวังน้ำเขียว'ประเดิมคดีแผนกสวล.

01 ส.ค. 2554

ลุ้น..."รุกป่าวังน้ำเขียว"คดีประเดิม "แผนกคดีสิ่งแวดล้อม"ศาลปกครอง : รายงานโดยโต๊ะรายงานพิเศษ

           กระบวนยุติธรรมหลายประเทศทั่วโลก มีจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นมาโดยตรง เพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งตัวท่านผู้พิพากษา อัยการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ขึ้นช้านานแล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมของไทย เพิ่งกำลังจะ "ตั้งไข่" ท่ามกลางมรสุมปัญหาข้อพิพาทปัญหาสิ่งแวดล้อมนานาประการ ทั้งมลภาวะอากาศ น้ำเน่าเสีย หมอกควันพิษ ภาวะโลกร้อน ฯลฯ 

            นับวันคดีสิ่งแวดล้อมจะพุ่งทยานสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะกรณีชาวบ้านหรือเอกชนฟ้องหน่วยงานรัฐ ในที่สุด คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองตัดสินใจเปิดแผนกใหม่เรียกว่า "แผนกคดีสิ่งแวดล้อม" พร้อมกันทั่วประเทศไทย โดยวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา "เรื่องการจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด" และจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป 

       หลายคนสงสัยว่า "คดีสิ่งแวดล้อมของศาลปกครอง" หมายถึงอะไร ? 

           อธิบายสั้นๆ ได้ว่า เป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงาน "ราชการ-ราชการ" และ "เอกชน-ราชการ"  โดยเกี่ยวพันกับสิ่งแวดล้อม เช่น การคุ้มครองหรือรักษาสภาพทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ พืช สัตว์ สิ่งมีชีวิต สภาพภูมิอากาศ หรือสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์ ส่วนใหญ่คดีที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ หากเป็นคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมระหว่างเอกชนไม่มีรัฐหรือราชการมาเกี่ยวข้อง ต้องไปฟ้องที่ ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแผนกคดีพิเศษ เช่นกัน

            ยกตัวอย่างเหตุการณ์ร้อนแรงช่วงนี้คือ "คำสั่งรื้อถอนรีสอร์ทวังน้ำเขียว" หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานปิดป้ายประกาศให้รื้อถอนรีสอร์ท 100 กว่าแห่ง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนกว่า 2 หมื่นไร่บริเวณ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยเจ้าของรีสอร์ทบางกลุ่มเป็นนายทุนนามสกุลดัง เช่น บ้านไร่กฤษวรรณ และบ้านกุลละวานิชย์ ฯลฯ  ซึ่งโอดครวญว่าถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ และจะรวมตัวกันฟ้อง "ศาลปกครอง" เพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว

            ตัวอย่างข้างต้น เป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนคือ "เจ้าของรีสอร์ท" กับ หน่วยงานราชการคือ "กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช" จากวันนี้คงต้องรอดูว่าศาลปกครองจะรับฟ้องเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ผู้วินิจฉัยประเด็นนี้คือ "อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น"

            นอกจากนี้ คดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมยังแตกต่างจากคดีปกครองทั่วไปในเรื่อง "การเยียวยาความเสียหาย" ศาลปกครองจะให้ความสำคัญกับค่าเสียหาย 3 ประการที่ไม่ค่อยปรากฏในศาลยุติธรรมอื่นคือ  
 
            1.ค่าเสียหายด้านสุขภาพอนามัย เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพ ค่าทดแทนความเสื่อมเสียสมรรถภาพของร่างกาย ค่าขาดประโยชน์จากการประกอบอาชีพ ค่าเสียหายทางด้านจิตใจ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาติดตามอาการป่วยหลังจากวันฟ้อง ฯลฯ

            2.ค่าเสียหายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และค่าเสียหายที่ไม่มีตัวเลขเชิงพาณิชย์ เช่น ความสูญเสียของระบบนิเวศ ฯลฯ

            3.ค่าเสียหายด้านวิถีชีวิตชุมชน เช่น ความสูญเสียเอกลักษณ์ของชุมชน ความสูญเสียทางศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ
  
       "ไพโรจน์ มินเด็น" ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลางและโฆษกศาลปกครอง ให้ข้อมูลว่า แผนกคดีสิ่งแวดล้อมจะมีตุลาการผู้เชี่ยวชาญคดีสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการอบรมหลักสูตรและกฎหมายด้านนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ในแต่ละปียังมีโครงการพัฒนาตุลาการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ ด้วย เช่นปี 2553 เชิญไปดูปัญหาชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะที่ จ.ระยอง  และปี 2554 ปัญหาการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเรื่องที่สังคมสนใจ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาทางวิชาการหัวข้อ "วิกฤติพลังงาน : แนวโน้มและทางเลือกที่เหมาะสม" เพื่อรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่าย

            "ดูจากสถิติที่ผ่านมา มีคดีสิ่งแวดล้อมฟ้องมาที่ศาลปกครองกว่า 3,600 คดี แบ่งเป็นศาลปกครองสูงสุด 1,300 กว่าคดี ศาลปกครองกลาง 1,000 กว่าคดี และศาลปกครองภูมิภาคปกว่า 1,300 คดี วันนี้ยังคงมีคดีค้างอยู่เกือบ 900 คดี ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านหรือเอกชนฟ้องร้องหน่วยราชการว่า ออกคำสั่งหรือออกกฎหมายมิชอบ บางคดีเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติงานล่าช้า หรือเป็นคดีใช้อำนาจเกินขอบเขต การเปิดแผนกใหม่เป็นคดีสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ จะช่วยทำให้การดำเนินคดีรวดเร็วขึ้น เพราะได้ตุลาการที่เชี่ยวชาญด้านนี้มาดูแล" โฆษกศาลปกครองแสดงความเห็นทิ้งท้าย