ข่าว

ลวง"กวดวิชา"เชิดเงินเด็กหนี

ลวง"กวดวิชา"เชิดเงินเด็กหนี

01 ส.ค. 2554

ลวง"กวดวิชา"เชิดเงินเด็กหนี : ตะลุยข่าว โดย สมโภชน์ สมบัติ

          คดีจับกุม นายจงสุฑธามนสฐ์ พุทธานุภาเวนะ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3274/133 ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เจ้าของสถาบันกวดวิชา ในข้อหาฉ้อโกงเงินค่าเรียนกวดวิชาที่มีผู้หลงเชื่อไปสมัคร แต่กลับไม่ได้เรียน มีการปิดสถานที่เรียนและเชิดเงินหายไป!!

          เมื่อตรวจสอบประวัติ "คนชื่อแปลก" รายนี้ พบว่า แท้จริงแล้วนายจงสุฑธามนสฐ์ มีชื่อเดิมว่า นายกิตติภูมิ วัฒนศิริ อายุ 48 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ เปลี่ยนชื่อมาไม่น้อยกว่า 30 ชื่อ เพื่อหนีความผิดในการหลอกลวง นอกจากนี้ยังมีคดีติดตัวไม่น้อยกว่า 28 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง อาทิ คดีโกงเช็คในการจัดหาแรงงานไปทำงานต่างประเทศ และคดีทำร้ายร่างกาย เป็นต้น

           ย้อนไปเมื่อปี 2552 ข่าวคราวการจับกุม นายกิตติภูมิ วัฒนศิริ เจ้าของสถาบันกวดวิชาที่มีชื่อเสียงในย่านสยามสแควร์มานานกว่า 20 ปี "อบาคัส" ที่มีสาขาทั่วประเทศนับสิบแห่ง มีแฟรนไชส์อยู่ทั่วไป แต่ต้องล้มครืนในชั่วเวลาไม่นาน เมื่อประสบกับพิษเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี 2549 ทำให้เงินแต่ละสาขาชักหน้าไม่ถึงหลัง และเมื่อถูกกระแสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มากระทบอีกครั้ง ก็ทำให้ "อบาคัส" แทบยืนอยู่ไม่ไหว

          สิ่งที่ถือเป็นการตัดสินใจผิดพลาดอย่างร้ายแรง เมื่อ "กิตติภูมิ" แก้ปัญหาทางการเงินด้วยการกู้เงินนอกระบบ ที่ดอกเบี้ยสุดโหด เลยยิ่งเท่ากับตอกฝาโลงแทบไม่มีโอกาสจะฟื้นคืนชีพมาได้เลย

          ช่วงนั้น เขาต้องหนีนายทุนเพื่อเอาชีวิตรอดแบบหัวซุกหัวซุน กระทั่งประสานคนรู้จักให้ช่วยเคลียร์ ชีวิตจึงสามารถออกมาอยู่ที่สว่างได้อีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ต้องผันตัวเองไปอยู่ในคุก เมื่อมีเจ้าทุกข์จำนวนมาก เข้าแจ้งความว่า ถูกฉ้อโกงเงินค่าสมัครเรียนกวดวิชา ครั้งนั้นนายกิตติภูมิ ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกง กำลังพยายามหาเงินมาเคลียร์ให้ผู้เสียหาย แต่สถาบันกวดวิชาประสบปัญหาขาดทุนมาก จึงหมุนเงินไม่ทัน

          เรื่องเงียบหายไป 2 ปี จู่ๆ กรณีเชิดเงินค่าเรียนกวดวิชาก็เกิดขึ้นซ้ำรอย ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2554 ตำรวจใน จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา ต่างได้รับแจ้งความไว้หลายราย เป็นเงินจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะที่ จ.ขอนแก่น  พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.(สส.)สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายเป็นเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 หลายราย เข้าแจ้งความว่า สถาบันกวดวิชาชื่อ โรงเรียนกวดวิชา ดิ เปอร์เฟสชั่นแนล อะคาเดมี่ สาขาขอนแก่น เลขที่ 680/ 46 ถ.หน้าเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมี นายจงสุฑธามนสฐ์ เป็นเจ้าของสถาบันกวดวิชา หลอกลวงให้สมัครเข้าเรียนติวเข้มเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมกับจ่ายเงินค่าคอร์สแพท 5 (วิชาชีพครู) จำนวน 2,500 บาท แต่เรียนจริงเพียง 1 สัปดาห์ สถาบันก็ปิดตัวลงและเชิดเงินค่าเรียนไป

          ส่วนที่ จ.นครราชสีมา นายจงสุฑธามนสฐ์ เปิดสถาบันกวดวิชาชื่อ ดิไอดอล อยู่อาคารพาณิชย์เลขที่ 108 ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีพฤติกรรมเหมือนเดิมคือหลอกให้นักเรียนมาสมัครเรียนก่อนจะเชิดเงินหายไป ในพื้นที่นี้มีผู้เสียหายเกือบ 200 ราย

            "นอกจากเปลี่ยนชื่อกว่า 30 ครั้ง ยังใช้ชื่อบุคคลอื่นไปเช่าสถานที่เพื่อเปิดโรงเรียนกวดวิชา และโฆษณาอ้างว่าเป็นโรงเรียนกวดวิชามีประสิทธิภาพในการเรียนการสอน เมื่อมีนักเรียนตกเป็นเหยื่อก็จะปิดตัวเองหนี สอบพบว่ามีหมายจับติดตัว 37 หมาย และยังอยู่ระหว่างการดำเนินการขอหมายจับอีกจำนวนมาก" พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ รอง ผบช.ตร.ภ.3 เปิดเผยพฤติกรรมของผู้ต้องหา

           ด้าน นายเชษฐ จิดานุภาพ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสถาบันการศึกษาเอกชนในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.โนนสูง กล่าวถึงปัญหาสถาบันกวดวิชาดิไอดอลว่า สถาบันดังกล่าวไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้เปิดทำการเรียนการสอน แต่ลักลอบเปิดทำการสอน โดยที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 1 ไม่รับทราบมาก่อน เพราะตรวจสอบได้ยาก จึงทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น

          "ทางสำนักงาน ไม่มีอำนาจที่จะเอาผิดกับสถาบันต่างๆ เหล่านั้นได้ แต่มีมาตรการป้องกันด้วยการจัดตั้งชมรมสถาบันการศึกษาเอกชนนอกระบบขึ้น เพื่อให้ควบคุมดูแลกันเอง โดยจะมีการแต่งตั้งประธานชมรม และคณะกรรมการกำกับดูแลต่างๆ ขึ้นมาเพื่อคอยสังเกตการณ์และควบคุมมาตรฐานหลักสูตรการเรียนการสอน และเป็นหูเป็นตาตรวจสอบสถาบันกวดวิชาเถื่อนด้วย" นายเชษฐ กล่าว