ข่าว

ปชป.เล็งฟ้องกกต.หากรับรอง"จตุพร"

ปชป.เล็งฟ้องกกต.หากรับรอง"จตุพร"

31 ก.ค. 2554

ทีม กฎหมาย ปชป. เล็งฟ้อง กกต. หากรับรอง "จตุพร" พ่วง "ยงยุทธ" ฐานเซ็นรับรองให้สมัคร หวังสูงถึงยุบ "เพื่อไทย" ” “เทพไท”จี้ กกต.กล้าฟัน “จตุพร” เชื่อ“เจ๊สด”ดราม่า เพราะถูก “แดง”กดดัน พร้อมบ่นเสียดาย “อภิวันท์” ถอดใจยอมถอนตัวชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ

          ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 31 ก.ค. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังพิจารณาการรับรองการเป็นส.ส.ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ว่า จะติดตามฟังผลการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (1ส.ค.) ก่อน และดูเจตนาของ กกต.ว่าจงใจประพฤติมิชอบในการปฏิบัตหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง มาตรา 29 ของ พ.ร.บ.กกต.หรือไม่ จึงจะตัดสินใจว่าทีมกฎหมายของพรรคจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าการติดตามและชี้แจงของพรรคตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการกดดันการทำงานของกกต.เพียงแต่ว่าไปตามหลักกฎหมายที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นคนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

           นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันแนวทางที่ถูกต้องได้แก่ 1.เพิกพอนสิทธิเลือกตั้งของนายจตุพร เพราะขาดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.จากการถูกคุมขังโดยคำสั่งของศาล จึงถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 34 ประกอบมาตรา 139 ของกฎหมายเลือกตั้ง   2.ควรวินิจฉัยว่านายจตุพรไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบมาตรา 100(3) ของรัฐธรรมนูญ และให้งดการประกาศผลการเลือกตั้งของนายจตุพร ตามาตรา 236 (7) ของรัฐธรรมนูญ 3.กรณีของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ทราบดีว่านายจตุพร ไม่มีสิทธิลงสมัคร แต่จงใจฝ่าฝืน อันถือว่าผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 2 หมื่น-2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และอาจถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย

 

“เทพไท”จี้กกต.กล้าฟัน “จตุพร"

           นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กำลังพิจารณารับรองความเป็นส.ส ของนายจตุพร พรหมพันธ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ว่า ทุกฝ่ายไม่ควรเร่งรัด หรือกดดันการทำหน้าที่ของกกต. เพราะควรให้กกต.พิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบอย่างอิสระ มิฉะนั้นแล้วจะเกิดปัญหาการรีบเร่งพิจารณา กลายเป็นโยนเผือกร้อนไปให้กับประธานสภาผู้แทนราษฏร์ดำเนินการตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญอีก อีกทั้งการยังไม่รับรองนายจตุพรในขณะนี้ไม่ได้มีผลต่อการประชุมสภาแต่อย่างใด ดังนั้นกกต.ควรมีความกล้าหาญโดยไม่ต้องสนใจคำขู่ หรือกดดันของฝ่ายใดๆ ถ้าเชื่อว่าตนเองทำหน้าที่ถูกต้องแล้วก็ไม่ต้องเกรงกลัวกับการถูกดำเนินคดีมาตรา 157

           ส่วนกรณีที่แกนนำนปช.ออกมาการันตีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะไม่มีการมากดดันกกต.อีกนั้น นายเทพไท กล่าวว่า ถือว่าเป็นคำพูดที่ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะที่ผ่านมาจะเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะกดดันอยู่ตลอดเวลา โดยแกนนำนปช.ไม่สามารถควบคุมให้มวลชนของตัวเองเคลื่อนไหวตามมติของแกนนำได้ อีกทั้งเมื่อมวลชนคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวในลักษณะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกลุ่ม ก็จะโยนความผิดให้เป็นเรื่องของพวกแดงเทียมเหมือนเดิม

            นายเทพไทยัง กล่าวถึงกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ออกมาพูดข่มขู่ว่าหากกกต.ได้รับอันตรายอาจจะไม่มีรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า น่าจะเกิดจากแรงกดดันที่กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามเคลื่อนไหวข่มขู่การทำหน้าที่ของกกต.ในเรื่องความปลอดภัยมาโดยตลอด ตั้งแต่เรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จนถึงขณะนี้ก็อาจจะเกิดการขู่กลับมายังกลุ่มคนเสื้อแดงบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในบรรยากาศการเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของนางสดศรีเคยพูดเรื่องเกี่ยวกับการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งเชื่อว่าบรรยากาศการเมืองในขณะนี้คงไม่มีใครที่อยากจะให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง เพราะบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปด้วยดีอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคอง พรรคประชาธิปัตย์เองแม้จะแพ้การเลือกตั้งด้วยเหตุผลใดก็ตามก็ยังพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปตามกรอบกติกาประชาธิปไตย

           นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตประธานสภาว่า แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย แต่ตำแหน่งประธานสภามีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และในฐานะที่ตนเป็นสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งก็รู้สึกเสียดายที่พ.อ.อภิวันท์ถอนตัวไป ตนอยู่ในสภามาและเห็นการทำหน้าที่การเป็นประธานสภาของพ.อ.อภิวันท์ ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีไม่ด้อยไปกว่าคนอื่น แม้แนวความคิดทางการเมืองอาจจะแตกต่างกันและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมก็ตาม แต่ต้องแยกระหว่างแนวความคิดส่วนตัวและการทำหน้าที่ประธานสภาออกจากกัน  ทั้งนี้มั่นใจว่าหากพ.อ.อภิวันท์ ได้เป็นประธานสภาก็สามารถทำหน้าที่ได้ดี

           นายเทพไท กล่าวว่า ขณะที่ในส่วนของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานสภาด้วยเช่นกันนั้น โดยส่วนตัวตนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีแต่เห็นว่านายยงยุทธน่าจะมีความเหมาะสมกับตำแหน่งรมว.มหาดไทยมากกว่า เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์และมีอดีตเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และมีบุคคลิกประนีประนอมประสานงานได้กับทุกฝ่าย ทั้งนี้การทำหน้าที่ประธานสภาฯต้องเป็นผู้มีประสบการณ์เป็นส.ส.หลายสมัย เป็นที่เคารพนับถือของสมาชิกรัฐสภา รู้ระเบียบข้อบังคับและวัฒนธรรมทางการเมืองในการประชุมสภา นายยงยุทธเป็นเพียงส.ส.สมัยแรก การมานั่งในตำแหน่งนี้ก็อาจเป็นอุปสรรคในการทำงานเหมือนกับในอดีตที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ผลักดันนายโภคิน พลกุล ซึ่งเป็นส.ส.สมัยแรก เข้านั่งตำแหน่งประธานสภา ทำให้การทำหน้าที่ประธานสภาขณะนั้นวุ่นวาย ไม่ประสบความสำเร็จ ถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง  เพียงเพราะพ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้คนที่ตัวเองไว้ใจมาเป็น