
"เชียงใหม่มหานคร"
"เชียงใหม่มหานคร"หวั่นเปิดช่อง"ธุรกิจการเมือง":เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์
อาจดูเงียบหายไปพักใหญ่ แต่ความเคลื่อนไหวในการผลักดันให้เชียงใหม่ยกระดับจากจังหวัดเป็น "เชียงใหม่มหานคร" ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องผ่านเวทีสัมมนาและการรณรงค์เผยแพร่ ข่าวสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยมีตัวตั้งตัวตีสำคัญเป็น "กลุ่มบ้านเมืองชุ่มเย็น" ที่เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนหลากองค์กร ทั้งนักวิชาการอิสระ และภาคประชาชน
กลุ่มบ้านเมืองชุ่มเย็นเห็นตรงกันว่าแม้จะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล แต่การจัดสรรอำนาจระหว่างส่วนกลางลงสู่ท้องถิ่นของไทยยังมีปัญหาหลายด้าน อันเนื่องมาจากอำนาจส่วนใหญ่ยังรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง จนทำให้การพัฒนาท้องถิ่นไม่เดินหน้า ทั้งการจัดเก็บภาษีเข้าสู่ส่วนกลางอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแต่กลับได้รับจัดสรรคืนไม่สอดคล้องต่อการพัฒนาท้องถิ่น หรือการพัฒนาท้องถิ่นที่ต้องสะดุดไม่ต่อเนื่องเพราะต้องรอการอนุมัติจากส่วนกลาง
นายชำนาญ จันทร์เรือง อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อดีตผู้พิพากษาศาลปกครอง ประธานเครือข่ายบ้านเมืองชุ่มเย็น ให้ความเห็นว่าพัฒนาการทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดเชียงใหม่ สมควรต้องเปลี่ยนรูปแบบการปกครองไปสู่ความเป็นมหานครเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับยุคสมัย ที่สำคัญเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารราชการให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้เครือข่ายบ้านเมืองชุ่มเย็นจึงมีการยกร่าง "พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร" ขึ้นมา
ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากจังหวัดสู่เชียงใหม่มหานคร ที่ถูกจับตามากที่สุดคือผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานครที่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าอาจ "เปิดช่อง" ให้บรรดาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ผันตัวเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุด ซึ่งกุมอำนาจทั้ง "งาน เงิน คน" จนอาจนำไปสู่ปัญหาคอรัปชั่นและสร้างเครือข่ายอิทธิพลผูกขาดการบริหารมหานครส่งต่อกันเป็นทอดในระบบครอบครัวการเมือง
เรื่องนี้ผู้ยกร่าง พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร อธิบายว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด มีข้อดีที่จะเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ ต่างจากระบบแต่งตั้งที่เป็นไปตามอำนาจของรัฐบาลที่ผูกโยงกับการเมือง ข้อแตกต่างของการเลือกตั้งกับการแต่งตั้งแบบเดิม คือคนเชียงใหม่จะมีความชอบธรรมที่จะตำหนิหรือดุด่าว่ากล่าวผู้ที่เราเลือกตั้งเข้าไปได้
นายสามารถ พุทธา สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองแห่งชาติ สนับสนุนแนวคิด "เชียงใหม่มหานคร" ว่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่าการเปลี่ยนรูปแบบการปกครองไม่ใช่เรื่องการแบ่งรัฐ ส่วนความกังวลในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีวิธีการหรือมาตรการที่จะกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไข เพื่อป้องกันข้อกังวลต่างๆ ไม่ใช่ใครจะเป็นก็ได้ แต่ยอมรับว่าคนที่จะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการเชียงใหม่ คงหนีไม่พ้นคนที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ทว่าเชื่อว่ากรอบกฎหมายจะไม่ทำให้ผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ทางกลับกันหากผู้ทรงอิทธิพลที่มาเป็นผู้ว่าราชการเชียงใหม่สามารถแก้ปัญหาและดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดีก็ควรจะส่งเสริม
อย่างไรก็ดี ยังมีคนอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะอดีตนักวิชาการระดับหัวกะทิในสังกัด "มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน" ที่กระอักกระอ่วนใจกับแนวคิดนี้ โดยให้เหตุผลว่าแม้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาท้องถิ่น แต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยให้อำนาจในการบริหารจัดการตัวเองมากขึ้นอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือกลไกที่อาจนำไปสู่การแบ่งแยกโดยสิ้นเชิง ขัดกับการปกครองของไทยที่เป็นรัฐบาลเดียว
ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนให้เชียงใหม่เป็นมหานครอาจไม่ได้รับการยอมรับในรัฐบาลที่ผ่านมานัก แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป พรรคการเมืองหลายพรรคเริ่มเห็นด้วยกับแนวคิดนี้เพราะต้องการขับเคลื่อนการพัฒนามหานครแห่งภาคเหนือแห่งนี้ให้เป็นศูนย์รวมแห่งภูมิภาค ทำให้เครือข่ายบ้านเมืองชุ่มเย็นเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร เข้าสู่สภาเพื่อให้มีการพิจารณาในปี 2555
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายสำคัญในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริงตามสภาพการณ์ความเปลี่ยนแปลงในกาลปัจจุบัน สุดท้าย "เชียงใหม่มหานคร" จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ภายใต้ยี่ห้อ "ชินวัตร"



