ปูสั่งหยุดดัน'ยงยุทธ'นั่งปธ.สภาฯ
"ยิ่งลักษณ์แตะเบรกส.ส.หยุดเชียร์ ยงยุทธ นั่งเก้าอี้ปธ.สภาฯ เผย ลั่น 1 ส.ค.นี้ ได้ชื่อปธ.สภาฯคนใหม่แน่ ไม่หวั่นเสื้อแดงค้าน หากไม่ตรงกับความต้องการ ปชป.จี้องค์กรสื่อฯสอบมติชนยื่นซองขาวประสงค์
ที่เดอะ คริสตัล พาร์ค เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 31 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ส.ส. บางกลุ่มภายในพรรค เรียกร้องให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนขอรับฟังข้อคิดเห็น แต่คงต้องไปหารือในวันจันทร์ที่ 1 ส.ค. อีกครั้ง เพราะว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯที่เราอยากได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจงานสภา อีกทั้งต้องเข้าใจในกฎระเบียบข้อบังคับของสภาฯด้วย
เมื่อถามว่านายยงยุทธ ไม่เคยเป็นส.ส.ไม่เคยผ่านงานสภาฯ โอกาสที่จะมาดำรงตำแหน่งสภาฯก็น่าจะน้อยกว่า แคนดิเดตคนอื่นใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องเทียบกัน ที่จริงแล้วนายยงยุทธ ก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถหลายด้าน คงต้องดูว่ามีส่วนใดบ้าง ที่จะให้เข้ามาดูแลในส่วนของงานสภาฯ
เมื่อถามว่าบุคคลที่จะการชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ยังคงเป็นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นายวิทยา บูรณศิริ ใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ใกล้เคียงกัน เราจะมองบุคคลอื่น เพื่อให้เกิดความรอบคอบและให้เห็นภาพรวม ดังนั้นคงจะดูในรายละเอียดมากขึ้น หลังจากที่ได้หารือกัน ในช่วงเช้าวันจันทร์ ที่ 1 ส.ค.นี้
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่านอกจากแคนดิเดตทั้ง 3 คน แล้วยังมีคนนอกพรรคเพิ่มมาอีก 1 คน ในการชิงตำแหน่งประธานสภาฯใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงเหรอค่ะ ยังไม่ทราบเลย เท่าที่มีก็ยังมองอยู่เหมือนเดิม คงต้องปรึกษาหารือกับนายยงยุทธ อีกครั้งเสียก่อน
เมื่อถามว่าวันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม นี้จะได้ชื่อประธานสภาเลยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ชื่อเลยค่ะ เพราะต้องนำรายชื่อมาแจ้งให้กับที่ประชุม ส.ส. ได้รับทราบ
เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนหากรายชื่อประธานสภาฯที่ปรากฏออกมาแล้ว จะไม่เกิดเสียคัดค้านจากคนเสื้อแดง และส.ส. บางกลุ่ม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราจะใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างรอบคอบให้คลอบคลุมมากที่สุด ตนเชื่อว่า ด้วยเหตุผลต่างๆนั้น ผู้สมัคร ส.ส.และประชาชน จะเข้าใจ
สำหรับสวนดุสิตโพลออกมาระบุว่า ประชาชนสนใจ ในตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมากที่สุด จะมีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนของมหาดไทยก็ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ และมีความประนีประนอม เพราะการพิจารณาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ต้องยึดหลักความเข้าใจพื้นฐานด้วย เนื่องจากจะต้องทำงานกับหน่วยงานราชการ จะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจบ้างหรือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่ตรงกับความรู้ความสามารถในแต่ละกระทรวง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นกระทรวงใหญ่และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ดังนั้นคงจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถคุยกับผู้อื่นได้ดี
เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาก จะจัดการปัญหานี้อย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงเป็นผู้ที่มีความเป็นกลาง เป็นผู้ที่ผู้ใหญ่ให้การนับถือ ส่วนในเรื่องกระบวนการต่างๆนั้น หากจะให้พี่น้องประชนชนมั่นใจ คงไม่ได้อยู่แค่บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้น ต้องร่วมถึงกระบวนการภายในด้วย ที่เราต้องเข้าไปหารือในรายละเอียด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส ซึ่งเรื่องนี้เป็นหลักสำคัญ
เมื่อถามว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนใหญ่จะเป็นคนนอกเพื่อไม่ให้เกิด “ครม.ยี้” ใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น ยืนยันว่าคนนอกมีแน่นอน เราจะนำคนนอกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาพิจารณาร่วมกับคนใน ทั้งนี้เราก็คงต้องดูคนในด้วยเช่นกัน เพราะมีหลายคนที่มีความรู้ ตรงกับงาน ขณะนี้คนนอกที่ได้ทาบทามมีกี่คน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงตรงนั้นแค่มองคร่าวๆ เพราะเรายังไม่ได้หารือในรายละเอียดทั้งหมด กับกรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามว่าในวันจันทร์ ที่ 1 ส.ค.นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจจะรับรองสถานะภาพ ส.ส. ให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พอจะมีข้อมูลบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ทางพรรคคงจะรอฟังผลอย่างเป็นทางการจะดีกว่า เพราะบางครั้งถ้าพูดไป เกรงว่าจะไม่ตรงรอผลอย่างเป็นทางการดีกว่า ส่วนการชี้แจงข้อมูลนั้น เรามีความเชื่อมั่น โดยให้ผู้ใหญ่ภายในพรรคไปชี้แจงเรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากการสัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จสิ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ และด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย ร่วมรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม ที่ร้านสตาร์บัค สาขาเดอะคริสตัล พาร์ค ถ.เรียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย
ปชป.จี้องค์กรสื่อฯสอบ“มติชน”ยื่นซองขาว”ประสงค์”
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ อดีตรองบรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถูกผู้บริหารเครือบริษัทมติชน มีคำสั่งให้พ้นจากการเป็นพนักงานบริษัท ว่า ขอเรียกร้ององค์กรสื่อต่างๆ ทั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยออกมาปกป้องนายประสงค์ พร้อมตรวจสอบและตั้งคำถามถึงบริษัทมติชน เกี่ยวกับความเหมาะสม ในฐานะที่นายประสงค์เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ มีผลงานตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาทุกสมัยอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้กรณีดังกล่าวต่างจากการยื่นซองขาวกับพนักงานบริษัททั่วไป เนื่องจากเป็นการเข้าข่ายการแทรกแซงสื่อมวลชนอีกครั้งภายหลังพรรคเพื่อไทยกำลังจะเข้ามาเป็นรัฐบาล
นายบุญยอด กล่าวอีกว่า เข้าใจว่านายประสงค์ถูกเสนอให้ออกจากบริษัทหลังจากเขียนบทความ “คำถามที่" ยิ่งลักษณ์ "ยังไม่ (กล้า?) ตอบ” ซึ่งเป็นการตั้งคำถามในประเด็นการให้การเท็จต่อศาล อันสืบเนื่องมาจากการเป็นพยานให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาทอย่างตรงไปตรงมาและสื่อมวลชน หรือประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามได้ แต่กลับถูกต้นสังกัดสั่งระงับจนมาสู่การยื่นซองขาวในที่สุด ทั้งนี้กรณีของนายประสงค์ถือว่าเป็นกรณีที่ 2 หลังจากก่อนหน้านี้มีการนำกำลังเข้าตรวจค้นสถานีวิทยุชุมชนปกป้องสถาบัน คลื่นความถี่ 90.25 เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งไม่ถึง 48 ชั่วโมง



