ข่าว

'ณัฐวุฒิ-เหวง'รายงานตัว'ปู'นิยมพุ่ง

'ณัฐวุฒิ-เหวง'รายงานตัว'ปู'นิยมพุ่ง

31 ก.ค. 2554

“ 2 แกนนำแดง ณัฐวุฒิ - เหวง ” รับหนังสือรับรองจาก กกต. ก่อนเข้ารายงานตัวสภา "ณัฐวุฒิ"ยันพรุ่งนี้จะไม่มีคนเสื้อกดดันกกต.แน่ "เอแบคโพล์"เผยพบกระแส "ยิ่งลักษณ์" ขึ้นต่อเนื่อง

          เมื่อเวลา 09.00 น.  วันที่ 31 ก.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) สอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ แนวร่วม นปช. ส.ส.สุรินทร์ เขต 6 พรรคเพื่อไทย เดินทางรับหนังสือรับรองสมาชิกภาพ ส.ส. หลังจากที่ กกต. มีมติรับรองการเลือกตั้ง ขณะที่ ส.ส.ทั้ง 3 คน ได้เดินทางไปรายงานตัวต่ออาคารรัฐสภาทันที

           ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงกรณีการให้ความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ที่มีหนังสือชี้แจงแจกให้กับ ส.ส.เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายณัฐวุฒิ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ ผมพร้อมให้ความร่วมมือ ”

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี การเดินทางมารับหนังสือ แกนนำ นปช. หลายคนซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจนายณัฐวุฒิ น.พ.เหวง และ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ด้วย เช่น นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 

           ต่อมาเวลา 09.30 น. นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะผู้ติดตาม ได้เดินทางมารับหนังสือรับรองเช่นกัน โดยระบุว่า วันนี้จะไปรายงานตัวที่สภาทันที ส่วนเพื่อน ส.ส. อาทิ นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ เขต 2  พรรคเพื่อไทย ทราบว่าจะเดินทางมารับหนังสือรับรองในวันพรุ่งนี้ ( 1 ส.ค.) ซึ่งวันดังกล่าวช่วงเช้าพรรคมีการนัดหมายประชุม ส.ส. ช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายนัดหมายที่ไปร่วมถ่ายรูปที่ สภา ฯ และหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมด้วย 

           ขณะที่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขต  ซึ่งยังไม่ได้รับเดินทางมารับหนังสือรับรองคงเหลือจำนวนทั้งสิ้น 5 คน โดยแบ่งเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 1 คนคือนายอัสนี เชิดชัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  และ ส.ส.แบ่งเขต 4 คนจากพรรคเพื่อไทย อาทิ น.ส.วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ ส.ส.เชียงราย เขต 3 นายประเสริฐ       ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ เขต 2  พรรคเพื่อไทย

 

"ณัฐวุฒิ"ยันพรุ่งนี้จะไม่มีคนเสื้อกดดันกกต.แน่ 

        เมื่อเวลา 9.50 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 7 อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ผ่านการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) ได้เป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, น.พ.เหวง โตจิราการ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ เดินทางมาแสดงตนต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

         นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เดิมกลุ่มตนตั้งใจจะรอนายจตุพรมาแสดงตนพร้อมกัน แต่จนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง จึงตัดสินใจมาแสดงตนเพื่อให้สามารถเข้าร่วมงานรัฐพิธีที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ส่วนการประกาศรับรองผลเลือกตั้งของนายจตุพรนั้น ตนหวังว่า กกต. จะประกาศรับรอง 

         ส่วนกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ระบุถึงการข่มขู่เอาชีวิตและเรื่องอาจบานปลายถึงการยึดอำนาจอีกครั้ง ตนยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เคยมีความคิด หรือการเคลื่อนไหวในลักษณะคุกคามหรือ ข่มขู่ใด ๆต่อหน้าที่กกต. ดังนั้นหากมีการข่มขู่คุกคามนั้นอาจเป็นฝ่ายอื่น ซึ่งเรื่องนี้ผู้ที่ถูกคุกคามควรแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย  ส่วนการปฎิวัติ หรือการยึดอำนาจนั้นตนเชื่อว่าคงจะไม่เกิดขึ้น

         “ผมขอให้ทุกฝ่ายได้สบายใจว่าพวกผมเคารพกระบวนการทำงานของกกต. เคารพในอำนาจหน้าที่ ระยะเวลาที่ผ่านมาท่านมีตามกฎหมายก็ดำเนินการไป พร้อมขอเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆไม่ว่ามือที่สาม หรือมือที่สี่ ถ้าจะมีการปั่นป่วนสถานการณ์ข่มขู่คุมคามกกต.ก็ขอให้หยุดเสีย ผมไม่อยากได้ยินเรื่องพวกนี้อีก และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ถ้าหากมีกกต.ไปแจ้งความก็ต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด เพื่อให้บรรยากาศต่างๆดีขึ้น ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะทำหน้าที่” นายณัฐวุฒิกล่าว

         ผู้สื่อข่าวถามว่าหาก กกต.มีมติไม่รับรองความเป็นส.ส.ของนายจตุพร กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า  กกต.ไม่มีอำนาจที่จะแขวนเรื่องของนายจตุพรเอาไว้ ซึ่งทางทีมกฎหมายได้หารือเบื้องต้นว่าอาจมีการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เป็นการกดดันหรือข่มขู่ ทั้งนี้คนเสื้อแดงจะไม่เคลื่อนไหวไปกดดันต่อกกต.ในวันที่ 1 ส.ค.นี้

         ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อมีสถานะเป็นส.ส.แล้วจะยุติการเคลื่อนไหวนอกสภาหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนยังคงอยู่ และจะเดินหน้าต่อไป แต่รูปแบบเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่แกนนำและฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงได้หารือกัน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ยืนยันจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของการต่อสู้ยังอยู่คงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

        เมื่อถามย้ำว่าแกนนำคนเสื้อแดงที่มาเป็นส.ส.จะไม่ไปร่วมเคลื่อนไหวด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงเร็วเกินไปที่จะพูด เพราะขณะนี้ยังไม่มีเวที ตนขอรอให้ทุกฝ่ายหารือร่วมกันกำหนดยุทธวิธียุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อนำพาบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตยก่อน 

         เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าคนเสื้อแดงประกาศสนับสนุน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทุกตำแหน่งทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น จุดยืนของกลุ่มคนเสื้อแดง คือ เคารพดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย การจะแสดงออกเพื่อสนับสนุนบุคคลใดก็สามารถทำได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่จะต้องไม่มีท่าทีไปกดดันคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดี เพราะสามารถสนับสนุนเอาใจช่วยกันได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่สุดท้ายแล้ว เมื่อกรรมการบริหารพรรคมีดุลยพินิจอย่างไรทุกฝ่ายต้องเคารพต้องนั้น แล้วเดินหน้าทำงานตามหน้าที่ ซึ่งน่าจะเป็นภาพที่ประชาชนต้องการ

         เมื่อถามย้ำว่าคนเสื้อแดงเรียกร้องอยากให้พ.อ.อภิวันท์เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร์ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าหลายคนมีหลายฝ่ายเอาใจช่วยไม่ว่าจะพ.อ.อภิวันท์ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และทั่งล่าสุดมีชื่อนายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นประธานสภาหลายฝ่ายก็เอาใจช่วย แต่ข้อสรุปสุดท้ายอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค

 

"เอแบคโพล์"เผยกระแส"ยิ่งลักษณ์"ยังพุ่ง

           สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ  เรื่อง "โผคณะรัฐมนตรีในสายตาของสาธารณชน และเพลงปลุกใจที่ประชาชนชื่นชอบอยากฟังในช่วงนี้ " : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ

          ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง " โผคณะรัฐมนตรีในสายตาของสาธารณชน และเพลงปลุกใจที่ประชาชนชื่นชอบอยากฟังในช่วงนี้ " กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม ชลบุรี แพร่ พิษณุโลก เชียงใหม่ อำนาจเจริญ มหาสารคาม ชัยภูมิ ศรีสะเกษ อุดรธานี ขอนแก่น กระบี่ นราธิวาส และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,478 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26 - 30 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาจำนวนมากหรือร้อยละ 44.0 คิดว่ากระแสการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของว่าที่นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร แรงขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 42.9 คิดว่ากระแสแรงเท่าเดิม และร้อยละ 13.1 คิดว่าลดลง

          เมื่อถามถึงตัวเก็งคณะบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีและงานสำคัญ ในรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.7 ระบุเป็นนายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีรับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ รองลงมาคือ ร้อยละ 56.6 ระบุ พล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก เป็นรัฐมนตรี ดูแลระบบงานตำรวจ ร้อยละ 54.8 ระบุ พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ร้อยละ 54.2 ระบุ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ดูแลด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 52.7 ระบุนายวิรุฬ  เตชะไพบูลย์ ดูแลกระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 51.5 ระบุนายธีระ  วงศ์สมุทร ดูแลงานเกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 50.3 ระบุ พล.ต.ท.ชัชจ์  กุลดิลก ดูแลด้านความมั่นคง ร้อยละ 49.6 ระบุนายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ์ ดูแลกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 46.6 ระบุนายประเสริฐ  บุญสัมพันธ์ ดูแลกระทรวงพลังงาน ร้อยละ 44.3 ระบุนาย ดอน ปรมัตวินัย ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ร้อยละ 41.4 ระบุ ดร.วิชิต  สุรพงษ์ชัย ดูแลด้านเศรษฐกิจ และร้อยละ 36.9 ระบุนายวิกรม คุ้มไพโรจน์ ดูแลงานการต่างประเทศ ตามลำดับ

          เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะของประชาชนต่อ ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.6 ระบุทำให้ได้อย่างที่เคยพูดทันที สัญญาอะไรและหาเสียงไว้กับประชาชนทำให้ได้ตามนั้น ร้อยละ 78.0 ระบุเร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาปากท้อง เพิ่มรายได้ของประชาชน ร้อยละ 76.2 ระบุมุ่งทำให้คนในชาติเป็นหนึ่งเดียว เช่น เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่แสดงความจงรักภักดี / ปฏิรูปงานยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ / ยึดมั่นในกฎหมายมากกว่ากฎหมู่ ร้อยละ 53.3 ระบุให้ช่วยเหลือเกษตรกร เช่น ที่ทำกิน ราคาพืชผลทางการเกษตร และร้อยละ 52.1 ระบุขอให้แสดงความเป็นผู้นำ เด็ดขาด สามารถควบคุมความวุ่นวายต่างๆ ได้มากกว่านี้ ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อสอบถามประชาชนถึง “เพลงปลุกใจ” ที่ชื่นชอบอยากฟังในช่วงเวลานี้โดยตอบได้มากกว่า 1 เพลง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 ระบุเป็นเพลง “รักกันไว้เถิด” รองลงมาคือ ร้อยละ 23.1 ระบุเพลง ตื่นเถิดชาวไทย ร้อยละ 22.4 ระบุเพลง เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย ร้อยละ 22.2 ระบุเพลงขวานไทยใจหนึ่งเดียว นอกจากนี้ อันดับรองๆ ลงไปที่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกได้แก่ บทเพลง เราสู้ เลือดสุพรรณ ต้นตระกูลไทย แผ่นดินของเรา พลังสามัคคี และหนักแผ่นดิน ตามลำดับ

          ดร.นพดล กล่าวว่า ความสนใจของสาธารณชนต่อการจัดโผคณะรัฐมนตรียังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดอาการแกว่งตัวของฝ่ายการเมือง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้องแสดงความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดสยบคลื่นลมต่างๆ ด้วยตนเอง เพราะตอนนี้กำลังเผชิญคลื่นลูกแรกที่ “แย่งชิงอำนาจทางการเมือง” เพื่อเป็นรัฐมนตรี คลื่นลูกที่สองคือ การวิ่งเต้นเข้าหาขั้วอำนาจของบรรดาข้าราชการประจำด้วยความพร้อมที่จะเข้ากราบไหว้เคารพยกย่องรัฐมนตรี เพื่อให้ได้ตำแหน่งบริหารประจำหน่วยงานราชการ แต่คลื่นลูกที่สามและสี่จะใหญ่โตมากกว่า คือ การแสวงหาผลประโยชน์ทั้ง “อำนาจเงิน” และ “การสนองตอบกิเลส ตัณหา” ของบรรดารัฐมนตรีและผู้ติดตามที่เข้ามากันเป็นเครือข่าย ด้วยการสนับสนุนค้ำชูของบรรดาข้าราชการประจำที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายจนคนไทยจะเห็นภาพของ “ทีใครทีมัน” และความกร่าง เจ้ายศเจ้าอย่าง ยกตนข่มท่านของผู้มีอำนาจที่เกิดขึ้นในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

          ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวต่อว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ น่าจะใช้โอกาสนี้จัดบ้านใหม่ลบล้างภาพลักษณ์ในทางลบ ที่คนในสังคมเคลือบแคลงสงสัยตามที่กล่าวมา โดยแนะให้ดำเนินการ 3 เร่ง ได้แก่ 1. เร่งทำวิจัยตลาดผลิตภัณฑ์รัฐมนตรีล็อตแรก หรือ ว่าที่ครม.ปู 1 กับกลุ่มเป้าหมายทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะ กลุ่มสื่อมวลชน ข้าราชการแต่ละหน่วยงาน และประชาชนทั่วไป เพื่อดูว่าผู้บริโภคจะซื้อหรือไม่กับโผรายชื่อตัวเก็งผู้จะมาเป็นรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มยอดขายฐานสนับสนุนรัฐบาล ลดแรงเสียดทานหรือกระแสยี้ และลดความกังวลที่ผู้วิจัยค้นพบต่อภาพที่ไม่อยากให้เกิดคือ ภาพของว่าที่นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องคอยจับลูกปูใส่กระด้ง ดังนั้น สถานการณ์การเมืองขณะนี้ แม่ปูต้องควบคุมได้จริง

          2. เร่งทำให้ทุกคนทั้งผู้ที่ “เลือก” และ “ไม่เลือก” รัฐบาลเกิดความวางใจ (TRUST) ว่าพวกเขาทุกคนจะได้รับสิ่งที่คนอื่นๆได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยปลด “อคติแห่งนครา” จากแรงกดดันสารพัดรูปแบบในการออกนโยบายแห่งรัฐ ทำให้สาธารณชนเห็นว่าพวกเขากำลังจะได้ผู้นำประเทศตัวจริงไม่เป็นร่างทรงของคนอื่นทั้งครอบครัวเครือญาติ พวกพ้องและกลุ่มนายทุน 3.  เร่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีศูนย์รวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวตามบทเพลงปลุกใจ “รักกันไว้เถิด” ที่ค้นพบในผลสำรวจครั้งนี้

          จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 45.9 เป็นชาย ร้อยละ 54.1 เป็นหญิง ตัวอย่างร้อยละ 4.7        อายุน้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 22.6 อายุระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 20.3 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 20.8 อายุระหว่าง 40-49 ปี และ ร้อยละ 31.6 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 60.8 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 33.0 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 6.2 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 30.8 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 29.4 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว      ร้อยละ 9.9 ระบุเป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 11.3 ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 6.9 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 7.3 เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 4.4 ว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ 

 

บรรยากาศการนับคะแนนเขต2ยะลาคึกคัก

           เมื่อเวลา 08.00 น. ที่อาคารศรีนิบง ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ทางสำนักงานการเลือกตั้งจังหวัดยะลา (กกต.ยะลา) จัดให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดยะลา ใหม่โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีทั้ง ผู้สังเกตการณ์ และกองเชียร์จาก 2 พรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรอลุ้นผลการนับคะแนน กันเป็นจำนวนมาก ทั้งนายถาวร เสนเนียม แกนนำพรรค  รวมทั้ง นายซูการ์โน  มะทา   ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลาเขต 2  และนายอับดุลการิม เด็งระกีนา ผู้สมัครเขต 2 จากพรรคประชาธิปัตย์

           โดยตั้งแต่ช่วงเช้าพล.ต.ต.โชติ   ชวาลวิวัฒน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อม นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ได้มาคอยดูแล และอำนวยความสะดวกให้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้สังเกตการณ์ และชี้แจงถึงขั้นตอนการปฎิบัติงาน นอกจากนี้ยังมี นายบรรเทิง วัชรเสรีกุล ผอ.กกต.ยะลา เจ้าหน้าที่ จาก สนง.กกต.ยะลา มาคอยอำนวยความสะดวกและดูแลขั้นตอนการเบิกบัตรเพื่อนำไปนับคะแนน

           เมื่อเวลาประมาณ 09.20 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดยะลาจำนวน 290 นาย  ซึ่งมีหน้าที่นับคะแนนในครั้งนี้ ก็ได้เริ่มนับบัตร และนับคะแนน โดยแบ่งการนับออกเป็น 58 ชุดนับ ชุดละ 5 นาย  ท่ามกลางมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ชุดปราบจลาจล  เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 11  คอยดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณที่นับคะแนน  นอกจากนั้นยังมีผู้แทนจากพรรคการเมืองทั้งสองพรรค สังเกตการณ์การนับคะแนนทั้ง 58 ชุดนับ เพื่อความโปร่งใส  ทั้งนี้ทาง กกต.ยะลา คาดว่า หากไม่มีปัญหาในการนับคะแนน ก็จะสามารถรู้ผลการนับคะแนนได้อย่างไม่เป็นทางการประมาณ 14.00 น.