
กฎไทยลีกพลิกอีกเลื่อนใช้กติกาใหม่
ก้นหม้อไม่ทันดำ ไทยพรีเมียร์ลีก ประกาศเปลี่ยนระเบียบแข่งขันอีกแล้วจ้า กลับใจใช้ระบบการคิดคะแนนใบเหลือง-ใบแดงตามเดิม คือ 2 และ 6 แต้ม อ้างเหตุผลต้องรอสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยอนุมัติเห็นชอบก่อนการปรับใช้ ทีมไทยลีกเซ็ง หวั่นมีการเปลี่ยนอีกรอบช่วงแข่งเลกสอ
หลังจากที่การประชุมไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ได้น้อมรับข้อเสนอของทีมยักษ์ใหญ่ให้มีการเปลี่ยนกฎการนับคะแนนลงโทษนักฟุตบอลในทั้ง 2 ลีกจากใบเหลือง 2 คะแนนให้ลดลงเหลือ 1.5 คะแนน ส่วนใบแดงยังคงเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายนับโทษต่อเนื่องรวมไปถึงฟุตบอลถ้วยทั้ง 2 รายการ คือ เอฟเอคัพ และลีกคัพ
ล่าสุดฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากมีสโมสรสอบถามแนวทางการนับคะแนนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโทษที่ค้างอยู่แล้วด้วยหรือไม่ ทำให้ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ตัดสินใจยกเลิกแนวความคิดดังกล่าว โดยกำหนดให้การนับคะแนนใบเหลือง-ใบแดง ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือ ใบเหลือง 2 คะแนน และใบแดง 6 คะแนน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้แจ้งอีกว่า การประกาศดังกล่าวจะใช้ควบคุมการแข่งขันตั้งแต่เลกสองเป็นต้นไป ส่วนการนับคะแนนใหม่ต้องรอให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยอนุมัติเป็นคำสั่งออกมาเสียก่อน
จากเหตุผลดังกล่าว “คม ชัด ลึก” ได้สอบถามความคิดเห็นเรื่องนี้ไปยังบรรดาสโมสรต่างๆ ซึ่งกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นมาตรฐานที่ชินชาเสียแล้ว เพราะบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ปัจจุบันเป็นเสมือนหุ่นเชิดมากกว่าที่จะมีอำนาจทำงานอย่างเต็มที่และเป็นอิสระจริง
“หากสมาคมฟุตบอลเกิดบ้าจี้ อนุมัติแนวทางการนับคะแนนให้ลดเหลือ 1.5 คะแนนออกมากลางเลกสอง จะทำกันอย่างไร ระบบการแข่งขันคงวุ่นวายกันไปหมด เพราะเท่าที่ทราบมาแค่ลำพังโทษเดิมยังวุ่นอยู่แล้ว จึงอยากจะให้คงยึดระเบียบเดิมไปจนจบฤดูกาล ส่วนปีหน้าจะเอาอย่างไรค่อยมาพิจารณากันให้เรียบร้อยก่อนเปิดฤดูกาลใหม่”
ด้านศึกไทยพรีเมียร์ลีก เลก 2 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มีฟาดแข้ง 2 คู่ ที่ซูซูกิ สเตเดี้ยม “บลูมาร์ลิน” ศรีราชา-ซูซูกิ อันดับ 16 มี 13 แต้ม เปิดบ้านดวลกับ “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 9 เกมนี้ทีมเยือนโหมบุกหนัก แต่แนวรุกยังเจาะไม่เข้า นาที 18 ทีมเยือนมาพลาดได้ประตูอย่างเหลือเชื่อ จากลูกเตะมุมด้านขวา แรนโด ดอส ซานโตส โขกหน้าประตูโล่งๆ แต่บอลไปชนคานกระเด้งออกมาเข้าทาง ราฟาเอล ซันตานา โขกซ้ำเหน่งๆ ดีที่ รูกัส เดนเนียล ยังลุกมาคว้าบอลได้ทัน เกมเริ่มปะทะกันบ่อยขึ้น ทำให้ นที ชูสุวรรณ ผู้ตัดสิน ต้องเป่าเบรกเกมตอดเวลา จนนาที 22 เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้งจากลูกฟรีคิกด้านซ้าย ยอดรัก นาเมืองรักษ์ วางบอลมาหน้าประตู วุฒิศักดิ์ มณีสุข เข้ามาดีดข้างเท้าบอลหลุดออกเสาไปนิดเดียว จากนั้นไม่สามารถทำอะไรกันได้ หมดครึ่งแรก เสมอกัน 0-0
ครึ่งหลัง เกมยังเป็นของทีมเยือนที่ดาหน้าบุกอย่างหนัก นาที 50 จากจังหวะที่ แรนโด ดอส ซานโตส ได้บอลลากหลุดเดี่ยวแต่ยิงไม่ดีไปตรงตัว รูกัส เดนเนียล ทำให้ทีมเยือนพลาดได้ประตูอีกครั้ง ทว่า เมื่อถึงนาที 73 กลับเป็นแฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮลั่นสนามจากจังหวะลูกเตะมุมด้านซ้าย มูซี จัสติน เปิดบอลไปหน้าประตู คริสเตียโน โรเปซ ขึ้นโขกจังหวะแรกโดน กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล นายทวารของทีมเยือนเซฟแต่บอลหลุดออกมาให้ โรเปซ ซ้ำไม่ถึงสองฟุตเจ้าบ้านนำ 1-0 ช่วงเวลาที่เหลือ อาร์มี่ บุกอย่างหนักแต่จบสกอร์ไม่ได้ หมดเวลาการแข่งขัน ศรีราชา-ซูซูกิ พลิกชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-0 เก็บ 3 แต้มได้สำเร็จ
อีกคู่ที่สนามศรีนครลำดวน "กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ-เมืองไทย ทีมอันดับ 10 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปลาทูคะนอง” เอสซีจี สมุทรสงคราม ทีมอันดับ 11 ซึ่งการเจอกันในเลกแรกทีมเยือนเปิดบ้านเอาชนะมา 3-1 เกมครึ่งแรกนาที 21 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันลั่นเมื่อ ธีระชัย งามเจริญ ซัดฟรีคิกให้ “กูปรี” เจ้าถิ่นนำ 1-0
ครึ่งหลังนาที 77 เจ้าถิ่นได้ลูกฟรีคิกระยะ 20 หลา ฟาบิโอ มาเกรา ซัดไปติด ทศพร ศรีเรือง นายประตูทีมเยือนปัดออกมาเข้าทางปืน ปิยะวัฒน์ ทองแม้น ตัวสำรองที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาไม่ถึง 2 นาทีตามเข้ายิงซ้ำไม่พลาด ศรีสะเกษ นำห่าง 2-0 หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกมศรีสะเกษทำแต้มเพิ่มเป็น 27 คะแนนขยับไปอยู่อันดับ 5 ทันที
ส่วนผลฟุตบอลดิวิชั่น 1 นัดประเดิมเลกสอง ชัยนาท ชนะ เจ.ดับบลิว รังสิต 2-0 แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด แพ้ อาร์แบค 0-1 บุรีรัมย์ ชนะ แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-0 ขณะที่ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ภาค กทม.และปริมณฑล ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู ชนะ มาบตาพุด นย.ระยอง 3-2 นนทบุรี ชนะ ม.เกษมบัณฑิต 2-1 กรุงเทพคริสเตียน แพ้ สมุทปราการ ยูไนเต็ด 0-1 ธัญบุรี อาร์เอ ยูไนเต็ด แพ้ ม.เกษตรศาสตร์ 2-3
ภาคเหนือ กำแพงเพชร เสมอ พิจิตร 1-1 สุโขทัย แพ้ พะเยา 0-1 อุทัยธานี ฟอเรสท์ เสมอ เชียงราย 0-0 ลำพูน วอริเออร์ เสมอ พิษณุโลก 0-0, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ ทาวน์ แพ้ ชัยภูมิ ยูไนเต็ด 1-2 มุกดาหาร ซิตี้ แพ้ นครราชสีมา 1-3 อุบล ไทเกอร์ แพ้ หนองบัวลำภู 1-3, ภาคกลางและตะวันออก ปราจีนบุรี ยูไนเต็ด แพ้ ราชบุรี 1-4 สมุทปราการ ชนะ กบินทร์ ซิตี้ 6-0 เพชรบุรี ชนะ เมืองกาญจน์ 1-0 ระยอง ชนะ นครนายก 3-1 ลพบุรี ชนะ อ่างทอง 2-1 ภาคใต้, นรา ยูไนเต็ด ชนะ ยะลา 4-0 ตรัง แพ้ กระบี่ 0-2 หาดใหญ่ ชนะ สุราษฎร์ 2-0



