ข่าว

 จับตำรวจ"ติว"อังกฤษรู้ทันโจรประชาคมอาเซียน

จับตำรวจ"ติว"อังกฤษรู้ทันโจรประชาคมอาเซียน

31 ก.ค. 2554

จับตำรวจ"ติว"อังกฤษรู้ทันโจรประชาคมอาเซียน : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) ประธานคณะทำงานเพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558

          หลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2552 บรรดาผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน กำหนดให้ปี  2558 ทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ต้องเข้าสู่การเป็น "ประชาคมอาเซียน" ...เหลืออีกไม่ถึง 4 ปี 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะไร้พรมแดน สามารถเดินทาง "เข้า-ออก" กันอย่างอิสรเสรี

           พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) ประธานคณะทำงานเพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 มีการวางแผนให้ "ตำรวจไทย" มีความพร้อมในการป้องกันปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ ตลอดจนการเสริมศักยภาพทางด้าน "ภาษา" และ "เทคโนโลยี" ให้ทันยุค  "พรมแดนอิสระ" อย่างไร?
     
 - สตช.เริ่มเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างไร

           มีการตั้งคณะทำงานเรียกว่า "คณะทำงานเพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558" มีหน้าที่คอยจัดทำแผนแม่บท เพื่อขับเคลื่อนเตรียมการให้องค์กรต่างๆ ของ สตช. ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 4 ประการ คือ "ยุทธศาสตร์เรื่องความมั่นคง" กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รับผิดชอบหลัก "ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและการบริการ" สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รับผิดชอบเป็นหลัก  "ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและปราบปราม" กองบัญชาการสอบสวนกลางจะรับผิดชอบเป็นหลัก และ "ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ" ให้สำนักงานกำลังพลเป็นหลัก โดยทั้ง 10 ประเทศอาเซียน จะใช้แผนยุทธศาสตร์ 4 เสาหลักเดียวกัน อาจจะแตกต่างในรายละเอียด แต่มีความเข้าใจเดียวกัน

 - เมื่อไทยเปิดบ้านเสรีต้อนรับ 10 ชาติอาเซียนอาจมี "ผู้ไม่หวังดี" แฝงตัวเข้ามามากขึ้น

           คนร้ายที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ไหนมีลูกค้าเยอะหรือง่ายต่อการกระทำความผิดก็จะไปซ่องสุมที่นั่น ถ้าตำรวจไม่เข้มแข็ง ตำรวจไม่รู้เท่าทัน ก็จะกลายเป็นที่ซ่องสุมของคนร้ายข้ามชาติได้ ประเทศเพื่อนบ้านเราตอนแรกเขาก็กลัวว่า คนร้ายในไทยจะไปซ่องสุมที่ประเทศเขา ประเทศเราก็กลัวคนร้ายจากเขามาซ่องสุมที่ประเทศเรา จึงต้องทำแผนร่วมกันให้ตำรวจรู้เท่าทัน และแนวโน้มอาชญากรรมประเภทต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

           ส่วนการเปิดทางเข้าออกเสรี เป็นพรมแดนอิสระนั้น การที่จะให้ใครเข้ามาได้หมด ถือเป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องที่เขาจะตกลงกันว่าเข้ามาแล้วอยู่ได้กี่วัน หน้าที่ของเราในเรื่องพรมแดนจะเป็นหน้าที่ของ ตชด. และ สตม. ที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะเดินทางเข้าออกก็จะง่ายขึ้น ในเรื่องของแรงงาน ก็จะหลั่งไหลเข้ามา เราจำเป็นต้องมี ระบบการตรวจสอบ ระบบอีพาสปอร์ต ระบบเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารในเรื่องของอาชญากรรมต้องปรับปรุงให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบของตำรวจอาเซียนและตำรวจสากลได้
 
 - มีการวิเคราะห์ไว้ไหมว่าจะมีอาชกรรมข้ามชาติในรูปแบบใดบ้าง

           รวบรวมอยู่ในแผนยุทธศาสตร์หมดแล้ว ถึงแนวโน้มอาชญากรรมประเภทต่างๆ แล้วแต่ละหน่วยงานต้องทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะ "อาชญากรรมข้ามชาติ" เป็นสิ่งที่ต้องระวังมากเป็นอันดับหนึ่ง ประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติในประชาคมอาเซียน ที่มองไว้คือ ปัญหายาเสพติด, การค้ามนุษย์, โจรสลัด, การลักลอบขนอาวุธ, การฟอกเงิน, การก่อการร้าย, อาชญากรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ, อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ มองว่าภัยคุกคามรูปแบบใหม่ก็คงจะเกิดจากปัญหาเหล่านี้ แต่จะมีการพัฒนาให้ซับซ้อนขึ้น โดยเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตำรวจอาเซียนทุกชาติก็ตระหนักจึงมีการสัมมนาในระดับตำรวจอาเซียนด้วย

           ส่วนตำรวจไทย ขณะนี้กำลังมีการเรียกสัมมนาตำรวจทุกหน่วยมาคิด และให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ว่าจะทำอย่างไร เมื่อมีปัญหาแบบนี้ควรจะต้องทำอย่างไร ตอนนี้อยู่ระหว่างให้แต่ละหน่วยไปคิด ที่ทำเช่นนี้เพื่อที่จะหาช่องโหว่ช่องว่าง และหน่วยที่เกี่ยวข้องจะได้รับผิดชอบได้ครบถ้วนและมาสรุปลงในแผนแม่บทเสนอรัฐบาลเพื่อไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น

 - แล้วจะมีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันหรือไม่

           กำลังให้แต่ละประเทศมีกฎหมายที่ไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อใช้เป็นกฎหมายสากลได้  เชื่อว่าหากทุกประเทศ พยายามผลักดันกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ จะได้มีกฎหมายรองรับเป็นกฎหมายสากล ส่วนของประเทศไทย ตอนนี้มีการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กำลังเสนอสู่สภา เพื่อพิจารณา

 - ฐานข้อมูลอาชญากรรมจะใช้ร่วมกันอย่างไร

           ฐานอาชญากรรมของประเทศไทยก็จะขยายไปเป็นฐานข้อมูลของอาเซียนด้วย สามารถแชร์ข้อมูลได้หมด ถ้าเจอคนที่ต้องสงสัยขับรถจากประเทศเพื่อนบ้านมาในไทย ตำรวจต้องตรวจสอบได้ทันทีว่าเขามีหมายจับติดตัวมาหรือไม่ และรถที่เขาขับมานั้นโจรกรรมมาหรือไม่ ภาษาจึงสำคัญมาก เพราะต้องคีย์ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ จะเหมือนกูเกิล ใส่ชื่อไป มีรูปขึ้นมาหมด ฐานข้อมูลตอนนี้สำหรับประเทศไทยเรามีอยู่แล้ว เหลือแต่ตอนนี้กำลังมีการคุยกันว่าจะมีการนำฐานข้อมูลของทุกประเทศมารวมกันได้อย่างไร เพื่อให้การสืบค้นเป็นไปด้วยมาตรฐานเดียวกัน ฐานข้อมูลกลางจะต้องติดต่อได้หมดทั้งตำรวจสากล 163 ประเทศ และตำรวจอาเซียน 10 ประเทศ

 - ความร่วมมือทางอาญาในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

           กำลังหารือกันอยู่ ในการสัมมนาตำรวจอาเซียน ยังมีข้อขัดข้องอยู่ในเรื่อง การสืบพยาน หลักเกณฑ์ในการช่วยกันจะต้องเป็นความผิดของทั้งสองประเทศเหมือนกับในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีข้อยกเว้นของบางประเทศจะต้องผ่านผู้ประสานงานกลางคือ สำนักอัยการต่างประเทศ อาจจะเกิดความล่าช้า รวมถึงกฎหมายที่ไม่ตรงกันในแต่ละประเทศ รวมถึงความผิดที่มีโทษประหารชีวิต หลายประเทศยกเลิกไปแล้วแต่ประเทศไทยยังคงมีโทษนี้อยู่ ความแตกต่างกันทางกฎหมายทำให้ไม่สามารถดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ หรือบางครั้งก็ต้องใช้เวลานาน

 - ยุคประชาคมอาเซียน "ตำรวจ" ต้องเพิ่มศักยภาพด้านใดเป็นพิเศษ

           เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบที่ตำรวจท่องเที่ยว หรือ ตำรวจตม.ทำอยู่ ตำรวจทุกส่วนต้องเรียนภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลที่จะต้องติดต่อสื่อสารได้ นอกจากนั้นยังมีภาษาจีน มลายู เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ที่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมด  ส่วนการรับตำรวจรุ่นใหม่ จะต้องมีความสามารถหรือผ่านหลักสูตรภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยด้วย ทั้งนี้ หลักสูตรภาษาต่างๆ รวมถึงบุคลิกท่าทาง การออกคำสั่ง ในอนาคตตำรวจไทยต้องสื่อสารได้กับทุกชาติทุกภาษา 

           ต่อไปรถที่ขับเคลื่อนอยู่บนถนนจะไม่ใช่เฉพาะรถในประเทศไทยอย่างเดียว ตำรวจทางหลวงจะต้องทำอย่างไร ตำรวจท่องเที่ยวต้องทำอย่างไร เมื่อนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศจะไหลมาอย่างมหาศาล ตลอดจนศิลปะวัฒนธรรมจะไหลเข้ามา และกลุ่มก้อนอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ก็จะไหลเข้ามาด้วย จึงจำเป็นต้องรู้จักพัฒนาตัวเอง ต้องฝึกฝนกลยุทธ์ ยุทธวิธีการสืบสวนสอบสวน ตลอดจนคอยติดตามข้อมูลข่าวสารให้ทันโลกด้วย นอกจากนี้เครื่องแบบตำรวจไทยจะปรับปรุงให้มีความเป็นสากลมากขึ้น รวมถึงการสร้างบุคลิกภาพของตำรวจไทยต้องดูดีและน่าเกรงขาม

 - ตำรวจไทย เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว

           ตอนนี้เราเตรียมตัวมาเกิน 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถือว่าเราเตรียมการมามากพอแล้ว กว่าจะถึงอีก 4 ปีก็คงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนตัวคิดว่าตำรวจไทยพร้อมที่จะรับมือได้ เพราะขณะนี้มีการคาดการณ์ปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น เรียกได้ว่า "เราทำเกินไปดีกว่าทำขาด" ถึงแม้อาชญากรรมที่ตั้งไว้ยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม ส่วนตำรวจทุกหน่วยก็ตื่นตัวและตระหนักรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นและจะต้องทำอะไรบ้าง เพราะจะไม่ใช่แค่ตำรวจไทยที่ทำงานในประเทศไทยเท่านั้น แต่จะเป็นตำรวจไทยที่ทำงานรองรับคนอีกหลายๆ ประเทศด้วย ประชาคมอาเซียนกำลังมาใกล้ตัวมากขึ้น ขอยืนยันว่าตอนนี้ "ตำรวจเราพร้อม เราพร้อมจริงๆ"