
ทหารพรานหญิงเหยียบกับระเบิดข้อเท้าขาด
คนร้ายลวงเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง ทีมงานแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ เหยียบกับระเบิดข้อเท้าขาด ขณะลงพื้นที่จุดซุ่มยิง และเผาฐานทหารพรานร้าง เพื่อเก็บหลักฐาน
วันที่ 30 ก.ค.54 เวลา 10.45 น. พ.ต.อ.จิรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วยกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหลายหน่วย ประกอบด้วย กองกำกับการตำรวจภูธรปัตตานี,หน่วย กก.4บก.กผ.ตชด.จ.อุดรธานี และหน่วย ตชด.ที่ 444 อ.ยะหริ่ง เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ ม.4 บ้านป่าพ้อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนอาก้าและปืนพกสั้นยิงใส่บ้านเลขที่ 58/2 ม.4 บ้านป่าพ้อ ซึ่งเป็นบ้านของนายอำนวย สุวรรณไพจิตร อายุ 48 ปี พนักงานรับส่งไปรษณีย์ อ.ปะนาเระ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กลุ่มคนร้ายได้วางเพลิงเผาฐานทหารพรานร้าง ที่ตั้งอยู่ภายในสวนยางพาราหลังบ้าน ห่างจากบ้านประมาณ 300 เมตร ซึ่งหลังทราบเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารชุดร้อย ร.6022 ฉก.ปัตตานี 22 เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ มีเพียงฝาผนังเป็นรูหลายแห่ง และไม่กล้าเข้าตรวจสอบจุดที่คนร้ายจุดไฟเผาและซุ่มยิงเพราะเป็นที่กว้างรกร้างเกรงอันตราย
กระทั่งเช้าวันที่ 30 ก.ค. ได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารพราน 43 และเจ้าหน้าที่ชุดนิติวิทยาศาสตร์ของแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ เข้าตรวจสอบเพื่อเก็บหาพยานหลักฐาน บริเวณจุดที่ซุ่มยิง และเผาฐานทหารพรานร้าง ปรากฏว่าคนร้ายเผากระต๊อบเก่าเสียหาย 1 หลัง และพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและอาวุธปืนสั้งไม่ทราบชนิดอีกประมาณ 20 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบวัตถุระเบิดวางไว้บริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ยิงทำลาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เดินตรวจหาหลักฐาน ซึ่งเป็นทหารพรานหญิงสุจิรดา อินเมือง อายุ 29 ปี เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ จึงเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เท้าซ้ายขาด และ จ.ส.อ สมพงษ์ เพชรสิงห์ อายุ 51 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์เก็บกู้ระเบิดเข้าเคลี้ยร์พื้นที่ แต่ไม่สามารถเคลียรได้จึงได้ใช้สุนัขสงครามดมกลิ่นก็ไม่พบอะไร แต่เนื่องจากเป็นเป็นที่รกร้าง และมีบริเวณกว้าง ทำให้ยากในการตรวจสอบ และคนร้ายอาจจะวางระเบิดดักอีก ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวไม่มีใครอาศัยและผ่าน จึงได้นำป้ายห้ามเข้าอันตรายปิดประกาศไว้ และประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยง ห้ามบุคคลใดเข้าไปเด็ดขาด พร้อมทั้งประกาศแจ้งให้ชาวบ้านทราบ
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ประมาณ 2 เดือนสามารถจะเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง เชื่อว่า ถ้ามีระเบิดคงจะเสื่อมแล้ว



