
ปชป.ขู่กกต.ยื้อคดี'ตู่'ขัดกม.ชี้2ทาง
ทีมกม.ปชป.ขู่กกต.ยื้อคดี ตู่ระวังขัดกม. ชี้ 2ทางเลือก เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง - ฟันขาดสมาชิกภาพพรรคเมือง - ย้ำ6 ส.ค.เลือก กก.บห.ชุดใหม่ยันไม่ใช่ความขัดแย้ง ร้องสอบ"ยิ่งลักษณ์"กินข้าวผู้บริหารสื่อบางราย ก่อนเลิกจ้าง"ประสงค์"
30 ก.ค.54 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กกต.ใช้อำนาจหน้าที่ในวันที่ 1 ส.ค.อย่างกล้าหาญในการพิจารณารับรองการเป็นส.ส.ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดย กกต.มีเพียง 2 ทางเลือกคือ 1.เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของนายจตุพร
เนื่องจากนายจตุพร รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครส.ส. เพราะขาดสมาชิกภาพส.ส. เพราะถูกคุมขังโดยคำสั่งของศาล จึงถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 34 ประกอบมาตรา 139 ของกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งกกต.จะต้องใช้มติ 4 ใน 5 จึงจะเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของนายจตุพร ได้ และ 2.วินิจฉัยว่า นายจตุพร ไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบมาตรา 100(3) ของรัฐธรรมนูญ และให้งดการประกาศผลการเลือกตั้งของนายจตุพร ตามมาตรา 236 (7) ของรัฐธรรมนูญ โดยใช้มติเพียงเสียงข้างมากเท่านั้น
“หากกต.ยังยึกยัก หน่วงเหนี่ยว ประวิงเวลาอ้างว่าจะต้องสอบปากคำหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก่อน ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาครบ 30 วัน เพื่ออ้างเป็นเหตุว่าพิจารณาไม่ทัน และจำต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้นายจตุพร ไปก่อน ถือเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อเป็นคุณแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง มาตรา 29 พ.ร.บ.กกต. เนื่องจากปัญหาของนายจตุพร ไม่ยุ่งยากแก่การวิจฉัยของกกต.ที่เป็นนักกฎหมายชั้นสูง” นายวิรัตน์ กล่าว
นายวิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า นายจตุพร ถูกคุมขังโดยหมายศาลทำให้ขาดสมาชิกภาพ ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นายจตุพร รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ แต่ก็ยังสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็รู้แต่ก็ยังให้นายจตุพร ลงสมัคร ถือว่าผิดพ.ร.บ.เลือกตั้ง คือโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 2 หมื่น-2แสนบาท และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี และอาจถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทยได้ด้วย อย่างไรก็ตามทีมกฎหมายของพรรครู้สึกอเน็จอนาถกับการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กดดันกกต.ทุกรุปแบบ เพื่อให้รับรองการเป็นส.ส.ของนายจตุพร
เมื่อถามว่า มีข่าวออกมาว่า นายอภิชาติ สุขขัคคานนท์ ประธาน กกต.ไปนั่งรับประทานอาหารร่วมกับนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่โรงแรมแห่งหนึ่งและเมื่อเจอสื่อมวลชน นายอภิชาติถึงกับหน้าถอดสีวงแตกทานข้าวแตก ทางพรรคประชาธิปัตย์จะติดตามเรื่องนี้อย่างไร นายวิรัตน์ กล่าวว่า กกต.เป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นคนทำหน้าที่ตุลาการอาวุโส เป็นองค์กรอิสระสูงสุดที่รับผิดชอบการเลือกตั้ง ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ท่านคงรู้ตัวเองว่า การกระทำเช่นนั้น สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ อย่างไร
เมื่อถามอีกว่า กกต.จำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงการพิจารณาคุณสมบัติของนายจตุพรที่สังคมจับตามมองอยู่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า คงต้องรวมไปถึงกรณีแรกๆที่มีคนออกมาแถลงว่า หากศาลไม่ปล่อยนายจตุพรจะขาดคุณสมบัติ แต่พอช่วงหลังกลับออกมาบอกว่า ให้รับรองเป็นส.ส.ไปก่อน ลักษณะเช่นนี้ที่ทำให้ กกต.ต้องทบทวนตัวเองในการทำหน้าที่ ที่สุดต้องรอวันที่ 1 ส.ค.ว่า กกต.จะวินิจฉัยออกมาอย่างไรว่าจะชี้ขาดตามแรงกดดันด้วยความกลัว หรือยึดตามแนวกฏหมาย ซึ่งท่านเองก็ไม่ยอมรับว่ากลัว
ปชป.ย้ำเลือกกก.บห.ชุดใหม่ยืนยันขัดแย้ง
วันเดียวกัน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ จะมีการเตรียมการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่พรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยภายในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการบวนการการมีส่วนร่วมขององค์ประกอบของที่ประชุมใหญ่
เพราะประกอบไปด้วยตัวแทนของคนไทยจากทุกภาคส่วนของประเทศ จึงเป็นการแสดงเจตจำนงของพรรคในฐานะเป็นองค์กรของประชาชนผ่านตัวแทนในที่ประชุม พรรคถือว่ากระบวนการการมีส่วนร่วมนี้ไม่ได้จำกัดแต่เพียงการลงคะแนน แต่รวมไปถึงการเปิดกว้างเพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย เพราะฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆก่อนจะมีการประชุมใหญ่นั้นถือว่าเป็นเรื่อวปกติของพรรค
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ส่วนการหารือเพื่อที่จะได้ความเห็นร่วมกันนั้น ก็จะมีกระบวนการดำเนินการเพื่อซาวเสียงความเห็นชอบจากกลุ่มต่างๆที่มีส่วนในองค์ประชุม รวมถึงการพูดคุยในกลุ่มส.ส.ของพรรคด้วย ในวันจันทร์ ที่ 1 ส.ค. นี้ก่อนจะมีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าฯ เปิดสมัยประชุมสภาฯ ก็จะมีการประชุม ส.ส.พรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นโดยตรงจากสมาชิกพรรค
สำหรับการคัดเลือกกรรมการบริหารนั้น พรรคมีข้อบังคับพรรคที่ไม่ปิดกั้นและเปิดกว้างให้บุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน หากเป็นสมาชิกพรรคและมีคุณสมบัติครบถ้วนก็สามารถได้รับการเสนอชื่อเข้ามาร่วมเป็นผู้บริหารในฐานะกรรมการบริหารพรรคได้ โดยองค์ประกอบของกรรมการบริหารมีทั้งในส่วนที่จะเป็นการคัดเลือกโดยตรงจากที่ประชุมใหญ่ และจะมีอีกบางตำแหน่งที่ต้องผ่านการเสนอชื่อโดยหัวหน้าพรรคเพื่อให้ที่ประชุมให้คำรับรอง
ซึ่งทั้งสององค์ประกอบนี้เป็นส่วนที่มีความสำคัญ และพรรคเชื่อและยึดมั่นในการเปิดกว้างให้โอกาสคนเข้ามาร่วมทำงานตลอด ประวัติศาสตร์ 60 ปีของพรรค และยืนยันไม่มีความขัดแย้งภายในที่จะทำให้ประชาชนเสียกำลังใจที่มีต่อพรรคตามกระบวนการ
ปชป.ระบุการเมืองแทรกแซงสื่อร้องสอบ"ปู"
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนแขนงหนึ่ง เลิกจ้าง นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นักข่าวอาวุโส ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลผู้บุกเบิกการทำงานเพื่อตรวจสอบโดยค้นคว้าข้อมูลเชิงรุก และได้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลที่ผ่านมาทุกรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์
แต่มีกรณีเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาทางสำนักข่าวดังกล่าวได้เลิกจ้าง และมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากการแทรกแซงของการเมืองหรือไม่ เนื่องจากนายประสงค์ เป็นสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่สอบเฟ้นข้อมูลเชิงลึก ทั้งที่เกี่ยวกับคดีทุจริต และล่าสุดเป็นผู้เสาะหาข้อเท็จจริงคำให้การของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่ให้การว่า “คำให้การในศาลของพี่ชายเธอนั้น เป็นจริงหรือเป็นเท็จ”
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อการเลิกจ้างได้สิ้นลงแล้ว ในวันรุ่งขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้เดินทางไปร่วมรับประทานอาหารกับผู้บริหารของสำนักข่าวดังกล่าว และได้รับทราบมาว่ามีการปิดประตูคุยโดยไม่ให้นักข่าวคนอื่นเข้าร่วมการพบปะ ซึ่งตนมองว่าเป็นความผิดปกติจากการพบปะสื่อมวลชนโดยพรรคการเมืองอื่นๆที่เคยทำมาในอดีต
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า พรรคอยากให้องค์กรที่มีหน้าที่ในการดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนให้เป็นกลาง ได้มีการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะระบบประชาธิปไตยจะเดินหน้าได้ สื่อมวลชนทุกแขนงต้องได้รับความคุ้มครองในการปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระ ปราศจากการแทรงแซง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ



