
ผวจ.ชี้กรณี"ติ๊ก-เจษฎาภรณ์"ทุกฝ่ายเคารพกติกา
ผู้ว่า จ.ชัยภูมิ ชี้กรณีแจ้งจับติ๊ก เจษฎาภรณ์ ทุกฝ่ายเคารพกติกายุติปัญหาบานปลาย พร้อมเดินหน้าเสริมมาตรการเข้มป่าภูเขียว หวั่นซ้ำรอยกรณีปัญหาบานปลายรุกป่าวังน้ำเขียว-เขาใหญ่
30 ก.ค.54 หลังเกิดกรณีปัญหากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพรรณพืชจำต้องสั่งดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับรายการ”เนวิเกเตอร์” และพิธีกรดาราชื่อดัง ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่อ้างว่ามีการแจ้งขออนุญาตเข้าไปทำรายการในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ อย่างถูกต้อง แต่มีการกระทำผิดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ได้รับอนุญาตให้ทางรายการเข้าไปถ่ายทำได้บางส่วน
ซึ่งมีการพาทีมงานรายการแอบเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่ป่าหวงห้ามบนภูคิ้ง เขตรอยต่อ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ผิดตามข้อตกลงที่ขออนุญาตไว้ เพื่อที่จำนำมาออกอากาศในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่รายการเนวิเกเตอร์ ได้นำมาออกอากาศทางช่อง 3 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา และปิดท้ายรายการให้ผู้ชมคอยติดตามตอนต่อไปในวันหยุดที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาในตอนสุดท้ายชื่อตอนขึ้นภูคิ้ง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช ที่เกี่ยวข้อง จำต้องมีหนังสือด่วนไปถึงช่อง 3 เพื่อให้งดออกอากาศรายการเนวิเกเตอร์ตอนขึ้นภูคิ้งในวันที่ 18 ก.ค.ไว้ก่อน
เพราะมีการเข้าข่ายกระทำความผิดกฏหมายของรายการเนวิเกเตอร์ ของพระเอกชื่อดัง ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ได้มีการแอบลักลอบเข้าพื้นที่ป่าหวงห้ามบนภูคิ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเปราะบาง มีพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ตามกฎหมายบังคับไว้โดยห้ามไม่ให้แม้กระท่องนักท่องเที่ยวหรือบุคคลใดๆขึ้นไปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องมีความผิดฐานลักลอบบุกรุกเขตป่าหวงห้ามโดยเด็ดขาด
ซึ่งมีการสั่งดำเนินการโดยเข้มงวดมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535 ในพื้นที่ป่าบนภูคิ้ง โดยเฉพาะบริเวณโป่งไฮ และแหล่หินจ้อง ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามโดยเด็ดขาดหลังอดีตเคยถูกคุกคามจากนักล่าสัตว์ กลุ่มขบวนการมอดไม้แอบลักลอบเข้ามาทำลายจนเกือบวิกฤตมาแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงต้องเริ่มใช้มาตรการทางกฎหมายเข้ามาช่วยบังคับใช้ให้เด็ดขาดเป็นต้นมา
และถือว่าเขาภูคิ้งในปัจจุบันเป็นแหล่งป่าปิด เซ็บตี้โซนแห่งเดียวที่สำคัญของเมืองไทย ซึ่งช่วงนี้โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน(เข้าพรรษา)มีสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองนานชนิดที่หายากได้ใช้เป็นช่วงผสมพันธุ์จำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดเปราะบางและเสี่ยงต่อผลกระทบระบบนิเวศทางธรรมชาติที่สำคัญแห่งเดียวในเมืองไทยที่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ที่สุดก็ว่าได้
และเป็นแหล่งที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปในกรณีใดๆโดยเด็ดขาด ที่ทางรายการของติ๊ก เจษฎาภรณ์ กลับเตรียมนำภาพดังกล่าวในเขตพื้นที่หวงห้ามผิดขอตกลงการขอเข้าไปทำรายการเพื่อจะมาออกอากาศในวันที่ 18 ก.ค.อีก หลังได้มีหนังสือท้วงติงไปยังรายการทางช่อง 3 ให้งดออกอากาศและทางรายการเองก็เลื่อนมาเพื่อจะนำภาพดังกล่าวออกอากาศอีกในวันที่ 12 ส.ค.นี้นั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช ได้มอบหมายให้ ดร.กาญจนา นิตยะ ในฐานะหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ร่วมกับ สำนักสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เกษตรสมบูรณ์ เพื่อให้ดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนกฎหมาย กรณีตัวอย่างเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและให้ดำเนินการกับทีมงานรายการเนวิเกเตอร์ และเจ้าของพิธีกรรายการพระเอกชื่อดัง ติ๊ก เจษฎารณ์ ผลดี ในข้อหากระทำผิดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลรักษาป่า เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อไป
เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีทีมงานรายการเชิงสารคดีท่องเที่ยวธรรมชาติหลายแห่งมาติดต่อขอทำรายการทีวี ก็ยังไม่เคยมีใครทำผิดเงื่อนไขเข้าขอเข้าไปถ่ายทำรายการในเขตรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวจนเกิดกรณีปัญหาถึงขึ้นต้องแจ้งความขึ้นโรงขึ้นศาลในลักษณะดังที่เกิดขึ้นมาก่อนเลย
ล่าสุด พ.ต.ท.ศรายุทธ ดาวแจ้ง พนักงานสอบสวนสภ.เกษตรสมบูรณ์ เจ้าของคดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อเรียกพระเอกดังติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี มารับทราบข้อกล่าวหาภายในเดือนส.ค.นี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับการติดต่อจากทีมงานรายการเนวิเกเตอร์และติ๊ก เจษฎาภรณ์ แต่อย่างใดต่อกรณีที่เกิดขึ้น
นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นนโยบายของหน่วยงานที่ต้องดูแลรักษาป่าในพื้นที่จ.ชัยภูมิ และเข้าใจการทำงานของ ดร.กาญจนา เจ้าของพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ของ จ.ชัยภูมิ ในจุดบนภูคิ้งถือเป็นแห่งเดียวที่จังหวัดเราจะไม่เข้าไปแตะต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องให้ทุกคนรู้จักขอบเขตของตัวเองมากขึ้นก่อน
ส่วนเจ้าของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ก็มีเจตนารมณ์เดียวกันกับเจ้าของผู้ผลิตรายการ แต่ต้องเคารพกติกากฎหมายร่วมกัน ทางเจ้าของพื้นที่ไม่ได้ว่าในเรื่องการขึ้นไปดำเนินรายการ แต่เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีข้อกำหนดตกลงกันแล้วไว้ก่อนแล้วให้ชัดเจน ว่าจุดไหนทำได้ จุดไหนที่เกินกว่าขอไว้ เท่านั้นเอง ซึ่งต้องดูที่เจตนาถ้าการกระทำไม่ร้ายแรงใดๆก็เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเจรจากันได้
ในส่วนของ จ.ชัยภูมิ เอง ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจ จัดอบรมผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านใกล้เคียง ในพื้นที่บริเวณภูคิ้งให้ช่วยกันดูแลอย่างเข้มงวดอย่างต่อเนื่องต่อไป การสร้างจิตสำนึกให้คน ให้เป็นจุดศูนย์กลางความเข้าใจ ให้นักท่องเที่ยวมาช่วยกันป้องกันการทำลายป่า ซึ่งในจุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์ จะเปิดให้มีการท่องเที่ยวโดยไม่มีแบบแผนก็จะไม่เกิดประโยชน์ ได้ไม่คุ้มเสียต่อการเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่ต้องบอกว่า จ.ชัยภูมิ บนภูคิ้งเป็นอีกแห่งเดียวในเมืองไทยก็ว่าได้ ที่ยังคงมีมาตราเข้มงวดออกมาดูแลได้ต่อเนื่องมาตลอด
ไม่ว่าอะไรสิ่งที่ทำเมื่อมีข้อตกลงร่วมกันที่ดีในเบื้องต้น ก็จะไม่เกิดปัญหาตามมาในอนาคตได้ เหมือนที่วังน้ำเขา และ เขาใหญ่ ซึ่งมีการปล่อยปะละเลยจนสายเกินแก้ ถ้าขั้นต้นไม่จริงจังตั้งแต่ต้นซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของกันละกัน มีข้อตกลงร่วมกันก็ไม่มีปัญหาอะไร ให้เกียรติซึ่งกันและกันมากน้อยขนาดไหน เชื่อว่าถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมีเจตนารมณ์ที่ดีด้วยกัน
นายจรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนรวมคือเป้าหมายเดียวกัน อยากให้ช่วยกันดูแลรักษาป่า ซึ่งบริเวณนี้เป็นพื้นที่ในส่วนต้องขอกันรักษาไว้ และต้องช่วยกันสานต่อสร้างขบวนการให้คนในชุมชนรู้คุณค่ามากขึ้นอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป เป็นเรื่องที่ยังต้องคุยกันอีกมากว่าจะมีมาตรการอย่างไรเข้ามาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ควบคู่ในการเตรียมรองรับปัญหาที่ขณะนี้ถือว่าปัญหาเรื่องบุกรุกป่ารุนแรง ถ้าเราไม่มีกติกาที่ดีร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อความยั่งยืนในอนาคต
กรณีที่เกิดขึ้นไม่อยากให้นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง แต่ต้องว่าด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่างก็สามารถจบลงด้วยดี เป็นเรื่องที่ยังสามารถเจรจากันได้ยังไม่รุนแรงเกินแก้ หากทุกคนยอมรับกติการ่วมกัน และเป็นเรื่องที่เราต้องคุยกันว่าจะเป็นอย่างไร เราต้องอยู่บนเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยกันรักษาป่าแห่งนี้ และวันนี้เชื่อว่าเมื่อทุกคนเข้าใจว่าเราตั้งอยู่บนเป้าหมายเจตนาดีด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องที่เกิดขึ้นก็น่าจะจบลงด้วยดี ไม่อยากให้บานปลายเกิดความขัดแย้งทางความคิดโจมตีกันไปมาไม่จบสิ้น



