ข่าว

สุเทพหวั่นแดงทั้งแผ่นดินจี้ปชป.สกัด

สุเทพหวั่นแดงทั้งแผ่นดินจี้ปชป.สกัด

30 ก.ค. 2554

“สุเทพ”หวั่น“แดงทั้งแผ่นดิน”กำชับส.ส.ทุกภาค ช่วยสกัดขยายฐานมวลชน “นคร มาฉิม” เริ่มฝ่อ ปัดข่าวย้ายพรรคเซ่นปรับทัพปชป.หลังพ่ายเลือกตั้ง “ประพันธ์" เผยยังไม่ได้รับการทาบทามจากคนในปชป. พร้อมชี้ "ปชป." ยังสู้"พท."ไม่ได้

           รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ รร.ดิเอ็มเมอร์รัลด์ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  ได้นัดส.ส.กทม.ทั้ง 2 ระบบไปรับประทานอาหารกลางวันว่า มีการเลี้ยงโต๊ะจีน โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 40 คน โดยเป็นส.ส.ภาคอื่น  4 คน คือ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์  นายเทพไท เสนพงศ์ และนายจุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร  ซึ่งในงานดังกล่าวนายสุเทพ ได้ขอร้อง ส.ส.กทม.ว่า  อย่ากดดันในการคัดเลือกว่าที่เลขาฯพรรคคนใหม่ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และการจะทำอะไรควรรักษาภาพพจน์พรรคด้วย เพราะสื่อกำลังจับจ้องอยู่ และขอให้ทุกคนเร่งทำพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะตนมีข้อมูลที่จะชี้แจงกับส.ส.ใหม่ คือ เครือข่ายคนเสื้อแดงยังคงขยายฐาน สร้างมวลชนเพิ่มเติมทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางผ่านโรงเรียน นปช. จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอาจจะซ่อนนัยยะเพื่อรอการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง หลังพรรคเพื่อไทยเอาชนะการเลือกตั้งไปแล้ว

            รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พร้อมกันนี้นายสุเทพ ได้แสดงแผ่นชาร์ตข้อมูลเรื่องโรงเรียนและกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่เขาเร่งขยายทำพื้นที่ ซึ่งส.ส.ปชป.จะต้องเร่งแก้ปัญหา โดยนายสุเทพ กล่าวว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นได้มาจากหน่วยข่าวทางด้านความมั่นคง แต่นายกรณ์ จาติกวนิช รักษาการรองเลขาธิการพรรค และนายกนก วงษ์ตระหง่าน หนึ่งในกรรมการยุทธศาสตร์ ได้แสดงความเห็นแย้งว่า  ข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้หรือไม่ และถ้าเป็นจริงก็จะอันตรายอย่างยิ่ง แต่หากว่าข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลเท็จ ก็จะอันตรายกว่า โดยนายสุเทพ ได้กล่าวตอบว่า หากไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ตนพร้อมจะสอนส.ส.ใหม่ที่สนใจถึงแม้จะมีคนสนใจเรียนเพียง 3 - 4 คนก็ตาม

            ทางด้านนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค หากไม่มีการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ไปในแนวทางที่ดีขึ้น พร้อมกับเสนอชื่อบุคคลนอกหลายคน อาทิ นายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ด้วยว่า ตนไม่ได้ระบุตัวบุคคลชัดเจนตามที่ปรากฎเป็นข่าวออกมาอย่างนั้น แค่อยากเปิดโอกาสให้บุคคลหลายๆ กลุ่มเข้ามามีส่วนร่วม เพราะหากอยู่แต่กับกลุ่มคนเดิมๆ หลักคิดเดิมๆ เราก็จะจำกัดอยู่อย่างเดิม แต่เราควรเปิดโอกาสให้คนนอกที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมมือกัน ซึ่งไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นกลุ่มไหน แม้แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ก็สามารถมาร่วมได้ ซึ่งทางพรรคน่าจะเปิดใจกว้างและยินดีต้อนรับทุกฝ่าย

             “เรื่องที่มีกระแสข่าวว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือการจะย้ายออกจากพรรคนั้น ก็เป็นเรื่องที่สื่อเอาไปลงคลาดเคลื่อน เพราะเราเสนอความคิดเห็นให้มีการปฏิรูปพรรค และหากไม่ได้รับการตอบสนอง หรือผู้ใหญ่ในพรรคเกิดความไม่พอใจในข้อเสนอของเรา แล้วจะไม่ส่งเราลงสมัครรับเลือกตั้ง เราก็ยังคงทำงานให้กับพรรคเหมือนเดิม ไม่เคยมีแนวคิดที่จะย้ายพรรค เพราะหากคิดจะย้ายพรรคก็คงจะย้ายไปในช่วงที่ยากลำบากไปแล้ว ทั้งนี้ ผมได้ร่วมต่อสู้และร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด สู้ด้วยกันก็ตายด้วยกัน เรารักพรรคของเรา และอยากให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง” นายนครกล่าว

            นายนคร กล่าวอีกว่า ตนพร้อมจะมาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ในพรรคถึงเรื่องดังกล่าว หากเปิดโอกาสให้ตนได้ชี้แจงก็จะเสนอแนวคิดการปฏิรูปพรรคให้ผู้ใหญ่ได้รับฟัง เพราะหากเราได้คนเก่ง คนดีมาเติมเต็มในจุดที่พรรคบกพร่องได้ก็จะดีกว่า ซึ่งต้องยอมรับว่าความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นก็มาจากจุดอ่อนที่เรามี หากพรรคชนะก็คงไม่ต้องมาปฏิรูปกันแบบนี้ ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ใหญ่ของพรรคเปิดอกคุยกันอย่างบริสุทธิ์ใจ

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ใกล้ชิดนายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเป็นความประสงค์ของ นายนคร ที่ประกาศว่าจะไม่ลงส.ส.ในนามพรรค เราก็ไม่สิทธิที่จะรั้งเขาไว้ แต่ยืนยันว่าระบบพรรคก็ยังต้องคงอยู่ มองว่าการออกมาครั้งนี้ของนายนครเป็นการสร้างราคา คาดว่าจะมีคนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง กรณีนี้แม้บางฝ่ายในพรรคจะมองว่าเป็นแค่การสร้างภาพความขัดแย้งของส.ส.พิษณุโลก ก็ทำได้ เพราะนายนคร มาฉิม อยู่คนละขั้วกับนายจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของแคนดิแดต เลขาธิการพรรค

            นายประพันธ์กล่าวกับ “สำนักข่าวเนชั่น”ว่า ยังไม่เคยได้รับการติดต่อ หรือพูดคุยกับสมาชิกรายใดของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการรวมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ คิดว่าแนวคิดดังกล่าวคงเป็นความปราถนาดีของนายนคร ที่ต้องการเห็นพรรคประชาธิปัตย์ดีขึ้น  อย่างไรก็ตามคงขึ้นอยู่กับบรรดาแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเห็นด้วยกับประเด็นนี้หรือไม่ และยอมรับความจริงว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่มีความประสงค์จะร่วมงานกับพรรคการเมืองใด ส่วนอนาคตจะเป็นจริงได้หรือไม่นั้นขณะนี้ยังตอบไม่ได้