ข่าว

ไอเดียเด็ดติดนกหวีดไล่โจรสะพานลอย

ไอเดียเด็ดติดนกหวีดไล่โจรสะพานลอย

30 ก.ค. 2554

ปี๊ด...(นก)หวีดลอยฟ้าโจรสะพานลอย...ขยาด : สารพันตำรวจ โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

           "ช่วยด้วย ช่วยด้วย..." เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายจากน้ำมือโจรสะพานลอย ขณะเดินอยู่เพียงลำพังบนสะพานลอยที่ทอดยาวและเปลี่ยว เพื่อข้ามถนนวิภาวดีรังสิต อาจไม่ดังพอที่จะทำให้พวกเธอรอดพ้นจากภัยคุกคาม..."สน.ทุ่งสองห้อง" จึงเก็บบทเรียนสะเทือนใจ มาทบทวนแนวทางป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุร้ายๆ บนสะพานลอยอีก

            "นกหวีด" อุปกรณ์ประจำกายของตำรวจเข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดของ พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นโครงการ "นกหวีดไล่โจร" !!

            ด้วยหวังว่าเสียง "ปี๊ด...ปี๊ด...ปี๊ด..." แสบแก้วหูของเจ้านกพลาสติกตัวจ้อยนี้ จะคอยแจ้งข่าวร้ายที่เกิดขึ้นบนสะพานลอยให้เครือข่ายพลเมืองดีที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด เข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที หรือบางทีแค่คนร้ายได้ยินเสียง "นกหวีด" ก็ตื่นกระเจิงวิ่งหลบหนีไป

                "สะพานลอยแถวนี้ค่อนข้างเปลี่ยวและไกล โดยเฉพาะในเวลากลางคืนจะมืดมาก เคยมีผู้หญิงถูกชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายบนสะพานลอยแถววัดเทวสุนทร เมื่อผมต้องเข้ามาดูแลที่นี่ จึงหาแนวทางป้องกันสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้สะพานลอย จึงนำนกหวีด 10-20 มาจัดเตรียมไว้บริเวณทางขึ้นสะพานลอยในจุดล่อแหลมทั้ง 8 แห่ง เพื่อช่วยป้องปรามเหตุร้าย" พ.ต.อ.ศิวโรจน์ เผยถึงที่มา

            ทว่าลำพังแต่เสียงแจ้งภัยจาก "นกหวีด" อาจไม่มีความหมายอะไร หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนที่อยู่ใกล้สะพานลอยที่สุด โดยเฉพาะ "วินมอเตอร์ไซค์" และ "อาสาสมัครตำรวจบ้าน" จึงได้มีโครงการอบรมให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกในการช่วยเหลือ ตลอดจนข้อกฎหมายและขอบข่ายของการช่วยเหลือที่ปลอดภัย ควบคู่กับการดำเนินโครงการด้วย

            "เบื้องต้นมีการอบรมผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ตั้งวินอยู่บริเวณสะพานลอยในจุดเสี่ยง ถึงความรู้ในข้อกฎหมาย ขอบข่ายการช่วยเหลือ เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดต้องทำอย่างไร รวมถึงวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น อย่างการจับล็อก ตลอดจนการจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้าย และที่สำคัญต้องมีจิตสำนึกการช่วยเหลืออย่าคิดว่าธุระไม่ใช่" ร.ต.อ.ปัญญา บุญยัง รองสว.ป.สน.ทุ่งสองห้อง อธิบายถึงขอบข่ายการช่วยเหลือภาคประชาชน

            "หลังจากอบรมมาแล้ว ผมรู้สึกว่าทุกคนต้องร่วมมือกัน ถึงจะจับคนร้ายไม่ได้แต่ก็สามารถช่วยให้ผู้เสียหายปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง บางครั้งผมเจอคนมายืนแปลกๆ อยู่บนสะพานลอย ก็จะเดินไปบอกให้เขาลงมาเพราะมีผู้หญิงไม่กล้าเดิน เท่าที่ผมสังเกตคนที่ใช้สะพานลอยนี้ บางคนก็หยิบนกหวีดที่ตำรวจเตรียมไว้ บางคนก็หาซื้อนกหวีดไว้ติดตัวก็มี ส่วนผมก็คอยดูว่านกหวีดฝั่งนี้หมดหรือยัง ถ้าหมดแล้วก็เดินไปหยิบจากอีกฝั่งมาเติม" นพดล จันทา คนขี่มอเตอร์ไซค์หน้าวัดเทวสุนทรบอก

            พ.ต.ท.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผกก.ป.สน.ทุ่งสองห้อง เสริมว่า อาชญากรรมเกิดขึ้นได้เพราะมีโจร มีเหยื่อ และมีช่องโอกาส การ "ลดโจร" เป็นหน้าที่ของตำรวจในการจับกุม การ "ลดเหยื่อ" ต้องไม่ใส่ของมีค่ามาล่อตาล่อใจ หากต้องเดินกลางคืนพยายามหาเพื่อนเดิน อย่ากลับบ้านดึก และการ "ลดโอกาส" หากพบสถานที่เปลี่ยว มืด รก ให้แจ้งสำนักงานเขตดำเนินการเข้ามาปรับปรุงแก้ไข

            "ส่วนสะพานลอยที่เป็นจุดล่อแหลมทั้ง 8 แห่งตามโครงการ "นกหวีดไล่โจร" หลายคนกลัวว่า เป่านกหวีดแล้วโจรจะทำร้าย ผมคิดว่าแค่ได้ยินเสียงคนร้ายก็ตกใจวิ่งหนีแล้ว แต่บางคนก็ไม่กล้าใช้เพราะกลัวไม่สะอาด นกหวีดทั้งหมดเป็นของใหม่ สามารถช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน จึงไม่ควรนำมานกหวีดมาเป่าเล่นเด็ดขาด" พ.ต.ท.อธิป เตือน

            ...นกหวีดสีขาวและสีน้ำเงิน ถูกแขวนไว้บนป้ายสีเลือดหมู บริเวณทางขึ้นสะพานลอยคนข้ามแยกบางเขน สะพานลอยคนข้ามหน้าวัดเทวสุนทร สะพานลอยคนข้ามหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สะพานลอยคนข้ามหน้า สน.ทุ่งสองห้อง (สโมสรตำรวจ) สะพานลอยคนข้ามหน้าโรงเรียนไผทอุดมศึกษา สะพานลอยหลังสถานีรถไฟ แยกหลักสี่ สะพานลอยคนข้ามหน้าห้างไอทีสแควร์ และสะพานลอยคนข้ามหน้าวัดหลักสี่...ระบุข้อความว่า "สะพานลอยนี้จัดทำโครงการ นกหวีดไล่โจร ของ สน.ทุ่งสองห้อง 1.หยิบนกหวีด 2.พกติดตัว (พันข้อมือ) 3.เป่านกหวีดเมื่อมีเหตุ (ไล่โจร) และ 4.แขวนนกหวีดคืนก่อนลงสะพาน" กลายเป็นจุดสนใจของบรรดา "สาวน้อย สาวใหญ่" เวลาจะขึ้นสะพานลอยต่างหยิบพกติดตัวไว้ด้วยความอุ่นใจ