
ผบ.สส.ย้ำจำเป็นต้องมียุทโธปกรณ์
"ผบ.สส."ย้ำความจำเป็นต้องมียุทโธปกรณ์ เพื่อป้องกันอธิปไตย เมินคำสั่งศาลโลกถอนทหาร ขอฟังคำสั่งรัฐบาลใหม่ ยันทหารยังอยู่ในพื้นที่ปกอธิปไตยไทย "ผบ.ทร."กำชับกำลังพลระวังการใช้อากาศยานและปฏิบัติตามนิรภัยการบิน "โฆษกทบ."ป้อง"ประยุทธ์"ฉุนสื่อ หวังแจงข้อเท็จจร
(29ก.ค.) พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานพิธีวันสถาปนากองพันทหารม้าที่ 25 รักษาพระองค์ ครบรอบปีที่ 29 ที่ จะ.สระบุรี ว่า กองพันทหารม้าที่ 25 เป็นหน่วยหนึ่งของกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สังกัดกองทัพบก มีภารกิจในการเข้าตี จึงต้องจัดให้มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการทุกด้าน โดยเฉพาะกองร้อยทหารม้าอากาศ ที่จะต้องเพิ่มขีดความสามารถ ในการเคลื่อนที่เข้าสู่ที่หมายและการโจมตีในทุกด้าน
“การจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพ ไม่ได้ซื้อเพื่อสู้รบ แต่เราไม่ต้องการให้เกิดการสู้รบ เราจึงต้องมีความพร้อม ไม่ใช่ว่าเมื่อมีการรบถึงจะมีการหาอาวุธยุทโธปกรณ์ แนวคิดการจัดซื้อไม่ได้เพิ่งเริ่มคิด แต่มีแผนเป็น 10 ปี เป็นการศึกษาท่าที ยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ การเตรียมการสำหรับอนาคตของกองทัพไทย เชื่อว่าประชาชนมีความเข้าใจว่า กองทัพจัดซื้ออาวุธ เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันอธิปไตย เพราะความเข้มแข็งของประเทศไทย คือ ความเข้มแข็งของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของประชาคมโลก ทั้งนี้การพัฒนาจะต้องประเทศข้างเคียงด้วย ” พล.อ.ทรงกิตติ กล่าว
เมื่อถามถึงปัญหาบริเวณพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า กองทัพจะปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ แต่บทบัญญัติของทหารคือการป้องกันอธิปไตยเหนือดินแดน อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศมีสนธิสัญญาทางกฎหมาย และมีการพัฒนาคุยกัน ส่วนกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย โดยกรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นเครื่องมือในการดำเนินการกิจกรรมชายแดน แต่ก็จะต้องอยู่ในกรอบนโยบายของรัฐบาล การแก้ปัญหาดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพ และรัฐบาล ที่จะต้องทำงานไปพร้อมๆ กัน
ส่วนยุทธศาสตร์ทางทหาร ควรถอนทหารทั้งหมด หรือ เพียงปรับกำลัง ตามมติของศาลโลก พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองที่มติของศาลโลก แต่มองในคำสั่งนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก และรัฐบาลก็ให้แนวทางมายังกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการอย่างไร เพราะดินแดนนั้นมีประชาชนอยู่ด้วย ไม่สามารถจะต่างคนต่างทำได้ เพียงแต่ว่าความรับผิดชอบแตกต่างกัน ทั้งนี้ตนปราถนาที่จะสามารถอยู่ในดินแดนของไทยด้ทุกที ทั้งนี้ตนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ต้องรักษาอธิปไตย ทหารต้องอยู่ในดินแดนไทยได้
"ผบ.ทร."กำชับกำลังพลระวังการใช้ฮ.
พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุว่า กองทัพเรือได้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลการใช้งานอากาศยานต่างๆ มากขึ้นแล้ว หลังเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ แบล็กฮอว์ก และเบลล์ 212 ของกองทัพบกตกที่จังหวัดเพชรบุรี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในส่วนของกองทัพเรือ เคยมีเฮลิคอเตอร์แบบฮิวอี้ใช้งาน แต่ได้ปลดประจำการไปหมดแล้ว ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการอยู่ในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 29 ลำ คือเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 เบลล์ 214 ซีฮอว์ก โดยยืนยันว่า กองทัพเรือมีการดูแลอากาศยานตามขั้นตอนเพื่อให้พร้อมใช้งาน ขณะเดียวกันได้ย้ำให้ปฏิบัติตามกฎนิรภัยการบิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ขณะเดียวกันกองทัพเรือมีแนวทางในการจัดหาเฮลิคอปเตอร์เพิ่มเติม 3 ลำ เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ที่จะปลดประจำการซึ่งเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว และขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้านงบประมาณ ขณะเดียวกันยอมรับว่า เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือก็เคยประสบอุบัติตกเมื่อปี 2550 โดยเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 214 และกองทัพเรือก็ได้มีการดำเนินการตรวจสอบสาเหตุตามขั้นตอน
ผู้บัญชาการทหารเรือ ยังระบุถึงความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินการตามแผนจัดหาเรือดำน้ำจากประเทศเยอรมัน ว่า ได้มีการเจรจากับทางเยอรมันไปแล้ว และได้รับการยืนยันว่าพร้อมจะยืดเวลาในการเจราจาจัดซื้อกับไทยจนถึงเดือนกันยายน แต่ทางเยอรมันขอสงวนสิทธิ์หากมีประเทศอื่นสนใจจัดซื้อ โดยกองทัพเรือก็จะพยายามดำเนินการผลักดันโครงการต่อไป
"โฆษกทบ."ป้อง"ประยุทธ์"ฉุนสื่อหวังแจงข้อเท็จจริง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีที่มีการมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกแสดงอารมณ์ไม่พอใจสื่อมวลชนในการชี้แจงเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่มีการเชื่อมโยงกับการทุจริตในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ว่า ผบ.ทบ.แสดงความเป็นห่วงใน 2 เรื่อง คือ 1. เรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความจริงต่างๆต่อประชาชน และเป็นห่วงต่อข้อคิดเห็นทั้งหลาย โดยเฉพาะที่มีการมองว่า ท่านไม่ยอมรับข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ความจริงท่านให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหมด และต้องการสื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะท่านเป็นห่วงว่า ข่าวสารที่ออกมาอาจจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งสื่อจะสังเกตได้ว่า ผบ.ทบ.พยายามตอบคำถามสื่อมวลชนทุกคำถาม เรื่องที่ 2 คือ ขณะนี้ผบ.ทบ.ได้สั่งการไปยังหน่วยแพทย์ต่างๆในสังกัดกองทัพบก และค่ายต่างๆในพื้นที่ ดูแลขวัญกำลังใจและสุขภาพของผู้บาดเจ็บ และญาติผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก รวมถึงดูแลนักบินของกองทัพบกและศูนย์การบิน เพื่อให้นักบินเกิดความมั่นใจว่า ร่างกายของนักบินมีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจได้
" ผบ.ทบ.ไม่ได้มีอารมณ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญกับประชาชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ ผบ.ทบ.เป็นคนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่ายและในฐานะที่ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าหน่วยของกองทัพบก เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบเสียต่อกองทัพ ท่านก็จำเป็นต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความถูกต้องและชัดเจน ซึ่งท่านให้ความสำคัญและเป็นห่วง หากประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จจะทำให้กองทัพได้รับความเสียหาย แม้บุคลิกของผบ.ทบ.จะดูเหมือนเป็นคนเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด แต่ทหารทุกคนรู้ว่า โดยพื้นฐานจิตใจโอบอ้อมอารี รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นห่วงลูกน้องทุกคนอย่างที่สุด " โฆษกกองทัพบก กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงกรณีภาพผู้หญิงปริศนาปรากฎอยู่ในรูปถ่ายร่วมกับ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 บนเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์กก่อนที่เครื่องจะประสบอุบัติเหตุในวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบพบว่าภาพดังกล่าวมีการถ่ายไว้ก่อนที่เครื่องเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กจะตกในวันที่ 17 ก.ค.2554 โดยภาพผู้หญิงปริศนาคนดังกล่าวเป็นนักข่าวสาวทีวี 5 ชื่อ นส.เตือนใจ เหลี่ยมทอง ซึ่งในระหว่างนั้นได้ติดตามไปข่าวในพื้นที่หลังเครื่องบิน ฮท.1 (ฮิวอี้) ตกเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ น.ส.เตือนใจ เหลี่ยมทอง ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ประจำสายทหาร เปิดเผยว่า เป็นภาพตนเองจริง แต่ภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเป็นภาพที่แบ็กฮอว์กลำดังกล่าวออกปฏิบัติภารกิจนำ พล.ต.ตะวัน และนายทหารรวมทั้งสื่อมวลชนนำ ฮ.บินขึ้นเหนืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อสำรวจหา ฮ.ฮิวอี้ที่ประสบอุบัติเหตุตก ในวันที่ (16 ก.ค.) จำนวน 2 ลำ ดังนั้น ภาพถ่ายดังกล่าวไม่ใช่วันที่ (19 ก.ค.) แบล็กฮอว์กตก รวมทั้งไม่ใช้ภาพถ่ายจากกล้องของนายศรวิชัย คงตันนิกุล ช่างภาพช่อง 5 ที่อุบัติเหตุร่วมกับ พล.ต.ตะวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีภาพของ น.ส.เตือนใจ ไปปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้เหล่าบรรดาเพื่อน ๆ สื่อมวลชนสายทหาร ให้ไป นส.เตือนใจ ไปทำบุญเนื่องจากคนไทยเขาถือว่าเป็นลางไม่ดี จึงให้เดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์เสริมศิริมงคล



