
รายการคมชัดลึกตอนพลิกฟ้าล่าทักษิณ
ความพ่ายแพ้ในศึก "สงกรานต์เลือด" ของม็อบเสื้อแดงทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกที่นั่งลำบาก หลังจากถูกถอนพาสปอร์ตทุกเล่ม ทั้งยังถูกทางการไทยสะกิดให้ตำรวจสากลไล่ล่าจนเจ้าตัวต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน ไม่รู้หลักแหล่งพักพิงที่แน่ชัด
รายการ คม ชัด ลึก วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2552 เสนอตอน : พลิกฟ้าล่า..."ทักษิณ" เพื่อวิเคราะห์ยุทธวิธีไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ของรัฐบาลว่าจะสามารถนำตัวอดีตนายกฯ ผู้หลบหนีคดี และปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในประเทศกลับมาดำเนินคดีได้มากน้อยแค่ไหน
ยุก่อจลาจล-ลิ่วล้อทุบมัสยิด ปม "แม้ว" เผ่นดูไบ
พนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามเบาะแสที่พักพิงล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากดูไบ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า จุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน
"จากการติดตามข้อมูลพบว่า เครื่องบินส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ลงจอดที่เมืองไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่า จะเป็นประเทศใดประเทศหนึ่งในอเมริกากลาง มากกว่าประเทศในแถบแอฟริกา"
ผู้ช่วย รมว.การต่างประเทศ เผยเบื้องหลังการเดินทางเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จนสามารถกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากนครดูไบในเวลาต่อมาว่า มีการเดินทางไปยูเออีเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุจลาจลในช่วงสงกรานต์
การเดินทางในครั้งนั้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศยูเออีทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี และได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ยูเออีเป็นเวทีเคลื่อนไหวทางการเมือง
หลังเกิดเหตุจลาจลก็ได้เดินทางไปยูเออีอีกครั้ง โดยนำเอาหมายศาลในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็น 1 ใน 13 ผู้ต้องหาที่ยุยงให้เกิดการจลาจลในประเทศไทย และหนังสือที่ชุมชนมุสลิมในประเทศไทยร้องเรียนว่า ม็อบเสื้อแดงที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังทุบทำลายมัสยิด
จากนั้นท่าทีของยูเออีก็ชัดเจนว่า ถ้าอดีตนายกฯ เข้ามาในประเทศ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองโจมตีประเทศไทยเขาคงไม่ยอม และยิ่งมีกรณีที่มีคนมุสลิมถูกกระทำ เขาก็ให้ความสำคัญมากเช่นกัน
ขณะนี้กำลังเร่งทำสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับยูเออี และประสานไปยังประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอีกกว่า 100 ประเทศให้ช่วยติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเชื่อว่าแต่ละประเทศจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าคนคนเดียว
"ทักษิณ" จะหนีไม่นาน เพราะติดกองสมบัติในไทย
ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่รัฐบาลดำเนินการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นนักโทษที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศก็ทำแบบนี้
ศ.ดร.สุรชัยเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะสามารถเดินทางไปในประเทศเล็กๆ ในแอฟริกา และอเมริกากลางด้วยพาสปอร์ตที่ประเทศเหล่านี้ออกให้ เพราะประเทศเหล่านี้เป็นประเทศยากจน และจะออกพาสปอร์ตให้ใครก็ตามที่มีเงินไปลงทุนตั้งแต่ 5 หมื่นดอลลาร์เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ผู้นำประเทศที่หลบหนีคดีในหลายประเทศก็มักหลบหนีไปในประเทศเหล่านี้ แต่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะเงินที่อยู่ในประเทศไทยมีจำนวนมาก ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ คงใช้วิธีต่อสู้ทางการเมืองเพื่อหาทางกลับมาให้ได้ แต่คงเคลื่อนไหวใต้ดินมากกว่า
สื่อนอกสนใจแค่ช่วงแรก ตอนนี้ "ตาสว่าง" หมดแล้ว
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการใช้สื่อต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่สามารถใช้สื่อต่างประเทศได้ผลเหมือนเดิมอีกแล้ว
รศ.ดร.ปณิธานให้เหตุผลว่า ในช่วงแรกๆ สื่อต่างประเทศก็คงให้ความสนใจ เพราะอาจไม่เคยได้ยินข้อเท็จจริงที่แท้จริงมาก่อน จึงอาจไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงมากนัก
แต่หลังจากที่รัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงมากขึ้นจนทราบความจริงว่า ข้อมูลของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความคลาดเคลื่อนมาก ความสนใจของสื่อก็น้อยลง เพราะเขาก็มีนักข่าวของเขาในประเทศ และคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อกัน
แม้วถูกไล่ต้อน เดินทางได้ไม่เกิน 10-12 ประเทศ
สุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ เชื่อว่า การที่กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือไปถึงรัฐบาลทุกประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเกือบ 90 ประเทศ และส่งหนังสือไปถึงสถานทูตต่างประเทศทุกดแห่งในประเทศไทย รวมทั้งแจ้งให้สถานทูตไทยในต่างประเทศทุกแห่งแจ้งรัฐบาลแต่ละประเทศไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวทางการเมืองจะได้รับความร่วมมืออย่างแน่นอน
สุรพงษ์ชี้ว่า ในจำนวน 193 ประเทศทั่วโลก ในขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินทางไปพำนักชั่วคราวได้ไม่เกิน 10-12 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศแถบแอฟริกา และอเมริกากลาง ซึ่งยากจน คิดแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า และไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย



