เร่งล่ามือยิงแกนนำต้านถ่านหิน-ไฟเขียวพกปืน
ตร.มหาชัย เร่งจับกุมคนร้าย สั่งไฟเขียวแกนนำต้านถ่านหินพกปืนติดตัวได้ชั่วคราว เมียมั่นใจสาเหตุต่อต้าน วอนเร่งจับกุม ปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ด้าน"พงศพัศ"ส่งตร.ดูแลความปลอดภัยผู้เกี่ยวข้อง
ความคืบหน้ากรณี 2 มือปืน สวมหมวกนิรภัย บุกยิงแกนนำต้านโรงงานถ่านหิน ม.4 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เสียชีวิตคาร้านก๋วยเตี๋ยว หน้าบ้านตนเอง ก่อนซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนี เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ค. บรรดาแกนนำ กลุ่มเกษตรกร และประมงสมุทรสาคร กว่า 10 คน พากันเดินทางเข้าสถาบันนิติเวช กทม.เพื่อรอรับศพ นายทองนาค เศวกจินดา อายุ 47 ปี เจ้าของร้านเกิดเหตุเลขที่ 70 ม.4 ต.ท่าทราย แกนนำ กลุ่มต่อต้านถ่านหินอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตชาวสมุทรสาคร (ในส่วนของท่าทราย) โดยมีนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร นำเดินทางโดยรถสองแถวใหญ่
นายกำจร กล่าวว่า แกนนำทั้งหมดยังเข้มแข็งไม่หวั่นไหว และย่อท้อต่อการเคลื่อนไหวต่อต้านถ่านหินแต่อย่างใด แต่ในช่วงนี้ต้องช่วยจัดการเรื่องพิธีศพเสียก่อนเพื่อให้แล้วเสร็จ ก่อนจะกำหนดเคลื่อนไหวแห่นำรูปผู้ตายขึ้นรถ ไว้อาลัย และประจารย์ความไม่เอาไหนของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งๆ ที่เคยร้องเรียนว่ากลุ่มแกนนำ หลายคนเคยถูกข่มขู่ให้หยุดเคลื่อนไหว และจะปองร้าย ซึ่งได้แจ้งความไว้ที่ สถานีตำรวจแล้ว
พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ประสานความร่วมมือระหว่างโรงพักท้องที่ใกล้เคียงตามคำสั่ง ผบช.ภ.7 ว่า เพิ่มร่วมมือกันสอดส่องสถานการณ์แปลกปลอมในกลุ่มแกนนำต้านถ่านหินพื้นที่อื่นๆ ด้วย เช่น ระมัดระวังตัวบุคคล หรือให้ความปลอดภัย ซึ่งรับแจ้งมี 3 -4 คนถูกขู่เช่นกัน พร้อมกันนี้ว่า ได้เข้าขอดูกล้องวงจรปิดหาร่องรอย 2 คนร้ายล่าสุด จากนายบุญเชิด โรจน์รุ่ง ผญบ.ม.4 ท่าทราย เห็นเพียงมือปืนขณะขับขี่ จยย.ทั้งคู่ หลบหนีผ่านหนีหน้าบ้านนายบุญเชิด โดยลักษณะรูปพรรณ 2 คนร้าย ในสภาพสวมเสื้อผ้าและสีรถ จยย.ตามที่พยานระบุสวมหมวกปิดใบหน้า และเสื้อผ้าชุดดำคนขี่ และเสื้อเขียวคนซ้อนท้าย ตรงคำให้การ
ด้านนายกำพล ทองชิว แกนนำอีกรายฯ ฐานะคู่หูนายทองนาค ผู้ตาย เผยว่า พึ่งเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด แยกกับกลุ่มที่ไปรับศพ พร้อมรู้ถ่ายเพราะว่า (บ.เทคนิทีม จก.) โรงงานขนถ่ายท่าเรือจำหน่ายถ่านหินในพื้นที่ ม.4 ริมฝั่งท่าจีน (คู่กรณี) ยังดำเนินการมีรถบรรทุกถ่านหินเข้าๆ ออกๆ อยู่เลย จึงถ่ายรู้ไปยืนยังกับผู้ว่าจัดการ
“ส่วนเรื่องร้องขอความปลอดภัยสำหรับแกนนำ จากเจ้าหน้าที่หลังร้องขอไปทางโรงพักนั้น ยืนยันว่า ทาง พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.ได้เซ็นหลังนามบัตร อำนวยความสะดวกให้แก่บรรดาแกนนำ สัญลักษณ์ระบุอนุญาตให้เจ้าตัวพกอาวุธประจำกายเพื่อคุ้มครองตนเองได้ชั่วคราวช่วงนี้เพราะมีการข่มขู่ในบางรายด้วย” นายกำพล กล่าว
ทางด้านนายสันติ บรรเทิงจิตร ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) สมุทรสาคร ในฐานะตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า หลังจัดประชุมคณะทำงาน 5 ฝ่ายของคำสั่งจังหวัด ครั้งที่ 2/2554 เพื่อหาข้อสรุปแก้ปัญหาถ่านหิน ประกอบด้วย ฝ่ายข้าราชการ องค์กรภาคเอกชน อปท. สมาคมสื่อสมุทรสาคร และสถานประกอบการค้าถ่านหิน
ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ส.ค. จะร่วมออกสำรวจการเก็บกองถ่านหิน สถานผู้ประกอบการ ซึ่งได้ผ่อนผันระยะเวลาการขนย้าย หรือจำหน่ายถ่านหินออกไปให้หมด ประกอบด้วย บ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จก. (มหาชน) บ.มหาชัย เอนเนอจี จก. บ.เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเนนท์ จก. บ.เทคนิทีม (ไทยแลนด์) จก. และ บ.เอเชียกรีน เอนเนอจี จก. (มหาชน) ตามที่กลุ่มต่อต้านถ่านหิน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตชาวสมุทรสาคร ได้ประท้วงยึดกฎหมาย และตามความต้องการพ่อเมืองกำชับ 5 ข้อ ก่อนเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ อบต.ท่าทราย อ.เมือง สมุทรสาคร หลังมีปัญหาปรากฎว่า อบต.ออกแสดงคำสั่งยืนยันว่าได้ปิด บ.เทคนิทีม (ไทยแลนด์) จก. ลงแล้ว ซึ่งล่าสุดได้ส่งถึงมือนายสันติ บรรเทิงจิตร ผอ.ทสจ.สมุทรสาคร ยืนยันด้วย
เมียแกนนำเชื่อสามีถูกสังหารเพราะต่อต้าน
นางจอมขวัญ เสวกจินดา ภรรยา นายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิจ จ.สมุทราสาคร ที่ถูกคนร้ายถล่มยิงเสียชีวิต พร้อมญาติๆและแกนนำจำนวนมากเดินทางมารับศพนายทองนาค เพื่อไปสวดอภิธรรศพที่วัดสิริมงคล ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ.10 มาดูแลอำนวยความสะดวกและให้ความมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นางจอมขวัญ กล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุที่สามีถูกยิงเสียชีวิตมาจากการเคลื่อนไหวต่อต้านโรงงานถ่านหินในพื้นที่ที่ทำมาตลอดเกือบ 2 ปี เพราะที่ผ่านมาสามีไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็เคยถูกข่มขู่ผ่านมาทางคนรอบข้างตลอดว่าให้ระวังตัว เก่งนักเหรอ จะโดนอุ้ม จะโดนยิง ซึ่งญาติๆก็เตือนให้ระมัดระวังตัว
แต่การระวังตัวกับการจ้องทำร้ายสุดท้ายก็ต้องถูกทำร้าย สามีก็ไม่เคยกลัวบอกเพียงว่าอย่างไรก็ต้องเคลื่อนไหวต่อต้านต่อไปเพราะหมายถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกชาวบ้านบริเวณนี้ ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาเคลื่อนไหวมาโดยตลอดยื่นหนังสือ ร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง แต่ราชการก็ล่าช้ามาก ไม่ดำเนินการอะไรตามที่ร้องเรียนบางครั้งก็ดำเนินการไปคนละอย่างกับที่ร้องเรียนไป
“การกระทำครั้งนี้ถือว่าอุกอาจมาก อยากให้ตำรวจดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ให้หมดไป และเร่งดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว และให้เข้ามาดูแลประชาชนในพื้นที่ด้วยเพราะเกรงว่าจะตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากมีแกนนำที่เหลืออีก 10กว่าคนที่ถูกข่มขู่เช่นเดียวกัน ฉันเองก็พอรู้ว่ากลุ่มที่ทำเป็นใครและเชื่อว่าการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงจะทราบได้”นางจอมขวัญกล่าว
ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบมาระยะหนึ่งแล้วก็ได้สั่งการให้พื้นที่บช.ภ.7เข้าไปดูแลความปลอดภัยในระดับหนึ่งตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่อุกอาจ สะเทือนขวัญ สำนักงานแห่งชาติจะพิจารณาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ขณะนี้สิ่งที่ทางภรรยาผู้เสียชีวิตเป็นห่วงคือเรื่องของความปลอดภัยของครอบครัว ญาติพี่น้องซึ่งได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ลงไปดูแลความปลอดภัยผู้ที่เกี่ยวข้องและจะดูแลอย่างเข้มงวด
ที่ปรึกษาสบ.10 กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้นได้พูดคุยกับทางผบก.จว.สมุทรสาครแล้วในเบื้องต้นจะประสานไปยังกองปราบปราบให้ลงพื้นที่เพื่อไปช่วยทำคดีคู่ขนานกันไปกับพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป และอาจจะมีการโอนคดีมาให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางทำคดีเพราะเป็นคดีที่สะเทือนขวัญเป็นอย่างยิ่ง ตนเองก็ได้พูดคุยกับทางพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รองผบ.ตร.
ซึ่งดูแลพื้นที่บช.ภ.7 ที่รับจะเข้าไปดูแลคดีเร่งรัดเพื่อดำเนินการจับกุมคนร้ายและขยายผลไปยังกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็ได้ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้ว เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มมือปืนรับจ้างซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลอยู่แล้วโดยจะเร่งจับกุมตัวคนร้ายและสาวไปถึงผู้จ้างวานด้วย
ด้านพ.ต.ท.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา นายแพทย์(สบ.3)กลุ่มงานนิติพยาธิ แพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ศพ กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากกระสุนปืนทำลาย ปอด หัวใจ ตับ รวมกระสุนที่ถูกยิงจำนวน 6 นัด เข้าบริเวณช่องท้องและหน้าอก กระสุนฝังใน 3 นัด ทะลุ 3 นัด โดยลักษณะการยิงเป็นการยิงจากทางด้านหลังซ้ายวิถีกระสุนกดลงด้านล่าง ขนาดกระสุนเป็นหัวระเบิด.357 เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ตั้งรางวัล5หมื่นล่ามือปืนยิงแกนนำม็อบถ่านหินมหาชัย
พ.ต.อ.ชัยชาญ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า คดีนี้ทาง พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ได้เดินทางมาประชุมที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร โดยได้ประชุมวางแผนตรวจสอบคดี ซึ่งมีการแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆอันประกอบด้วยตำรวจภาค7 , เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.สมุทรสาคร , เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งได้มีการแบ่งหน้าที่กันไปปฎิบัติงาน
นอกจากนี้ยังมีชุดจากกองปราบปรามมาเข้าร่วมคลี่คลายคดีด้วยโดยการนำของพ.ต.อ.อธิป ฉิมอร่าม ผกก.5 ป เข้ามาร่วมดำเนินการในพื้นที่ด้วย ซึ่งขณะนี้ประเด็นการเสียชีวิตนั้น เชื่อว่ามาจากเรื่องถ่านหิน เพราะว่ามีผู้เสียผลประโยชน์หลายฝ่าย อาทิ สถานประกอบการ และธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งเรือ และรถในการขนส่ง
และจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายวัยรุ่นอายุไม่เกิน 25 ปี ทั้งสองคนใช้รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่ามีโอสีเหลืองดำ 125 GTX ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งถ้าผู้ใดพบเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม ขอให้แจ้งมาที่ตนได้ตลอดเวลา ที่หมายเลข 081-3101198 โดยจะมีรางวัลให้จำนวน 5 หมื่นบาท



