ข่าว

เจ็ทสตาร์ปัดทำสัญญาทาสพนง.ไทยโวยได้เงินเดือนต่ำ

เจ็ทสตาร์ปัดทำสัญญาทาสพนง.ไทยโวยได้เงินเดือนต่ำ

29 ก.ค. 2554

ซิดนีย์-ผู้บริหารเจ็ทสตาร์ยืนยันไม่เคยบังคับลูกเรือชาวไทยทำงานต่อเนื่องยาวนาน และต้องทำงานแม้จะมีอาการหน้ามืด

          สถานีโทรทัศน์เอบีซีแห่งออสเตรเลียรายงานว่า ลูกเรือชาวไทยของสายการบินเจ็ทสตาร์ที่ประจำสถานีในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงต่อการตกงานอย่างมาก จากการทำสัญญาจ้างงานที่ระบุว่าลูกจ้างอาจจะต้องทำงานยาวนานกว่ากำหนดเวลา 20 ชั่วโมงที่เป็นชั่วโมงทำงานสูงสุด และกำหนดบทลงโทษในกรณีการลาออกก่อนกำหนดด้วย

           นายบรูซ บูคาเนน ประธานสายการบินเจ็ทสตาร์กล่าวด้วยว่า ข้อร้องเรียนหลายเรื่องเป็น "เรื่องเท็จซึ่งบริษัทปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง" โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อกล่าวหาที่ระบุว่าบริษัทจ่ายเงินตอบแทนให้ลูกจ้างชาวไทยเพียงเล็กน้อย ซึ่งอันที่จริงบริษัทจ่ายเงินเดือนให้พนักงานชาวไทยประมาณ 20,000-30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (6.65-9.97 แสนบาท) ต่อปี ซึ่งนับเป็นอัตราเงินเดือนสูงที่มีการจ่ายให้ลูกจ้างน้อยรายมากในประเทศไทย โดยสัญญาการจ้างงานระบุว่าลูกจ้างชาวไทยจะทำงานสูงสุดเป็นเวลา 20 ชั่วโมงต่อกะ แต่ก็มีการวางเงื่อนไขด้วยว่า "นายจ้างสามารถขยายระยะเวลาการปฏิบัติงานได้"

           อย่างไรก็ตามเอบีซีรายงานว่า พนักงานชาวไทยได้รับเงินเดือนเพียง 258 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 8,500 บาท) บวกกับรายได้ 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงบิน และเบี้ยเลี้ยง แต่หากจะลาออกจากงานก่อนกำหนดที่ระบุในสัญญาหรือถูกไล่ออก พนักงานรายนั้นจะต้องจ่ายค่าเสียหายแก่บริษัทเท่ากับรายได้ 4.5 เดือน ขณะที่รายได้ขั้นต่ำในออสเตรเลียอยู่ที่ 590 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 19,000 บาท) ต่อสัปดาห์

           นอกจากนั้นยังมีรายงานการร้องเรียนถึงอาการหน้ามืดถึง 40 ครั้งจากพนักงานต้อนรับที่ให้บริการในเส้นทางบินในประเทศ และกังวลว่าจะรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ไม่ดีเท่าที่ควรหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานในเส้นทางระยะยาว

           อดีตพนักงานต้อนรับของเจ็ทสตาร์เปิดเผยต่อเอบีซีว่า ตนเองรู้สึกราวกับเป็นทาส ในการทำงานบนเส้นทางบิน 15 ชั่วโมงในช่วงกลางคืน จากซิดนีย์ ไปยังเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

           นายบูคาเนนยืนยันว่าบริษัทจะจัดการกับปัญหาการเกิดอาการหน้ามืดของพนักงานเป็นรายๆ ไป