
แฉทัพเวียดนามจ่ายสินบนแลกไม้ลาว
กรุงเทพฯ -เอ็นจีโออังกฤษแฉกองทัพเวียดนามจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลลาวแลกกับการตัดไม้ป้อนอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปยุโรปและสหรัฐ
องค์กรสอบสวนด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมแห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กล่าวหาว่ากองทัพเวียดนามจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลลาวเป็นจำนวนมากเพื่อเปิดโอกาสให้ลักลอบนำไม้ซุงจำนวนมากออกจากป่าลาว ป้อนอุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์เวียดนามมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ รัฐบาลลาวประกาศห้ามส่งออกไม้ไปยังต่างประเทศตั้งแต่ปี 2542 และเพิ่มกำลังการปกป้องป่าฝนของประเทศ แต่ก็ยังมีรายงานการลักลอบตัดไม้ที่มักจะอยู่ในแหล่งสร้างเขื่อนและพื้นที่พัฒนาการเกษตรของลาวบ่อยครั้ง
จูเลียน นิวแมน เจ้าหน้าที่ของอีไอเอ กล่าวว่า เวียดนามเกือบจะผนวกลาวเข้าไปเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมของประเทศ ผู้ที่ได้ประโยชน์คือเจ้าหน้าที่รัฐบาลลาวที่คอรัปชั่น และมีสัมพันธ์อันดีกับนักธุรกิจ
ด้านนายเหงียน เฟือง หง่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่ากองทัพเวียดนามไม่ได้ลักลอบนำไม้ออกจากลาว ขณะเดียวกันเวียดนามให้ความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และเข้มงวดกับการลักลอบตัดไม้และลักลอบนำเข้าไม้ซุง
รัฐบาลเวียดนามกำลังเจรจากับสหภาพยุโรปเพื่อเปิดรับผลิตภัณฑ์ไม้จากเวียดนามที่มีต้นกำเนิดไม้ในแหล่งที่ถูกกฎหมาย เวียดนามที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้มูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท) ได้สั่งห้ามการตัดไม้ในประเทศตั้งแต่ปี 2540
อีไอเอเปิดเผยด้วยว่าจากการสืบสวนอย่างลับๆ ในช่วงปี 2553-2554 พบว่าบริษัท 3 แห่งของเวียดนาม หนึ่งในนั้นได้แก่ บริษัทความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเวียดนาม (ซีโออีซีซีโอ) ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของกองทัพ และมีสำนักงานในเมืองวินห์เป็นผู้นำเข้าไม้จากลาวผ่านทางชายแดนติดต่อประเทศเวียดนาม โดยประเมินว่าแต่ละปีบริษัทเวียดนามทั้งสามแห่งลักลอบนำเข้าไม้ซุงจากลาวประมาณ 8.8 ล้านลูกบาศก์ฟุต (2.5 แสนลูกบาศก์เมตร) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,400 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ซีโออีซีซีโออ้างว่ามีใบอนุญาตจากรัฐบาลลาวในการนำเข้าไม้ซุง โดยแลกเปลี่ยนกับการสร้างถนน และโครงการสร้างเขื่อนในลาว และได้เปิดประมูลครั้งใหม่เพื่อนำเข้าไม้ซุงจำนวน 1.2 ล้านลูกบาศก์ฟุตจากลาว
ขณะที่รัฐบาลลาวยืนยันว่าจะเข้มงวดกับการส่งออกไม้ซุง และไม้ท่อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การรักษาป่าในปี 2563



