ในหลวง-ราชินีเสด็จฯสรงน้ำพระศพ'เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ'
"ในหลวง-ราชินี" เสด็จฯ ไปทรงประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ สำนักพระราชวังเคลื่อนขบวนพระศพสู่พระบรมมหาราชวังสมพระเกียรติ พร้อมเชิญพระโกศตั้งแท่นแว่นฟ้าทอง ประชาชนสุดอาลัย สำนักนายกฯ ประกาศลดธงครึ่งเสา-ขรก.กำหนดไว้ทุกข์ถวาย 15 วัน
ภายหลัง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด 100 วัน
เชิญพระศพสู่พระบรมมหาราชวัง
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 28 กรกฎาคม สำนักพระราชวังได้เชิญขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ออกจากตึก 84 ปี โรงพยาบาลศิริราช ขึ้นรถตู้ทะเบียน 1 ด 1172 ไปประกอบพิธีสรงน้ำพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีสมเด็จพระวันรัต สมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ฝ่ายธรรมยุต วัดบวรนิเวศวิหาร เดินนำเชิญพระศพ ตามด้วยท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ท่านผู้หญิงนราวดี ชัยเฉนียน คณะแพทย์พยาบาลรวม 14 คน ร่วมส่งพระศพ โดยมีรถจากกองกำกับการอารักขา 2 ตำรวจนครบาล 3 คัน แล่นนำขบวนไปตามถนนพรานนก เลี้ยวขวาไปยังแยกอรุณอัมรินทร์ เลี้ยวขวาข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า สู่ถนนราชดำเนินในผ่านศาลหลักเมือง เลี้ยวขวาสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมหาราช ก่อนเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาภิรมย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดสองข้างทางที่ขบวนเชิญพระศพผ่าน มีประชาชนมาร่วมส่งพระศพจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด
ในหลวง-ราชินีเสด็จฯสรงน้ำพระศพ
ต่อมาเมื่อเวลา 16.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้ารับเสด็จ
เมื่อรถยนต์พระที่นั่งมาถึง เสด็จฯ ขึ้นทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เข้าไปในพระฉากที่พระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ บรรทมอยู่บนพระแท่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระศพ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร จากนั้นทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์ ถวายสรงที่พระศพและทรงคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับหม้อน้ำพระสุคนธ์และโถน้ำขมิ้นจากเจ้าพนักงานสนมพลเรือน ถวายสรงที่ตรงพระอุระพระศพ จากนั้นทรงหวีพระเกศาขึ้นครั้งหนึ่ง แล้วหวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วหักพระสางวางไว้ในพาน ซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปประทับพระราชอาสน์ที่นอกพระฉาก เจ้าพนักงานเชิญผ้าไตร 86 ไตร ถวายทรงจบ
เชิญพระโกศตั้งแท่นแว่นฟ้าทอง
จากนั้น นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงวางซองพระศรีบรรจุดอกบัว และธูปเทียนที่ปากพระโกศ แล้วทรงรับแผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ ทรงรับพระชฎาทองคำวางข้างพระเศียร แล้วเสด็จฯ ออกไปประทับพระราชอาสน์ที่เดิม ตำรวจหลวงเชิญพระโกศพระศพไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จตาม ทั้งสองพระองค์ประทับพระราชอาสน์ เมื่อเชิญพระโกศพระศพขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง เจ้าพนักงานพระราชพิธีเข้าถวายพวงมาลา แล้วพระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปวางที่หน้าพระโกศพระศพ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 12 รูป ใน 86 รูป เท่าพระชมมายุสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ขึ้นนั่งอาสนสงฆ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญเครื่องนมัสการเข้าถวาย ทรงจุด ทรงคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 1 ไตร บนโต๊ะที่พระภูษาโยง พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้นทรงคมไปด้านพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร และที่หน้าพระโกศพระศพ ทรงรับการถวายการเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชา กระบะมุกหน้าพระแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญเครื่องบูชากระบะมุกเข้าถวายทรงจุด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงลงทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยาโดยลิฟต์ ตำรวจหลวงนำเสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว แล้วเสด็จฯ กลับ
พสกนิกรเข้าถวายน้ำสรงพระศพ
ส่วนบรรยากาศที่ศาลาสหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวัง เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เตรียมสถานที่ไว้ให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ตั้งแต่เวลา 13.30-16.00 น. ซึ่งอนุญาตประชาชนที่แต่งกายด้วยชุดสีดำและสีขาวเท่านั้น สำหรับสุภาพสตรีให้สวมกระโปรง โดยมีคณะบุคคลร่วมสรงน้ำพระศพ เช่น พล.ท.ศิริชัย ดิฐกุล รองเสนาธิการทหารบก นำขณะข้าราชการกองทัพบก รวมทั้ง พล.ท.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผอ.ททบ.5, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือชาวบ้าน, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชินี, คณะครูและนักเรียนสถาบันสันติราษฎร์บริหารธุรกิจ ในพระอุปถัมภ์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง
สำนักงานอัยการสูงสุด นำโดย นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุดพร้อมด้วยผู้บริหารสูงสุด, สมาคมสโมสรลูกเสือวิสามัญแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์, สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี จ.สมุทรปราการ, นายจิรศักดิ์ รัตนวงศ์ รอง ผอ.สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่สำนักงาน, นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน, พล.ท.ชูเกียรติ เพียรสุนทร ผู้บัญชาการหน่วยรักษาดินแดน พร้อมคณะนายทหารของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
แซ่ซ้องพระกรุณาธิคุณ
ม.ล.ประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ ผู้จัดการโรงเรียนราชินี กล่าวว่า โรงเรียนราชินีได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ในทุกเรื่อง ทุก 1 ปี พระองค์ท่านพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนในกองทุน “เพชรรัตนราชสุดา” ปีละ 1 ทุน ที่สำคัญไม่ได้มีเพียงแค่ส่วนของพระองค์เท่านั้น แต่ยังทรงจัดตั้งกองทุนเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งเป็นสมเด็จพระอัยยิกา(ย่า) ของพระองค์ ในส่วนของโรงเรียนราชินี ทุกปีที่ตรงกับวันคล้ายวันประสูติ คณะครูและนักเรียนจะเข้าไปถวายพระพรเป็นประจำ จากนี้ไปเพื่อเป็นการสำนึกในพระกรุณาธิคุณตลอดระยะเวลาที่พระศพตั้งบำเพ็ญพระกุศลอยู่ ทางโรงเรียนได้จัดนักเรียนมาถวายสักการะพระศพทุกวัน
นางเพ็ญโฉม วสันตสิงห์ อายุ 87 ปี ข้าราชบริพารในพระองค์ กล่าวว่า รู้สึกใจหายเมื่อได้ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงประกอบคุณงามความดีให้แก่ประเทศไทยไว้มากมาย
"ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อเรามาก เพราะคุณพ่อเป็นข้าราชบริพารในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 พระราชบิดาของพระองค์ ดิฉันเคยเห็นท่านมาตั้งแต่ประสูติ เคยถวายงานมาตลอดแต่ระยะ 2-3 ปีมานี้ ที่ท่านประชวรหนักก็มีโอกาสเข้าเฝ้าเฉพาะวันคล้ายวันประสูติ อย่างปีที่พระองค์ท่านมีพระชนมายุ 84 พรรษาที่ผ่านมา เจ้านายพระองค์นี้ทรงพระอัจฉริยภาพเรื่องความจำเป็นเลิศ ทรงจำชื่อหรือวันเกิดของข้าราชบริพารได้หมด ในความเศร้าโศก ก็รู้สึกปลาบปลื้มที่เห็นประชาชนยังคงจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน มาถวายสักการะพระศพเป็นจำนวนมาก" นางเพ็ญโฉมกล่าว
สิ้นพระชนม์อย่างสงบ
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ สิ้นพระชนม์อย่างสงบ ด้วยพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต และโอกาสนี้ทางโรงพยาบาลศิริราชได้ประกาศไว้ทุกข์ 100 วัน เท่ากับข้าทูลละอองพระบาทในราชสำนัก
“เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านประทับอยู่ที่วังรื่นฤดี ทางโรงพยาบาลได้จัดแพทย์และพยาบาลสับเปลี่ยนไปเฝ้าดูแลพระอาการโดยตลอด จนวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พระองค์ท่านเข้ารับการรักษาที่ศิริราช คณะแพทย์ได้ดูแลและถวายการรักษา โดยจัดระบบดูแลเหมือนกับการดูแลในห้องไอซียู คือมีคณะแพทย์พยาบาลเฝ้าดูพระอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง กระทั่งพระองค์ท่านจากไปอย่างสงบ ไม่ทุกข์ทรมาน ขณะเดียวกันพระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างของความอดทนในแง่ของความเจ็บป่วย มีกำลังพระทัยที่ดี เพราะกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง" ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าว
รัฐลดธงครึ่งเสา-ขรก.ไว้ทุกข์
วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี สิ้นพระชนม์ ความว่า "ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ สิ้นพระชนม์ ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง และได้พิจารณาเห็นว่าโดยที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ มีพระกรุณาธิคุณใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา จึงเห็นควรประกาศดังต่อไปนี้
1.ให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นต้นไป 2.ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นต้นไป (การกำหนดไว้ทุกข์ถวาย 15 วัน ยกเว้นวันที่ 12 สิงหาคมนี้)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ดาดฟ้าบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้ลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้ทุกข์แล้ว
ด้านนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ได้นัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วาระพิเศษ เพื่อเตรียมงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ให้สมพระเกียรติ
นิมนต์พระสงฆ์สดับปกรณ์
นายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากสำนักพระราชวัง ดำเนินการนิมนต์พระสงฆ์เพื่อสดับปกรณ์ และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ โดยพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพวันแรก จะนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ จำนวน 86 รูป สดับปกรณ์ ส่วนพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพจะนิมนต์พระสงฆ์ประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป ฉันเพลวันละ 8 รูป กำหนด 100 วัน โดยพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพวันแรกได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธาราม นอกจากนี้สำนักพระราชวังยังได้มอบหมายให้ กรมการศาสนาจัดตู้พระธรรมไปตั้งที่หน้าพระสวดพระอภิธรรมด้วย
ด้าน พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณีนั้น สภากลาโหมจึงขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพให้การสนับสนุนคณะกรรมการอำนวยการฯ ในเรื่องต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีฯ ถูกต้องตามราชพิธีและสมพระเกียรติ
ครู-นร.มหาวชิราวุธไว้อาลัย
ความเคลื่อนไหวในจังหวัดต่างๆ ประชาชนจัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าบรรยากาศที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระอุปภัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ได้ขึ้นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ที่บริเวณหน้าเสาธง เพื่อให้คณะครูและนักเรียนร่วมกันแสดงการไว้อาลัยและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อโรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา นอกจากนี้คณะครูและนักเรียนได้นั่งสมาธิหน้าเสาธงถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ
ขณะที่นักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีถวายสังฆทานถวายเป็นพระกุศล และพร้อมใจกันนั่งสมาธิระลึกถึงพระองค์ท่าน ส่วนคณะครูจะร่วมกันแต่งชุดดำไว้ทุกข์ถวาย 100 วัน และจะประกอบพิธีทำบุญถวายเป็นพระกุศลในทุกเดือน ทั้งนี้ในช่วงบ่ายทางโรงเรียนได้จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์
ขณะเดียวกัน นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ที่โรงเรียนเพาะปัญญา อ.เมือง จ.ตรัง เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2456 โดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานนาม “โรงเรียนเพาะปัญญา” เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2458 ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2553 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงรับโรงเรียนเพาะปัญญาไว้ในพระอุปถัมภ์
ส่วนที่ศาลาสิริกิตปุญญประชาสรรค์ วัดพระเจดีย์ซาวหลัง พระอารามหลวง ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าภคินีเธอฯ



