ข่าว

เด้งรองผกก.พญาไททำคดีหมอมุกช้า

เด้งรองผกก.พญาไททำคดีหมอมุกช้า

28 ก.ค. 2554

มีคำสั่งด่วนสั่งเด้งรองผกก.สืบฯพญาไท ช่วยราชการ 30 วัน เหตุทำงานผิดพลาด คดีหมอมุกล่าช้า แม่หมอมุกแถลงข้องใจตำรวจทำคดีลูกสาว

          (28ก.ค.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีการลงนามเสนอให้พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. และให้ พ.ต.ท.บรรยง แดงมั่นคง พนักงานสอบสวน (สบ3) สน.พญาไท ปฏิบัติหน้าที่รอง ผกก.สืบสวน แทน โดยมอบหมายให้พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นผู้ลงนามออกคำสั่ง

          ทั้งนี้ มีรายงานว่า สาเหตุการโยกย้ายดังกล่าว เนื่องจากพ.ต.ท.โชติ เป็นตำรวจที่รับผิดชอบในการทำคดีของพ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก ที่ถูกพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลางสำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ขับรถชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเพิ่งจะมีการแจ้งข้อหาเมื่อไม่นาน และเป็นการทำคดีล่าช้าและมีความผิดพลาด กระทั่งมีคำสั่งโยกย้ายในที่สุด

 

แม่หมอมุกแถลงข้องใจตำรวจทำคดีลูกสาว

          เมื่อเวลา 18.15 น. ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมพิเศษ 14/2 ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก แพทย์ประจำ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พร้อมด้วยนายสุรชัย เดชอัศวนง ทนายความ

          ร่วมกันแถลงข่าวกรณียังข้องใจเกี่ยวกับการทำคดีของหมอมุกว่า สิ่งที่ตนยังข้อใจอยู่นั้นมีด้วยกันสองเรื่องคือ เรื่องแรก รถคันที่ก่อเหตุนั้น ตามที่สอบสวนระบุว่า ใช้เส้นทางถนนเศรษฐศิริ เข้าถนนอำนวยสงคราม และไปสิ้นสุดที่ถนนเขียวไข่กา แล้วหลังจากนั้นก็ตามไม่ได้ ซึ่งตนก็ได้ขอความกรุณากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนให้การที่สน.พญาไท ว่า ให้ติดตามว่ารถคันก่อเหตุนั้นขับไปสิ้นสุดที่ใดกันแน่ จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้คำตอบว่าจะให้ข้อมูลเรื่องนี้ได้ เมื่อไหร่

          พญ.พรรณกร กล่าวต่อว่า เรื่องที่สองก็คือ ตามที่พนักงานสอบสวนระบุว่า รถคันก่อเหตุนั้นมีคนนั่งอยู่ในรถด้วยกัน 4 คน คือ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ภรรยา ลูกสาว และเพื่อนลูกสาว ซึ่งจากการสอบสวนนั้นเชื่อว่า เพื่อนลูกสาวเป็นคนเขียนด่าหมอมุกด้วยถ้อยคำหยาบคายไว้ที่ข้างรถ ซึ่งตอลดเวลาทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังจากนั้นก็หลบหนีไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นทั้ง 3 คนที่เหลือก็ควรจะมีส่วนรับผิดชอบถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วย ไม่ใช่คนขับรถแค่คนเดียว

          พญ.พรรณกร กล่าวด้วยว่า ภาพของหมอมุกที่เผยแพร่ออกไปนั้นเป็นภาพที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่ แต่วันนี้จะให้สื่อมวลชนดูกระโหลกข้างซ้ายที่เสียไปเกือบทั้งหมด ทำให้ต้องเดินลำบาก แขนขาข้างขวายังอ่อนแรง และขาข้างขวายังบวมอยู่ ต้องแต่ตอนนี้หมอมุกก็ช่วยเหลือตัวเองได้พอสมควรคือ รับประทานอาหารเองได้ เดินเข้าห้องน้ำได้ ขับถ่ายเองได้ แต่สิ่งที่หนักใจก็คือ หมอมุกยังพูดไม่ได้มากนัก เวลาที่ตนพูดกับลูกสาวเขาก็เข้าใจ แต่เวลาที่ลูกสาวจะพูดอะไรบางครั้งก็ยังเรียกไม่ถูก เวลาเซ็นชื่อยังพอเซ็นได้ แต่เขียนมากยังไม่ได้ อ่านหนังสือก็ยังไม่ครบ เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาว่า ลูกสาวจะทำงานได้มากแค่ไหน ส่วนเรื่องรายละเอียดเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายนั้น ยังไม่มีใครมาติดต่อหรือสอบถามตน และตนก็ไม่ได้ไปถามใครด้วย

          ด้านนายสุรชัย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวพยายามฆ่ากับ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ว่า ยังน้อยไปนิด พราะมีเรื่องของหลักฐานด้วย ซึ่งตนคิดว่า พนักงานสอบสวนยังพูดไม่หมด เพราะเวลาส่งฟ้องนั้น ยังมีรายละเอียดของมาตราการกระทำความผิดอีกด้วย ซึ่งทางฝ่ายตนไม่ติดใจเรื่องของกองพิสูจน์หลักฐาน แต่ยังมีบางเรื่องที่แม่หมอมุกยังติดใจอยู่ คือ 95 เปอร์เซ็นต์ทางฝ่ายตนยอมรับได้ แต่อีก 5 เปอร์เซ็นต์ยังยอมรับไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้แม่หมอมุกก็ได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว เพื่อให้แม่หมอมุกสบายใจในเรื่องนี้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า แม่หมอมุกยังติดใจเรื่องที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คนขับรถ หรือจะมีการเปลี่ยนตัวคนขับหรือไม่นั้น นายสุรชัย กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดแบบนั้น เรื่องการเปลี่ยนตัวคนขับก็ยังไม่ทราบ เป็นเรื่องที่ฝ่ายตนยังติดตามกันอยู่ แต่ก็คงจะเร็วๆนี้ที่ทางพนักงานสอบสวนจะติดต่อมาตามที่คุณแม่หมอมุกร้องขอไป

          ต่อข้อถามที่ว่ามีความเห็นอย่างไร หลังจากมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ให้มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่ บก.น.1 เป็นเวลา 30 วัน เนื่องจากผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ในคดีหมอมุก นายสุรชัย กล่าวว่า ทางฝ่ายตนยังไม่ทราบว่าเป็นเพราะเรื่องอะไร ขอไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องภายในของทางตำรวจ

          ผู้สื่อข่าวรายานว่า หลังจากนั้น พญ.พรรณกร ได้พาหมอมุกออกจากห้องพักมาพบสื่อมวลชน โดยนำภาพของหมอมุกตอนก่อนเกิดอุบัติเหตุให้สื่อมวลชน ก่อนจะเปิดหมวกไหมพรมของหมอมุกออกให้สื่อมวลชนเห็นสภาพกระโหลกศีรษะที่ยุบไป และสภาพขาที่ยังบวมอยู่ พร้อมบอกว่า เมื่อเช้าหมอมุกบอกว่า อยากเจอพี่เบิร์ด โดยตัวหมอมุกเองก็ยังอยู่ในสภาพที่ยิ้มแย้มแจ่มใสไหว้ทักทายสื่อมวลชน