ข่าว

ดัชนีความสุขของคนไทย

ดัชนีความสุขของคนไทย

29 ก.ค. 2554

ดัชนีความสุขของคนไทย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

          จากผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่าดัชนีความสุขของคนไทยเพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจาก 6.61 เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ มาอยู่ที่ 7.55 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งน่าจะเป็นด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองที่สงบลง และแรงกดดันต่างๆ ค่อยคลายตัวลงตามลำดับ ประกอบกับมีความหวังกับรัฐบาลใหม่ว่าจะดำเนินการแก้ไขความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ให้บรรเทาเบาบางลง เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงและเสถียรภาพขึ้น ซึ่งก็เป็นไปในลักษณะของข้าวใหม่ปลามันหรือฟ้าหมาดฝน ซึ่งไม่มีใครรับรองได้หรอกครับว่าการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์จะจบลงเมื่อไหร่ หรือจะมีดีเปรสชันลูกใหม่เข้ามาอีกเมื่อใด

           เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดดัชนีความสุขของคนไทยแล้ว จะเห็นว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศเป็นสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านั้น สภาวการณ์ทางการเมืองของไทยอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติ ขาดความแน่นอน และมีความขัดแย้งสูง ขณะเดียวกันภายในรัฐบาลเองก็มีปัญหาระหว่างพรรคร่วม คุณภาพและความน่าเชื่อถือของคนที่เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง รวมถึงความล่าช้าหรือไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่บั่นทอนความนิยมของรัฐบาลชุดก่อนลงไปเรื่อยๆ

           อย่างไรก็ตามตัวชี้วัดดัชนีความสุขที่แท้จริงนั้น มิได้มีแค่ปัจจัยทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น การอยู่ดีกินดี ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน สุขภาพอนามัย การเข้าถึงการบริการต่างๆ ของภาครัฐ คุณภาพชีวิต สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย และโอกาสในความก้าวหน้า เป็นต้น

           ซึ่งสิ่งต่างๆ ดังกล่าว คือความสุขขั้นพื้นฐานของมนุษย์โดยทั่วไป ดังนั้น ถ้าจะกล่าวว่าคนไทยมีดัชนีความสุขเพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้ง ก็เป็นเพียงในเรื่องของสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ และเป็นความสุขเพียงชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะเป็นระยะเวลานานเพียงใด ทั้งนี้เพราะนักการเมืองไทยยังคงเล่นการเมืองกันในแบบเดิมๆ ทั้งการเรียกร้องตำแหน่ง การแสวงหาผลประโยชน์ การหาทางทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง การใส่ร้ายป้ายสี และการเล่นการเมืองนอกระบบ นอกกติกาหรือนอกสภา

           การทำให้คนในสังคมมีความสุขนั้น ว่ากันว่าวิธีที่ดีที่สุด คือการทำให้ทุกคนมีความเสมอภาคกันในทางกฎหมาย กับเสมอภาคกันในทางเศรษฐกิจ การเสมอภาคทางกฎหมายก็คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวกันกับประชาชนทุกคนโดยไม่มีการลูบหน้าปะจมูก ทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งได้อย่างจริงจัง สำหรับความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ได้แก่การขจัดการผูกขาดทางการค้า ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าโดยเสรี สนับสนุนและเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเกิดการผลิตและประกอบกิจการใหม่ๆ มีมาตรการทางภาษีที่รัดกุมและเป็นธรรม ซึ่งหากรัฐบาลใดก็ตามให้ความสำคัญต่อความเสมอภาคทางกฎหมายและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ก็ย่อมทำให้ดัชนีความสุขของประชาชนในชาติสูงขึ้นตามไปด้วย

           ป่านนี้งานฉลองวันเกิดของใครบางคนคงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และถึงเวลาที่ใครหลายๆ คน จะเริ่มคิดถึงการงานและภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งหากคนเหล่านั้นคิดถึงการทำให้ประชาชนมีดัชนีความสุขเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างความเสมอภาคทางกฎหมาย ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมก็เชื่อว่าคนไทยคงจะมีความสุขขึ้นจริงๆ เสียที