
ส.ธรรมยศ ราชสีห์แห่งการเขียน
ส.ธรรมยศ ราชสีห์แห่งการเขียน : พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย โดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ
คงไม่เป็นการง่ายที่ใครจะเขียนหนังสือ จนได้รับการขนานนามว่า “ราชสีห์แห่งการเขียน” เพราะผู้ที่จะได้รับการขนานนามเช่นนี้ได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีสำนวนโวหาร ตลอดจนได้ชื่อว่าเป็นนายแห่งการเขียน และเป็นนายแห่งภาษา อีกทั้งจะต้องเป็นผู้ที่คงแก่เรียน เป็นปราชญ์ที่รอบรู้ในทุกแขนงวิชา หาผู้ที่เปรียบเทียบได้ยากไม่เป็นสองรองใคร คุณสมบัติข้างต้นดังกล่าวนั้น ได้มีบริบูรณ์อยู่ในตัวผู้ที่ถูกขนานนามนั้นแล้วอย่างครบถ้วน ท่านผู้นั้นคือ “ส.ธรรมยศ” หรือ แสน ธรรมยศ ถือกำเนิดในตระกูล ณ ลำปาง นับลำดับจากเจ้าผู้ครองนครลำปางแห่ง “ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์” หรือ “ราชวงศ์เชื้อเจ็ดตน” เป็นลำดับชั้นที่ 4 เกิดที่ตำบลปงพระเนตรช้าง จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2457 โดย "ส.ธรรมยศ" ได้เคยกล่าวถึงความเป็นมาของตนเองอย่างถ่อมตนไว้ว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่เศรษฐี แม้พ่อแม่เป็นเจ้า แต่ข้าพเจ้าก็ได้ชื่อว่าเป็นคนจน” กระนั้นก็ตามสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิดของ "ส.ธรรมยศ" คือความเป็นผู้มากด้วยสติปัญญา
ภายหลังจากจบชั้นมัธยมต้น ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียน สามารถสอบเข้าเรียนต่อ คณะแพทย์ศาสตร์ได้มากที่สุดในประเทศไทยแล้ว ได้เข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมปลายที่ โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ จนจบการศึกษาในปีพ.ศ.2474 ด้วยความที่เป็นผู้มีสติปัญญาดีมาแต่ต้น จึงได้รับทุนเรียนส่วนตัวจากพระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทานนท์) และอาจารย์ชาวฝรั่งเศสไม่ทราบนาม ให้ไปศึกษาต่อที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
วิชาที่ไปทำการศึกษานั้น คือวิชา “ปรัชญา” ของสำนัก Pragmatism ของวิลเลี่ยม เจมส์ ซึ่งเป็นวิชาที่แทบจะไม่มีใครรู้จักเลยในช่วงเวลานั้น ได้ศึกษาจนสำเร็จ และกลับมาประเทศไทยในปีพ.ศ.2478 ได้เริ่มต้นชีวิตในการทำงานด้วยอาชีพครู ที่โรงเรียนสตรีจุลนาค ของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเป็นแห่งแรก และหลังจากนั้นก็ได้ย้ายไปสอนในโรงเรียนต่างๆ อีกหลายแห่ง สุดท้ายได้ยุติความเป็นครูที่สอนตามโรงเรียน มาเป็นครูในโลกแห่งการเขียนแทนจนชั่วชีวิต
ส.ธรรมยศ ได้เริ่มงานเขียนที่ว่าด้วยเรื่องของปรัชญาตามที่ได้ศึกษามา ตลอดจนเขียนบทวิจารณ์วรรณกรรมทั้งใหม่ และเก่า เขียนสารคดี เขียนเรื่องสั้นที่มีผู้คนติดตามอ่านอย่างมากมาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชสีห์แห่งการเขียน” ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และผลงานชิ้นสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นชิ้นสุดท้ายก่อนที่จะอำลาโลกนี้ไปด้วยอาการวัณโรค ในวัยเพียง 38 ปี ที่โรงพยาบาลทรวงอก นนทบุรีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2495 คือเรื่อง “พระเจ้ากรุงสยาม”
เสาร์-อาทิตย์ลาท่านผู้อ่านไปสองวัน พบกันวันจันทร์ ไปเที่ยว “เมืองกำแพงเพชร” กันครับ



