
ดร.สุเมธชี้'โจรเปลี่ยนใจน่านับถือกว่า'
ดร.สุเมธชี้ตัวเลขเศรษฐกิจโตไม่ทำให้ทุกคนรวยเท่ากัน ระบุโจรเปลี่ยนใจน่านับถือกว่าโจรในอำนาจ
(28ก.ค.) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า บรรยายให้ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมตามโครงการน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับกระทรวงยุติธรรม โดยระบุตอนหนึ่งว่า ให้ข้าราชการทุกคนปฏิบัติตนตามหลักทศพิธราชธรรมเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับประชาชนทุกคน เนื่องจากเชื่อว่าความแตกต่างของรายได้ทำให้เกิดความแตกต่างด้านสิทธิในสังคม และปัญหาบ้านเมืองที่มีความสับสนวุ่นวายขณะนี้เพราะคนจำนวนมากไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งต้นตอของปัญหาดังกล่าวคือกลุ่มนักวิชาการที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ เนื่องจากนำเศรษฐกิจพอเพียงไปเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจแนวหลักและเศรษฐกิจแนวรอง ทั้งนี้เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การใส่เสื้อม่อฮ่อมทำตัวโกโรโกโส หรือจะต้องเน้นด้านการเกษตรเท่านั้น แต่เศรษฐกิจพอเพียงคือการใช้ชีวิตอย่างพอดีไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ใช้สติ มีเหตุมีผล ไม่ใช่ให้ละทิ้งทุกอย่าง
ดร.สุเมธ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแม้กระทั่งประเทศไทยและเวียดนามประสบกับปัญหาวิกฤตทำให้เกิดการชะลอตัวด้านการพัฒนาทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป จึงขอใช้คำว่า “แดกจนล่มจม” มนุษย์อยู่ท่ามกลางกระแสสังคมบริโภค การที่สังคมบริโภคเกินความจำเป็น ใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการ รวมถึงเห็นว่าการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นเพียงอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นดัชนีชีวัดไม่ได้ทำให้ทุกคนมีฐานะดีเท่ากันทุกๆ 100 บาท ร้อยละ 20 ของคนที่รวยที่สุด เอาไป 58 บาท หมายความว่าคนเพียงไม่กี่ตระกูลที่ได้รับไป ซึ่งคนที่ได้รับไปเป็นคนรวยเพียงไม่กี่ตระกูลขณะที่คนจนแทบไม่ได้อะไรเลย
“ปัญหาการบุกรุกป่าที่วังน้ำเขียว อ.ปากช่อง เป็นของคนรวย ป้ายที่ติดหน้ารีสอร์ทเป็นของคนตระกูลใหญ่ๆ ส่วนคนจน ไม่ได้ นี่คือความแตกต่างของรายได้ประชาชาติ และ ทำให้ความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้นในสังคมไม่เท่ากัน”เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าว
ดร.สุเมธ ยังกล่าวว่าสาเหตุที่เครื่องบินตก 3 ลำ เกิดจากการตามเข้าไปจับคนที่บุกรุกพื้นที่ป่า เนื่องจากขณะนี้ป่าไม้ถูกทำลายเหลือไม่ถึงร้อยละ 20 ของพื้นที่จึงอยากให้ประชาชนช่วยดูแลและรู้จักประมาณตน ตรวจสอบตนเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเวลาที่มีปัญหาแล้วจะแก้ปัญหานั้นด้วยหูฉลามเหมือนเวลาที่นักการเมืองทะเลาะกันและปรองดองกันด้วยการนัดกินหูฉลาม ซึ่งการกินในลักษณะดังกล่าวเกินความพอดี ข้าราชการต้องไม่กลัวที่จะทำตัวเป็นแกะดำของความดี เพราะเชื่อว่าแม้ในวันนี้จะไม่มีใครปฏิบัติตามแต่ในอนาคตก็จะมีคนทำดีตาม โดยส่วนตัวเห็นว่าโจรที่เปลี่ยนใจมาทำความดีน่ายกย่องและน่าเคารพมากกว่าโจรที่อยู่ในอำนาจ



