ข่าว

"โคทม"หวังที่ประชุมร่วมรัฐสภามีทางออกแก้ปัญหา

"โคทม"หวังที่ประชุมร่วมรัฐสภามีทางออกแก้ปัญหา

23 เม.ย. 2552

"โคทม" เห็นว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวานนี้เป็นเรื่องการพูดความจริง ส่วนวันนี้น่าจะเป็นการคืนดีกัน มีการสารภาพผิด ขอโทษ และให้อภัย จะดีกว่ากล่าวโทษแก้ตัวกัน และหาทางแก้ปัญหาบ้านเมืองร่วมกันต่อไป "สุจิต"ชี้รบ.แก้รธน.ขัดแย้งไม่จบหวั่นล้ม"องคมนตรี" เสื้อแดงทำบ

ภาพรวมการอภิปรายการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 2 เพื่อทางออกแก้วิกฤติการเมือง ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ มีเสียงสะท้อนออกมาว่า ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ เนื่องจากยังเป็นการชี้แจงตอบโต้กันไปมา ในประเด็นเหตุการณ์การชุมนุม มากกว่าจะร่วมกันหาทางออกให้กับบ้านเมือง

 นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความเห็นถึงการอภิปรายในช่วงที่ผ่านมา ว่า เป็นเรื่องดีที่ต่างได้อธิบายให้สาธารณชนทราบว่ามุมมองของตนเองเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้นคืออะไร แต่อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ และเหตุผลพิจารณากลั่นกรองอีกทีหนึ่ง พร้อมคาดหวังว่าการอภิปรายในวันนี้ จะมีการพูดถึงทางออกของปัญหาให้มากขึ้น อยากฟังเสียงจากสมาชิกรัฐสภาเรื่องการแก้ไข รธน. ขอบเขตของการนิรโทษกรรม

 "เมื่อวานนี้เป็นเรื่องของการพูดความจริง วันนี้ควรจะเป็นการคืนดีกัน โดยการสารภาพ และวิจารณ์ฝ่ายตัวเองว่า ทำอะไรผิดหรือไม่ และขอโทษ อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งให้อภัย จะเป็นการเอาเรื่องที่ค้างคาใจออกมาได้ดีกว่าการกล่าวโทษแก้ตัวกัน อยากให้วันนี้ มีการพูดคุยกันถึงปัจจุบัน และอนาคต เพื่อร่วมกันหาทางออกของบ้านเมือง"

"สุจิต"ชี้รบ.แก้รธน.ขัดแย้งไม่จบหวั่นล้ม"องคมนตรี"

 นายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเมื่อวันที่ 23 เมษายน ซึ่งถูกทาบทามจากสถาบันพระปกเกล้าให้มาเป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง เปิดเผยว่า ขณะนี้คงต้องระงับแนวคิดที่สถาบันพระปกเกล้าได้เชิญให้ตนมาเป็นประธานในการปฏิรูปการเมืองไว้ก่อน เพราะตนก็ยังไม่ได้เข้าไปมีส่วนดำเนินการใดๆ อีกทั้งสถาบันพระปกเกล้าก็ไม่ได้ติดต่อมายังตนในช่วงนี้ด้วยเพื่อพูดคุยหรือมีท่าทีในช่วงที่ขณะนี้รัฐบาลก็มุ่งหน้าที่ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง

 นายสุจิต กล่าวว่า การที่รัฐบาลเดินหน้ามุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้คงไม่ใช่ทางออก เพราะตนยังไม่ทราบว่าจะแก้อะไร เพราะตอนนี้เป็นเรื่องของคู่กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้กลับมาประเทศโดยไม่ต้องรับโทษ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ก็ไม่เห็นด้วย หากแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ จริงก็คงไม่มีใครยอมได้

 ส่วนที่รัฐบาลเสนอแนวคิดให้พรรคการเมืองไปหาประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าหากให้นักการเมืองแก้ไขนักการเมืองก็จะได้ประโยชน์เอง แต่ความขัดแย้งที่เกิดในหมู่ประชาชนไม่อาจหายได้ ซึ่งตนยังหาทางออกขณะนี้ไม่ได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณก็ยังไม่ยอมประนีประนอมด้วย หากยอมทำตามเงื่อนไขของพ.ต.ท.ทักษิณนั้นก็ไม่ใช่การประนีประนอม อีกทั้ง การนิรโทษกรรมคดีการเมืองด้วยการให้คืนสิทธิเลือกตั้งแก่นักการเมืองไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่ต้องดูเป็นเรื่องๆไปว่าการจะยกเลิกเรื่องความผิดที่ทำให้พรรคถูกยุบนั้น แล้วจะมีมาตรการใดที่จะมาทดแทนการยุบพรรคที่บังคับใช้อยู่ขณะนี้ ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบว่าการจะยกเลิกมาตรา 237 แล้วกลับไปเป็นแบบเดิมแล้วทำอย่างไรไม่ให้มีการทุจริตเลือกตั้ง

 “ปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้ไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญ แต่ความขัดแย้งมาจากการบัญชาการของคนที่อยู่นอกประเทศ เพราะกลุ่มเสื้อแดงที่ชุมนุมกันเพราะชื่นชมพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะสั่งการอะไรก็พร้อมยอมทำตามพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาโดยไม่ต้องรับโทษ โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ล้มระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้นผมไม่ทราบว่าระบอบดังกล่าวคืออะไร และที่เรียกร้องให้องคมนตรีลาออกนั้นก็ไม่ทราบหากมีแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเรียกร้องของกลุ่มดังกล่าวจะเลิกมาตราเกี่ยวกับองคมนตรีหรือไม่ ดังนั้น การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือปฏิรูปการเมืองจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและสภาที่จะดำเนินการและคิดให้รอบคอบก่อน” นายสุจิต กล่าว

เสื้อแดงทำบุญที่แยกดินแดง
 
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่คาดว่าอาจเสียชีวิตจากเหตุการณ์ผลักดันการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่บริเวณด้านหน้าสวนสันติภาพ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปได้ตามกรอบรัฐธรรมนูญ และยุติการดำเนินการสองมาตรฐาน

 นายสมยศ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศใช้วิธีใต้ดินและใช้อาวุธต่อต้านรัฐบาลว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายจักรภพ ที่อยู่เหนือการควบคุม และคงไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงภายใต้การนำของตน ตนยืนยันจะเคลื่อนไหวอย่างสงบสันติภายใต้รัฐธรรมนูญ และยังคงยืนยันชุมนุมใหญ่วันที่ 25 เม.ย. ที่ตลาดมหาชัยวิลล่า จังหวัดสมุทรสาคร เวลา 17.00-23.00 น.

 หลังจากเสร็จการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ได้เคลื่อนขบวนจากสวนสันติภาพ มายังทางคู่ขนานขาออก ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ตรงข้ามด่านเก็บเงินทางด่วนดินแดง ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมเป็นจุดแรก เพื่อทำพิธีวางดอกไม้และปล่อยนกพิราบเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์วันดังกล่าว

 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 200 นาย ได้มาดูแลความสงบเรียบร้อยพร้อมขอความร่วมมือจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ในการเคลื่อนย้ายของกลุ่มขอให้เป็นไปโดยสงบ ไม่กีดขวางการจราจร และไม่ให้ตั้งเวทีปราศรัย เนื่องจากอยู่ในช่วงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน