
ปศุสัตว์ลำพูนเผยพบหมูตายยกเล้ากว่า2พันตัว
ปศุสัตว์จังหวัดลำพูน เผย โรคพีอาร์อาร์เอส ระบาด ทำหมูตายยกเล้ากว่า 2 พันตัว
28 ก.ค.54 นายสัตวแพทย์พงศ์พัฒน์ ขัตพันธุ์ ปศุสัตว์จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ขณะนี้เนื้อหมูยังออกสู่ตลาดแต่ลดลงประมาณ 30% ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพราะเกิดโรคระบาด โรคทางระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจ หรือโรคพีอาร์อาร์เอส. (PRRS) ทำให้แม่และลูกหมูตายยกเล้าทันที 50 ฟาร์ม จำนวน 2 พันตัว
สำหรับโรคพีอาร์อาร์เอส เกิดโรคระบาดในฟาร์มหมูของเกษตรกรหมู่บ้านบ้านศรีบัวบานและหมู่บ้านป่าตึง ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน ส่งผลให้หมูพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ลูกรุ่นและลูกหมู ล้มตายไปกว่าพันตัว ล่าสุดทางเจ้าของฟาร์มหมู ต่างนำหมูที่ล้มตายไปขุดหลุมฝังดิน และนำซากลูกหมูไปทิ้งในบ่อบำบัด ส่วนหมูตัวใหญ่จะนำไปขายถูก ๆ ให้กับพ่อค้า-แม่ค้า นำไปขายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด
ปศุสัตว์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า หมูที่ตายยกเล้าเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดที่ร้ายแรง หลังระบาดในจีนและเกาหลีใต้รุกลามเข้ามายังไทยในช่วงปีนี้ คาดว่าเป็นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนทำให้เชื้อไวรัสยิ่งแพร่กระจายในอากาศอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ราคาหมูหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 78-79 บาท
สำหรับอาการป่วยของหมูขณะนี้ซึม ไม่กินอาหาร ตัวร้อน นอนสั่น ไม่ยอมลุกขึ้น ไอ จาม หอบจัด มีน้ำมูกตลอด บางตัวยังมีเลือดไหลออกจากปากจมูก ถ้าเป็นแม่พันธุ์จะแท้งลูก ล่าสุดทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ได้นำเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูโดยด่วนต่อไป
อย่างไรก็ตาม การเกิดโรคระบาดครั้งนี้ ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูพากันขาดทุนย่อยยับ ทั้งค่าอาหาร ค่ายา ค่าเลี้ยงดูในแต่วันตกเฉลี่ยวันละ 5,000 บาท สาเหตุที่เพิ่งมาเป็นข่าวเพราะทางเกษตกรกลัวส่งได้รับผลกระทบหลังจากพบมีหมูตายจำนวนมาก ส่งผลให้เนื้อหมูมีราคาแพงทันที
ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์ จ.ลำพูน เร่งให้สมาชิกเร่งพ่นยาฆ่าเชื้อและห้ามให้บุคคลภายนอกเข้าไปในฟาร์มอย่างเด็ดขาด และเชื่อว่าการบริหารการจัดการที่ดีภายในฟาร์มจะทำให้การเลี้ยงหมูในรอบถัดไป หรืออีก 6 เดือนข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ คือมีอัตราการตายเท่ากับเมื่อปลายปีที่แล้วประมาณ 10%



