ข่าว

กห.สั่งทุกเหล่าทัพยึดกฎนิรภัยใช้ฮ.

กห.สั่งทุกเหล่าทัพยึดกฎนิรภัยใช้ฮ.

28 ก.ค. 2554

"กลาโหม"สั่งทุกเหล่าทัพยึดกฎนิรภัยการบินในการดูแลและใช้งานฮ. พร้อมแสดงความเสียกับครอบครัวผู้ที่สูญเสีย มทภ.1 ยัน ทหารไม่กลัวนั่ง ฮ. ชี้ต้องใช้ทำภาระกิจต่อ

          (28ก.ค.)  พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ที่ประชุมวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้เข้าร่วมเป็นประธานในการประชุม โดยมอบหมายให้ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมแทน โดยมีพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) และผู้แทนจากเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กับ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ

           ที่ประชุมสภากลาโหมได้แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกที่ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งทางสภากลาโหมขอเป็นกำลังใจให้กำลังพลทุกนาย ให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้หน่วยงานที่มีอากาศยานในความรับผิดชอบได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎนิรภัยการบิน ก่อนนำอากาศยานไปปฏิบัติภารกิจเพื่อเป็นการรักษาบุคลากรด้านการบินและทรัพย์สินของทางราชการ

มทภ.1ยันทหารไม่กลัวนั่งฮ.ชี้ใช้ปฏิบัติภาระกิจ

          พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงการระงับใช้เฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ 212 ว่า อะไรก็ตามที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นหรือล็อตของเครื่องต่างๆ ทั้งหมดจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยตามที่ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก และผู้บัญชาการทหารบกได้ให้สัมภาษณ์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคโดยตรงของศูนย์การบินทหารบกที่จะเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยก็น่าจะสามารถนำกลับมาใช้งานได้ เพราะเรายังจำเป็นต้องใช้

          เฮลิคอปเตอร์ในภารกิจต่างๆ และหากระงับไว้ทั้งหมดอาจจะมีปัญหาในเรื่องการปฏิบัติงานได้ ส่วนในระดับผู้บังคับบัญชาคงงดใช้ฮ.ไม่ได้ และมีฮ.บางรุ่นเท่านั้นที่ระงับใช้ ส่วนรุ่นอื่นๆยังคงใช้งานอยู่ ทั้งนี้พวกเราไม่ได้กลัว เพราะทุกอย่างทำตามมาตรฐาน มีมาตรฐานสูง ถ้ากลัวจะทำงานไมได้ หรือพูดตามตรง คือ กลัวไม่ได้ ต้องไม่กลัว แต่ขณะนี้รุ่นเบลล์จะตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ส่วนเครื่องแบล็กฮอว์กนั้นยังใช้งานได้ตามปกติ

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.จะมีการจัดซื้อ ฮ.เพิ่มเติมอีก 30 ลำ พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า สิ่งต่างๆถ้ามีอายุการใช้งานมากสมควรที่จะต้องเปลี่ยนเช่นเดียวกับยานพาหนะทั่วไป แต่ไม่ใช่ว่า เครื่องเก่าแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ยังยืนยันว่า มาตรฐานของการดูแลเครื่องต่างๆ เท่าที่ทราบเป็นหน่วยใช้งาน ตนยังมั่นใจว่า การดูแล การเปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือชิ้นส่วนต่างๆเป็นไปตามวงรอบ สภาพโครงสร้างต่างๆแข็งแรงดี และถ้าได้รับการสนับสนุนจากข้างบนขึ้นไป เราก็ยินดีและดีใจที่จะได้สิ่งที่ใหม่ขึ้น แต่ขณะนี้ยังมั่นใจกับสิ่งที่มีอยู่ ยืนยันว่า สิ่งต่างๆยังใช้งานได้ดี 

          พล.ท.อุดมเดชกล่าวต่อว่า กรณี เบลล์ 212 นั้น ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ตอนแรกที่คาดว่า จะเกิดจากใบพัดหาง แต่อาจจะมีมาจากหลายสาเหตุ เพราะที่ผ่านมาเคยมีฮ.บินอยู่ แล้วนกไปบินกระแทกใบโรเตอร์หลัก เมื่อใบแตกก็จะเกิดอันตราย หรือนกบินเข้ามาในตัวท่อรับอากาศก็เคยมีมา ตัวโรเตอร์มีส่วนที่อาจจะกระทบกับภายนอกต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า มีอะไรจากภายนอกหรือนกมากระทบหรือไม่

          เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ฮ.มีรอยกระสุน คาดว่าถูกยิง พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธในพื้นที่นั้น เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทหารพม่า อีกทั้งหน่วยวางกำลังในพื้นที่และผู้บังคับบัญชาติดต่อกันตลอดเวลา จากการตรวจสอบเป็นอย่างดีจากผู้ที่อยู่บนสันเขา

          ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุฮ.ตกไม่มีเสียงปืนใดๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีความเข้าใจผิดในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แล้ว และชุดปฏิบัติการเข้าไปจากเขาพะเนินทุ่งเป็นระยะทางประมาณ 7-8 กิโลเมตรก็ได้ยินเสียงปืน แต่มาจากด้านทิศเหนือห่างไป 5-6 กิโลเมตรขึ้นไป แต่ตอนนั้นเกิดอุบัติเหตุไปแล้ว คาดว่า มีการรายงานจากวิทยุทางทหาร และกรมอุทยาน อาจจะมีนักข่าวลอบฟังอยู่ว่า เป็นเสียงปืนจึงผนวกสิ่งเหล่านี้เข้าไปในเหตุการณ์ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และบิดเบือนจากความเป็นจริง

 

มทภ.1เยี่ยมทหารที่บาดเจ็บจากเหตุเบลล์212ตก

          วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมอาการของ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ผู้บาดเจ็บจากเหตุเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 ตกที่ จ .เพชรบุรีว่า รู้สึกดีใจที่เห็นอาการของ ส.อ.พัฒนพร ดีขึ้นมาก ซึ่งทราบจากแพทย์ว่า น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจะเข้าสู่ปกติ โดยยังมีปัญหาที่กระดูกสันหลังและมีแผลที่บริเวณใบหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ต้องห่วงเพราะ ส..พัฒนพรมีขวัญกำลังใจดีมาก และมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

          พล.ท.อุดมเดชกล่าวต่อว่า ขณะที่กำลังพลชุดเดินเท้าอยู่ในป่าประมาณ 200 คนที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานนั้น ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย คือ อาการบาดเจ็บที่ขาและเท้าจากการเดินทางระยะไกล แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วง คือ เรื่องตัวทากซึ่งมีเชื้อโรค ซึ่งขณะนี้ได้ให้กำลังพลทั้งหมดทยอยเข้ารับการตรวจรักษา ส่วนปัญหาด้านอื่นๆไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทุกคนยังพร้อมปฏิบัติหน้าที่ 

          ด้าน พ.อ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองแพทย์อุบัติเหตุและฉุกเฉินในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า อาการของ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีอาการแทรกซ้อน ยิ้มแย้มแจ่มใสและอาการปวดลดน้อยลงอยู่ในระดับ 1 ใน 10 เท่านั้น โดยแพทย์ให้ฟังเพลงดูทีวีและพักผ่อนอย่างเต็มที่ภายใต้การดูแลของพยาบาลและมารดาของคนไข้อย่างใกล้ชิด

          ทั้งนี้หลังจากที่แพทย์ได้ให้คนไข้ใส่เสื้อประคองหลัง และให้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการปวด ขณะนี้คนไข้สามารถเคลื่อนไหวลุกขึ้นนั่งหัวสูงและเดินรอบเตียงได้ หากใส่เสื้อประคองหลัง 3 เดือนจะช่วยได้ และภายในระยะเวลา 6 เดือนคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตรับราชการทหารตามปกติ สามารถออกกำลังกายหนักๆได้ คนไข้คงต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูตลอดสัปดาห์นี้ ส่วนสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้งว่าจะย้ายห้องพักหรือไม่

          ทั้งนี้อาการของคนไข้เป็นอาการปกติของคนที่ตกจากที่สูง เช่น ตกจากหลังคา หรือโดนรถชน ซึ่งมีอาการกระดูกสันหลังยึดตัวประมาณ 20 เปอร์เซ็น ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพราะไม่มีอาการยึดตามเส้นประสาทสามารถรักษาได้ด้วยการประคับประคองให้กระดูกที่ยุบประสานต่อกัน