ข่าว

นปช.ขู่ฟ้องม.157ไม่รับรอง'จตุพร'

นปช.ขู่ฟ้องม.157ไม่รับรอง'จตุพร'

28 ก.ค. 2554

นปช.ขู่ฟ้อง ม. 157 หาก กกต. ไม่รับรอง "จตุพร" เชื่อคุณสมบัติไร้ปัญหา ย้ำไม่มีอำนาจแขวน สั่ง "เสื้อแดง" ห้ามเคลื่อนไหว ด้าน "ยิ่งลักษณ์" มั่นใจ เสื้อแดงไม่ป่วน เผย 1 ส.ค.ได้ปธ.สภา

          (28ก.ค.) เมื่อเวลา 11.45 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำคนเสื้อแดงที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ว่า นายจตุพรฝากบอกว่าขอให้แกนนำคนเสื้อแดงที่ได้เป็นส.ส.ให้ไปรายงานตัวได้เลย ก่อนเปิดประชุมสภาในวันที่ 1 ส.ค. แต่เรายังรอจนถึงวันที่ 31 ส.ค.เพื่อจะให้แกนนำเสื้อแดงที่เป็นส.ส.ได้เดินทางไปด้วยกัน

          เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยังระบุว่ายังไม่รับรอง และยังมีเสียงข้างมากในกกต.มีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ ดังนั้นขอให้มวลชนเสื้อแดงอย่าเคลื่อนไหว ขอให้รออีก 2-3 วัน น่าจะมีอะไรดีขึ้น เพราะเชื่อว่าช่องทางกฎหมายเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการรับรอง

          ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ไม่มีอำจาจแขวน หากอ้างว่าติดเรื่องคุณสมบัติก็ต้องมีการต้องรับรองไปก่อน จากนั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ขอยืนยันคนเสื้อแดงเคารพกกต.ในการทำทำหน้าที่ แต่เมื่อกกต.ยังระบุกรอบเวลา ก็ขอให้กกต.ดำเนินการต่อไป โดยคนเสื้อแดงจะไม่ไปกดดัน

          แต่ที่ผ่านมาเมื่อปี 2548 มีกรณีของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่เคยสังกัดพรรคต้นตระกูลไทย ซึ่งภายหลังพรรคต้นตระกูลไทยถูกยุบ นายชูวิทย์ก็ไปสมัครเลือกตั้งในนามพรรคชาติไทยในขณะนั้น ซึ่งกกต.ชุดพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต. ก็รับรองความเป็นส.ส.ให้นายชูวิทย์ แต่มีผู้ร้องว่านายชูวิทย์สังกัดพรรคชาติไทยไม่ถึง 90 วัน แต่กกต.ก็ไม่ได้แขวน

          จากนั้นส.ส.พรรคไทยรักไทยก็ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ที่สุดแล้วศาลก็มีมติสอยนายชูวิทย์จากการเป็นส.ส. ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับนายจตุพรเช่นกัน ดังนั้นกกต.จะปฏิบัติไปแนวทางเดียวกัน ถึงแม้จะเป็นคนละชุดก็ตาม

          นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการเปิดประชุมสภา แต่กกต.ยังไม่มีการรับรองการเป็นส.ส.ให้นายจตุพร ตนจะเตรียมไปยื่นเรื่องฟ้องศาลอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ ตนขอให้มวลชนเสื้อแดงไม่เดินทางไป กกต. แต่ให้มาที่เรือนจำพิเศษที่นี้ ถ้าวันนี้เห็นมวลชนเสื้อแดงไปที่กกต.ก็ถือว่าเป็นกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเสื้อแดงจริงๆ เพราะไม่ใช่มติแกนนำ

          ขณะที่นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.  ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า กกต.ทำเกินหน้าที่ เพราะไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติ เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการคัดค้านเรื่องคุณสมบัติของนายจตุพร ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า กกต.มีวาระซ้อนอะไร เพราะยังแขวนนายจตุพรอยู่คนเดียว

          ส่วนนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำกลุ่มนปช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้โทรศัพท์คุยกับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. ซึ่งนายอริสมันต์ยังสบายดี ทั้งนี้นายอริสมันต์ยืนยันที่จะกลับมาที่ประเทศไทยแน่นอน แต่ขอให้สถานการณ์ทางการเมืองนิ่งกว่านี้ ให้คลื่นลมสงบก่อน และมีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ให้สมบูรณ์ก่อน

 

"ยิ่งลักษณ์” มั่นใจ กกต.ให้ความเป็นธรรม “จตุพร” 


          ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 12.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ยังไม่ได้ได้รับการรับรองนายจตุพร พรหมพันธ์ ว่า ฝ่ายกฎหมายจะทำหน้าที่ดำเนินการ แล้วเอกสารทั้งหมดพรรคก็ได้ยื่นไปหมดแล้วก็คงต้องรอกกต.พิจารณา คิดว่ากกต.คงต้องใช้เวลาอีกนิดนึงในการพิจารณา

          เมื่อถามว่าการที่กกต.ยังไม่รับรองนายจตุพร ก็เพื่อต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นผู้ตีความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงไม่ใช้น่าจะเป็นเรื่องของระยะเวลามากกว่าว่าจะรับรองก่อนแล้วยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่ากกต.ก็จะพิจารณาอย่างดีแล้วกกต.ก็คงจะให้ความยุติธรรมกับทุกคนอยู่แล้ว

 

เชื่อ 'เสื้อแดง' ไม่ป่วนเมือง

 

         เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงเตรียมที่จะเคลื่อนใหวอีก จะสิ่งผลให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายอีกหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทั้งหมดถ้าเราทำภายใต้กติกาแล้วยึดหลักให้ความยุติธรรมกับทุกคน เชื่อว่าทุกคนก็จะรับทราบแล้วก็ยอมรับในผล แล้วก็เชื่อว่าคนเสื้อแดงคงจะไม่ออกมาสร้างความวุ่นวายอีกเนื่องจากคนเสื้อแดงมีเหตุผลอยู่แล้ว เพียงแค่อยากจะฟังมากกว่า

 

เผย ได้ ปธ.สภา-รอง 1 ส.ค.นี้ หลุด 3 คน ของ พท.

 

           เมื่อถามว่าจะมีการเปิดสภาในวันที่ 1 ส.ค.สำหรับตำแหน่งประธานสภานั้นจะมีความชัดเจนเมื่อไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าจะมีการเรียกประชุมส.ส.ในวันจันทร์ที่ 1 ส.ค. เพื่อที่จะแจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบถึงผลการคัดเลือก และขณะนี้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นประธานสภานั้นก็มีอยู่ในใจแล้ว ซึ่งจะมีการสรุปกันในช่วงเช้าของวันที่ 1 ส.ค. โดยจะชัดเจนก่อนที่จะเดินทางไปประชุมสภาในช่วงเย็น

          เมื่อถามว่ามีรายงานว่าพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาจะไม่ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภา เพราะมีความเป็นคนเสื้อแดง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้แยกแยะอย่างนั้น จะไปดูในเรื่องของผู้ที่มีคุณสมบัติ และมีความรู้ความเข้าในในด้านของสภาและพื้นฐานในด้านกฎหมาย

          เมื่อถามว่าคุณสมบัติในใจนั้นเป็นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องมีความรู้ความเข้าใจผ่านงานสภา เข้าใจในเรื่องของระบบสภาเป็นอย่าง ดีที่สำคัญส.ส.ต้องให้ความเชื่อถือ

          เมื่อถามว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ นายวิทยา บูรณศิริ แล้วพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย หนึ่งในสามคนนี้มีคุณสมบัติตรงบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ คงต้องรอฟังผลภายในวันทร์ที่ 1 ส.ค.ช่วงเช้าอีกครั้ง คงมีการหารือและสรุปกันก่อนเปิดประชุมสภาฯ หลังจากนั้นก็จะแจ้งให้ ส.ส.ทราบ

          เมื่อถามว่า ขณะนี้ก็ยังไม่ได้สรุปว่ามีใครบ้างคงจะต้องเอารายชื่อของส.ส.ทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ยังไม่ได้คัดออกมาว่ามีใครบ้างแต่จากที่ดูก็มีหลายคนที่มีคุณสมบัติตรงแล้วเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ

          เมื่อถามว่าในวันที่ 1 ส.ค.จะได้ชื่อประธานสภาและรองประธานสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ใช่ แล้วก็คาดว่าทั้ง 3 ตำแหน่งนั้นจะเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

         เมื่อถามว่าประชุมสภาแล้วจะต้องมีการพูดคุยเพื่อนัดประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีต่อทันทีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องรอผลการโปรดเกล้าประธานสภาออกมาก่อน เพราะในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นต้องไปทีละขั้นตอน พอได้ตัวประธานสภาแล้วตัวประธานสภาจะเป็นผู้เรียกประชุมเลือกนายกฯ

         เมื่อถามว่าจะมีการนัดพรรคร่วมรัฐบาลพูดเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี หลังกลับมาจากหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จ.หนองคายหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกัน แต่ลำดับทั้งหมดต้องสรุปภายในพรรคก่อนจากนั้นถึงจะหารือกับพรรคร่วม ซึ่งคาดว่าจะนัดหารือกันหลังจากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

          เมื่อถามว่าในสัปดาห์หน้าจะได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ทันหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เนื่องจากยังไม่สามารถกำหนดวันได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะเปิดประชุม

          เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีการเสนอชื่อเพื่อชิงตำแหน่งรองประธานสภาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือกัน คาดว่าสุดสัปดาห์นี้จะได้หารือกัน

 

"เสื้อแดง"เจียมตัวไม่รับตำแหน่งรมต.

           นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่ให้แกนนำคนเสื้อแดงนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อเดินตามแนวทางปรองดองของพรรคว่า ในฐานะที่ตนก็แกนนำคนเสื้อแดงคนหนึ่ง เรื่องนี้คนเสื้อแดงคงต้องยอมรับสภาพและต้องรู้บทบาทของตัวเอง เมื่อการต่อสู้นั้นเราไม่ได้หวังจะเอาตำแหน่ง และเมื่อพรรคไม่ให้ก็เชื่อว่าคนเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทยคงจะไม่มีใครที่มีปัญหา

           สำหรับการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ทั้ง 3 คนถือว่ามีความเหมาะสม ทั้งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคจะมอบอำนาจให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก แต่ตำแหน่งประธานสภาฯ นั้นถือเป็นตำแหน่งที่ต้องทำงานร่วมกับส.ส.และฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นควรจะมีการเรียกประชุมส.ส.เพื่อแสดงความเห็นและอภิปรายร่วมกันอย่างเต็มที่ด้วยว่าใครคนไหนเหมาะสมอย่างไร


           นายสถาพร กล่าวด้วยว่า สำหรับพ.อ.อภิวันท์นั้น แม้ว่าจะเคยขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มนปช. แต่เชื่อว่าคงจะไม่มีปัญหาหากต้องรับตำแหน่ง เพราะถือว่าเป็นคนละบทบาทกัน ส่วนกลุ่มส.ส.ภาคเหนือนั้น ในเบื้องต้นได้คุยกันแล้วว่า จะสนับสนุนน.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ ในโควตาภาคเหนือ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนิติบัญญัติและแม่นข้อบังคับการประชุม ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคก็ต้องฟังเสียงส.ส.และต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน 16 ล้านเสียงจากทุกภาคส่วนและคนเสื้อแดงด้วย

 

“วรินทร์”ให้กกต. สอบตกจัดการเลือกตั้งมีปัญหา

           นายวรินทร์ เทียมจรัส อดีต ส.ว.  กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ยังไม่รับรองนายจตุพรว่า ที่กกต.ยังไม่ประกาศรับรองนั้น ตนเข้าใจว่าขณะนี้ กกต.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทางข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของนายจตุพรต่อความเป็นสมาชิกพรรค  ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุชัด เรื่องการขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ว่ามาจากเหตุไม่ไปเลือกตั้งจนขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค   ทั้งนี้กกต.ต้องประกาศข้อสรุปดังกล่าวให้ได้ภายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เพราะครบตามกำหนดที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่กกต.ต้องประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วันหลังจากวันเลือกตั้ง

           ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินผลการทำงานของ กกต. ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา นายวรินทร์ กล่าวว่า ตนถือว่าการทำงานของกกต.ที่ผ่านมานั้น ต้องสอบซ่อม เพราะมีปัญหามาโดยตลอด และใช้ลักษณะการทำทำงานศาล ขาดการทำงานเชิงรุก เลือกเชื่อผลสอบของเจ้าหน้าที่มากกว่าออกไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และเดินตามเกมของการเมืองมากกว่าที่ให้การทำงานของ กกต.นำหน้านักการเมือง ส่วนตัวมองว่า กกต.ไม่มีความจำเป็นที่จะเร่งรัดการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อนที่จะครบกำหนด 30 วันตามที่รัฐธรรมนูญระบุ เนื่องจาก กกต.ไม่ใช่ผู้เล่นในเกมการเมือง ดังนั้นควรใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่า เพื่อคัดเลือก ส.ส.ที่ดีที่สุดเข้าสภา

           “ผมเคยให้สัมภาษณ์ทีวีเนชั่นไป ตั้งแต่ที่ 5 กกต. เข้ามาทำหน้าที่ ว่าหากเขายังใช้วิธีการทำงานแบบศาล อีกไม่นานจะทำให้เกิดปัญหา หรือทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย กกต.ยุค พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ที่ติดคุก เพราะยุคนั้นถือว่านายตำรวจอย่างคุณวาสนา แหกโผเข้ามาเป็นกกต.ได้ ยังถูกลูกน้องวางยา ดังนั้น กกต.ยุคนี้ก็อาจจะถูกลูกน้องวางยาได้เช่นกัน” นายวรินทร์ กล่าว